เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 17

ความห่วงใยในคราบความปากแข็ง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ขอโทษทีครับคุณตฤณ พอดีผมลืม..." ประโยคค้างคาที่ทิ้งไว้จากความอึดอัดเมื่อวาน ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเทปเพลงที่ถูกกดเล่นซ้ำไปซ้ำมา ทว่าเช้าวันนี้ บรรยากาศภายในห้องทำงานแผนกวิศวกรรมกลับไม่ได้เริ่มต้นด้วยการปะทะคารมอย่างที่ควรจะเป็น กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นหอมเนยของครัวซองต์อบสดใหม่ลอยเตะจมูกทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง บนโต๊ะที่ควรจะเต็มไปด้วยกองเอกสารแปลนก่อสร้างและแบบร่างโปรเจกต์ กลับมีถุงกระดาษสีคราฟท์เรียบง่ายวางอยู่ พร้อมด้วยแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของโน้ตข้อความหรือชื่อผู้ส่ง ทว่าลายมือหวัดๆ บนสติกเกอร์ปิดปากถุงที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม กลับเป็นสิ่งที่รินรดารู้จักคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าอะไร *ตัวอักษรภาษาอังกฤษตวัดหางคมกริบแบบนั้น... จะเป็นใครไปได้อีกถ้าไม่ใช่ฝีมือของวิศวกรหนุ่มจอมหยิ่งผู้รักษาฟอร์มยิ่งชีพ* รินรดายืนนิ่ง ขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันด้วยความฉงนระคนแปลกใจ เธอปรายตามองไปรอบห้องทำงาน ฝ่ายนั้นนั่งหันหลังให้โดยมีหน้าจอคอมพิวเตอร์สองจอตั้งตระหง่านบังอยู่ แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูนิ่งสงบ ราวกับสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะเธอเมื่อครู่เป็นเพียงแค่วัตถุไร้ตัวตนชิ้นหนึ่งที่บังเอิญลอยมาตกใส่ "ใครเอาอะไรมาวางไว้ตรงนี้เนี่ย" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหยิบถุงกระดาษขึ้นมาพิจารณา ความอุ่นจากขนมปังด้านในยังคงส่งผ่านมาถึงปลายนิ้ว เช่นเดียวกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่กำลังตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน นิ้วเรียวแกะสติกเกอร์ออก กลิ่นหอมของอัลมอนด์และเนยแท้พวยพุ่งขึ้นมาแตะจมูก ขроซองต์ชิ้นโตถูกอบจนผิวนอกกรอบสีทองอร่าม ข้างๆ กันมีแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่อุณหภูมิพอเหมาะแก่การดื่มพอดี ชายหนุ่มคนนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเช้าวันนี้เธอยังไม่ได้กินอะไรลงท้องเลย นอกจากกาแฟดำแก้วเดียวที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อข้างตึก ภาพเหตุการณ์เมื่อวานแวบเข้ามาในหัว ตอนที่เธอเผลอพูดจาตัดพ้อใส่เขาเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดที่มากเกินไป จนเกือบจะหลุดปากพูดเรื่องสถานะความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างกันออกไป *หรือว่านี่คือ... วิธีการขอโทษในแบบฉบับของคนปากแข็ง?* รินรดาเผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยมองไปยังโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เธอแกล้งทำเป็นดึงเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านเสียงดัง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนตรงนั้น ครãiเดเดี๋ยว... เธอกำลังทำอะไรอยู่ รินรดาเตือนสติิเองในใจ เธอไม่ใช่เด็กสาววัยรุ่นที่จะมาใจเต้นแรงกับเรื่องขนมปังราคาแพงแค่ชิ้นเดียวเสียหน่อย เธอยืดตัวตรง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนแถวนั้นได้ยินชัดเจน "แถวนี้... มีคนใจดีเอาขยะมาทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานคนอื่นด้วยแหละครับ สงสัยคงลืมตาดูไม่ชัดว่าโต๊ะใครเป็นโต๊ะใคร" คำพูดเหน็บแนมเชิงหยอกล้อลอยไปกระทบโสตประสาทของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ปลายปากกาในมือของตฤณชะงักกึกทันที แผ่นหลังกว้างที่เคยนิ่งสงบไหววูบเล็กน้อย ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยไร้ระรอกคลื่นอารมณ์ ดวงตาสีนิลคู่คมมองตรงมาที่เธอด้วยแววตานิ่งสนิทที่ยากจะคาดเดา "ถ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก หรือสายตาเริ่มมีปัญหาจนแยกแยะไม่อิตรว่าอันไหนคือของมีค่าอันไหนคือขยะ... ผมแนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะครับคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบกลับมาทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทที่ทำเอาคนฟังคิ้วกระตุก "อ๋อเหรอครับ นึกว่าของเหลือเดนจากที่ไหนซะอีก เห็นไม่มีป้ายชื่อแปะบอกไว้ นึกว่ามีคนใจบุญทำทานให้หมาแมวแถวนี้กินซะอีก" รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตาสองคู่ประสานกันกลางอากาศราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าหากันเปรี๊ยะปร่ะ "ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นหมาแมวที่ต้องรอให้คนอื่นมาทำทาน... งั้นก็เชิญโยนทิ้งถังขยะไปได้เลยครับ ผมไม่ได้บังคับให้คุณกินสักหน่อย" ตฤณตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับกวาดมองไปที่มือของเธอที่กำลังถือถุงขนมปังอยู่ ความใส่ใจในรายละเอียดของเขามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจริง เพราะเขาสังเกตเห็นว่ามุมปากของเธอกำลังกระตุกยิ้มอย่างปิดไม่มิด บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานเริ่มระอุขึ้นด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่คุ้นเคย เคมีระหว่างทั้งคู่มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ไม่เคยมีคำหวานเลี่ยน ไม่มีคำว่าโรแมนติกแบบในนิยายน้ำเน่า มีเพียงการเชือดเฉือนด้วยคำพูดและสายตาที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ทว่าลึกลงไปในความกวนประสาทเหล่านั้น กลับมีสายใยบางๆ ที่เหนียวแน่นขึ้นทุกวันคอยดึงดูดเข้าหากัน รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบครัวซองต์ขึ้นมากัดหนึ่งคำ เคี้ยวช้าๆ อย่างตั้งใจ รสชาติความหอมมันของเนยละลายในปาก ตัดกับความเข้มข้นของกาแฟที่จิบตามลงไปอย่างลงตัว รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยโดยไม่ได้ตั้งใจ "อร่อยดีนี่ครับ... ไม่คิดว่ารสนิยมการเลือกของกินของคุณจะพอใช้ได้" เธอแกล้งชมด้วยน้ำเสียงกวนๆ "ถ้าอร่อยก็กินเงียบๆ ครับ ไม่ต้องพูดมาก ประหยัดน้ำลายไว้ใช้ตอนประชุมโปรเจกต์บ่ายนี้ดีกว่า" ตฤณตอบกลับด้วยใบหน้าตายด้าน แต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นจุดอ่อนเดียวที่เจ้าตัวมักจะปกปิดไม่เคยพ้นสายตาของเธอ รินรดาแอบอมยิ้มกับความปากแข็งของวิศวกรหนุ่ม เธอรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนเหล่านั้น ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้มากมายขนาดไหน เพียงแต่เขายอมแสดงมันออกมาในรูปแบบที่แปลกประหลาดและน่าหมั่นไส้ที่สุดในโลกเท่านั้นเอง ทว่า ช่วงเวลาแห่งการหยอกล้ออันแสนหวานปนขมกำลังจะถูกทำลายลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นใกล้โต๊ะทำงานของพวกเขา ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ เมฆากำลังยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าคมคายตามสไตล์คู่แข่งตัวฉกาจ สายตาของเมฆากวาดมองถุงขนมปังบนโต๊ะของรินรดา สลับกับใบหน้าของตฤณด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและจับผิด "โอ้โห... บรรยากาศยามเช้าของแผนกเรานี่ดูหวานชื่นซะจริงนะครับ มีบริการส่งเสบียงถึงที่ด้วย ผมพลาดอะไรไปหรือเปล่าครับเนี่ยคุณตฤณ" เมฆาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ตฤณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาบังหน้าโต๊ะทำงานของรินรดาโดยอัตโนมัติ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน ดวงตาสีนิลจ้องมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์หวงถิ่น "เรื่องของผมกับคุณรินรดา... มันไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาใส่ใจนะครับคุณเมฆา" ตฤณเอ่ยเสียงต่ำ ทุ้มกังวาน และกดดันอย่างเห็นได้ชัด เมฆายิ้มมุมปาก ไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีคุกคามนั้นแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องหยุดนิ่งสนิท "หรอครับ... แต่บังเอิญว่าสิ่งที่ผมกำลังจะเอามาคุยกับคุณรินรดาตอนนี้ มันเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ที่ผมเป็นคนกุมความลับสำคัญเอาไว้... และคุณสองคนจะต้องเสียใจแน่ๆ ถ้าได้รู้ว่าความจริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นคนขายข้อมูลแปลนงานของเราให้บริษัทคู่แข่ง" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที รินรดาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่เชื่อหู ส่วนตฤณกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความอันตรายพวยพุ่งออกจากตัวเขายิ่งกว่าเดิม ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%