“คุณจะหนีไปจนถึงเมื่อไหร่ ธาม”
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของเขา บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบด้วยอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศ แต่มันกลับไม่เย็นเท่ากับระยะห่างที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ธามชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้โอ๊ค เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ถูกแกะสลักด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานของเขา
ดวงตาของรินรดาไม่ได้ฉายแววโกรธเคือง แต่มันกลับลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ผ่านการอดทนมาเนิ่นนาน
“ผมไม่ได้หนีริน... ผมแค่ไม่รู้ว่าต้องจัดการกับมันอย่างไร” ธามตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มของเขาไหววูบชั่วขณะที่สบตากับเธอ
“การที่คุณเลือกที่จะเงียบ หรือการที่คุณเลือกจะปิดกั้นทุกอย่างไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้ใครรู้สึกดีขึ้นเลย โดยเฉพาะตัวคุณเอง” รินรดาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมประจำตัวของเธอยิ่งทำให้พื้นที่แห่งนี้ดูเปราะบางลง “คุณแบกรับความคาดหวังของทุกคนไว้บนบ่า จนลืมไปแล้วใช่ไหมครับว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไร”
คำพูดนั้นราวกับศรที่ปักลงกลางใจ ธามทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วนวดขมับเบาๆ ความสุขุมที่เขาสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันเริ่มแตกร้าว
“ครอบครัวผม... ตำแหน่งที่ผมต้องรักษา มันคือชีวิตของผมตั้งแต่วันที่ผมจำความได้ ริน ผมไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะรู้สึกอย่างไร”
“คุณมีสิทธิ์” รินรดาเดินไปหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา เธอเอื้อมมือไปแตะสันแฟ้มที่เขาเพิ่งวางลง “คุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ทุกอย่างที่สร้างมาจะพังทลายลง เหมือนกับที่มินตราคอยเตือนคุณอยู่เสมอใช่ไหมครับ?”
ชื่อของมินตราทำให้ธามเงยหน้าขึ้นทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มข้นขึ้นในพริบตา เขารู้ดีว่ามินตราหวังดี แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มสงสัยในเจตนาเบื้องลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความห่วงใยนั้น
“มินตราพูดถูกเสมอเรื่องความมั่นคงของบริษัท” ธามพึมพำ
“แต่เธอไม่ได้พูดถูกเสมอเรื่องหัวใจของคุณ” รินรดาแย้งเสียงนุ่ม “ผมเฝ้ามองคุณมาตลอด ธาม ผมเห็นคุณในมุมที่ไม่มีใครเห็น ผมเห็นความเหงาที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มจอมปลอมนั่น และวันนี้ผมมาที่นี่ เพราะผมไม่อยากให้คุณต้องแบกมันไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธามจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับไว้ภายใต้ความรับผิดชอบเริ่มเรียกร้องหาทางออก
“ถ้าผมปล่อยให้ตัวเองรู้สึก... ริน คุณพร้อมจะรับมือกับความยุ่งเหยิงที่ตามมาหรือเปล่า” ธามถามเสียงสั่น นี่ไม่ใช่คำถามเชิงชู้สาวทั่วไป แต่มันคือคำถามที่ยอมรับความอ่อนแออย่างถึงที่สุด
รินรดาไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปหาเขา แล้ววางมือลงบนไหล่ที่กว้างและหนักอึ้งของชายหนุ่ม ธามหลับตาลงรับสัมผัสนั้น ความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับจากใครไหลผ่านเข้ามาสู่กระแสเลือด มันเป็นสัมผัสที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังพอจะทำลายกำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างไว้
“ผมไม่ได้บอกว่ามันจะง่าย ธาม” รินรดาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบา “แต่ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ ผมอยากให้คุณรู้ว่ารอยจำของผม... มันมีคุณอยู่เสมอ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ผมเลือกที่จะยืนข้างคุณ”
ธามลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีเพียงความเศร้า แต่เริ่มมีความหวังที่กล้าหาญ เขาเอื้อมมือไปกุมมือของรินรดาที่วางอยู่บนไหล่ของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากความเหนื่อยล้า
“ริน...” เขาทวนชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า “ถ้าผมบอกว่าผมเองก็เหนื่อยเหลือเกินกับการเป็นคนเก่งที่ไม่มีใครรัก...”
“คุณมีผม” รินรดายืนยัน
ทั้งคู่สบตากันในระยะที่ใกล้จนลมหายใจรินรดกัน ความกดดันตลอดทั้งองค์ที่ผ่านมาดูเหมือนจะมลายหายไป เหลือเพียงความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นใหม่ท่ามกลางความเปราะบางของจิตใจ ธามโน้มตัวเข้าไปหาเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างในดวงตาคู่สวยที่เขามองข้ามมาตลอด
ทว่า... ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและต่อเนื่องก็ดังกึกก้องขึ้นขัดจังหวะความเงียบอันแสนมีค่า
“ธามคะ ฉันเข้ามานะ!” เสียงของมินตราดังแทรกเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูไม้บานใหญ่เปิดผางออกพร้อมกับร่างของมินตราที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—รินรดาที่ยืนชิดใกล้กับธาม และมือของทั้งคู่ที่กุมกันอยู่—ฝีเท้าของเธอก็หยุดกึก
มินตรากำเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววห่วงใยอย่างที่เคยแสร้งทำ แต่กลับเป็นความแค้นเคืองที่ปิดไม่มิด
“ฉันขอโทษที่ขัดจังหวะความผูกพันของพวกคุณ” มินตราแค่นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “แต่ดูเหมือนคุณคงอยากจะรู้เรื่องนี้ก่อนจะไปทำอะไรที่มันสายเกินแก้ ธาม... ข้อมูลที่คุณพยายามปิดบังเรื่องหุ้นส่วนในอดีตของพ่อคุณ ถูกส่งไปถึงมือคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และพวกเขาเตรียมที่จะเรียกตัวคุณไปชี้แจงในเช้าวันพรุ่งนี้”
ธามปล่อยมือรินรดาทันที ใบหน้าที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงกลับมาเย็นชาและตึงเครียดอีกครั้ง ราวกับสายลมที่พัดผ่านนำพาความหนาวเหน็บกลับมาสู่ห้องอีกครั้ง
“หมายความว่ายังไง มินตรา” ธามถามเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเป็นมืออาชีพกลับมาครอบงำเขาอีกครั้ง
“หมายความว่าความลับที่คุณพยายามจะหนี... มันไม่ได้หนีคุณไปไหนเลย แต่มันกำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่คุณพยายามปกป้อง แม้กระทั่งรินรดาที่ยืนอยู่ตรงนี้” มินตราปาแฟ้มข้อมูลลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันหลังกลับเดินออกไป แต่ก่อนจะพ้นประตูเธอหันกลับมาทิ้งท้าย “คิดให้ดีนะธาม ว่าถ้าต้องเลือกระหว่างอำนาจที่เหลืออยู่กับผู้หญิงคนนี้... คุณจะยอมเสียสละอะไรทิ้งไปก่อนกัน”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านสายลมมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้ครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 21
จุดเริ่มของความผูกพัน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!