"ถ้าคุณยังก้าวขาไม่ออก ก็ถอยกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานเถอะครับธาม อย่าลากเอาความเปราะบางไปพังทลายทริปพักผ่อนของทุกคนเพียงเพราะคำตัดสินใจที่ยังหาจุดจบไม่ได้เลย"
เสียงของเลขานุการส่วนตัวดังขึ้นขณะที่ธามยืนนิ่งอยู่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ของบริษัท รถตู้คันหรูที่เตรียมไว้สำหรับทริปประจำปีจอดเทียบท่าอยู่เบื้องล่าง คำพูดของมินตราเมื่อวานยังคงกรีดลึกอยู่ในใจเหมือนหนามที่ถอนไม่ออก เขาไม่ได้ตอบโต้ เธอพูดถูก ความลับที่เขาสะสมไว้เหมือนน้ำป่าที่รอวันเขื่อนแตก และดูเหมือนมันจะเริ่มซึมออกมาให้เห็นผ่านแววตาของเขาเสียแล้ว
ธามสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเหมือนหน้ากากที่สวมใส่มาตลอดชีวิต ก่อนจะก้าวลงไปยังจุดนัดพบ
รินรดายืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดลำลองที่เรียบง่ายกว่าปกติ เสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบากับกางเกงยีนส์สีซีด เธอไม่ได้มองมาที่เขา แต่กำลังขะมักเขม้นกับการจัดเรียงกล่องขนมบนโต๊ะลงในตะกร้า ท่าทางตั้งอกตั้งใจนั้นทำให้หัวใจของธามกระตุกวูบ เขาไม่เคยบอกเธอว่าภาพที่เธออยู่ตรงหน้า คือสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าโลกที่โหดร้ายใบนี้ยังมีความหมาย
"รินรดา" เขาเอ่ยเรียก เสียงทุ้มต่ำทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย
"คุณธาม... อรุณสวัสดิ์ค่ะ" เธอหันกลับมา ยิ้มบางๆ ให้ตามมารยาท ก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนความประหม่าที่เกิดขึ้นทุกครั้งยามอยู่ใกล้เขา "รินเตรียมของว่างไว้ให้พนักงานบนรถนิดหน่อยค่ะ กลัวว่าระหว่างทางจะหิวกัน"
"คุณทำเองหมดเลยหรือครับ?" ธามก้าวเข้าไปใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและสั่นไหวในเวลาเดียวกัน
"ก็นิดหน่อยค่ะ... รินคิดว่าทริปนี้น่าจะเหนื่อย เลยอยากให้ทุกคนได้พักจริงๆ"
ธามจ้องมองดวงตาคู่สวยที่ใสซื่อคู่นั้น ในใจเขานึกถึงแฟ้มข้อมูลในห้องทำงานมินตรา หากรินรดารู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทที่เธอภูมิใจนั้นแลกมาด้วยการเหยียบย่ำชีวิตคนอื่นมากมาย... หากเธอรู้ว่าเขานี่เองที่เป็นคนออกคำสั่งให้ทำลายอนาคตของใครบางคนเพื่ออำนาจที่เขาเองก็ไม่ได้ต้องการ... เธอยังจะยิ้มให้เขาแบบนี้อีกไหม
"ผมขอติดรถไปกับคุณได้ไหมครับ?" ธามถามพลางหลบสายตา "ผมไม่อยากคุยเรื่องงานกับพวกผู้จัดการบนรถคันใหญ่ ผมอยากพักจริงๆ"
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ความลังเลปรากฏบนใบหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเกรงใจจะเข้ามาแทนที่ "ได้ค่ะ... แต่รินเกรงว่าจะเป็นการรบกวนคุณธามหรือเปล่าคะ?"
"ไม่เลยครับ" เขาตอบทันที สายตาของเขาอ่อนแสงลงจนรินรดาใจเต้นแรงผิดจังหวะ "มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรอคอยมาตลอดทั้งปีเลยล่ะครับ"
ตลอดระยะเวลาการเดินทางบนถนนที่คดเคี้ยวสู่รีสอร์ตริมเขา บรรยากาศในรถกลับเงียบเชียบอย่างประหลาด รินรดาขับรถอย่างระมัดระวัง ส่วนธามนั่งมองทิวทัศน์ข้างทางที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้พูดเรื่องงานตามที่สัญญาไว้ แต่เขากลับเฝ้ามองเธอมือจับพวงมาลัยผ่านกระจกมองหลังบ้าง หรือหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอโดยไม่ปิดบัง
"คุณธามคะ" รินรดาทำลายความเงียบขึ้นในที่สุด "มีอะไรอยากบอกรินหรือเปล่าคะ ตั้งแต่วันที่มินตราเข้ามาคุยด้วย ดูเหมือนคุณจะมีเรื่องหนักใจ... ถ้าไม่เป็นการละลาบละล้วง รินอยากบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องแบกโลกไว้คนเดียวเสมอนะคะ"
มือของธามที่วางอยู่บนตักกำแน่น เขาหันมามองเธอเต็มตา แววตาของเขามีความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดหัวใจ "ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่าคนที่คุณเชื่อใจที่สุด... กลายเป็นคนที่ทำลายทุกอย่างที่คุณรัก คุณจะยังให้อภัยเขาไหมครับ?"
รินรดาเงียบไปนาน เธอค่อยๆ ลดความเร็วรถลงจนหยุดนิ่งข้างทางท่ามกลางป่าเขียวขจีที่ไร้ผู้คน เธอหันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่หนักแน่นและจริงใจ "รินเชื่อว่าไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบหรอกค่ะธาม ทุกคนมีด้านที่มืดมิด... แต่ที่สำคัญกว่าการให้อภัย คือการที่คนคนนั้นเลือกจะเดินออกจากเงามืดนั้นหรือเปล่า ถ้าเขากล้าพอจะสารภาพความจริง รินว่าการให้อภัยไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ"
หัวใจของธามเหมือนถูกมีดกรีด เขาอยากจะสารภาพออกไปตรงนั้นว่าเขานั่นแหละคือเงามืดที่กำลังกลืนกินชีวิตของเธอ แต่ทว่า... วินาทีที่เขากำลังจะอ้าปาก เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นทำลายจังหวะ
ชื่อบนหน้าจอคือ 'มินตรา'
ธามกดรับด้วยมือที่สั่นเทา "ว่ายังไง"
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเสียงราบเรียบของมินตราจะดังขึ้น "ธาม... ฉันไม่รู้ว่าคุณคิดจะเล่นเกมอะไรอยู่ แต่ตอนนี้ข่าวเรื่องการทุจริตในโปรเจกต์ใหญ่กำลังจะหลุดออกมาแล้วนะ และถ้าคุณยังนั่งอยู่ในรถกับผู้หญิงคนนั้น แทนที่จะกลับมาจัดการปัญหาก่อนที่ทุกอย่างจะพัง... ฉันเกรงว่าคนที่คุณกำลังพยายามปกป้อง อาจจะเป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบแทนคุณทั้งหมด"
ธามชะงัก ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันที เขามองรินรดาที่นั่งมองเขาด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังจะมาถึงตัว
"ผมมีธุระด่วน" ธามบอกสั้นๆ พลางวางสายและหันไปมองหน้าหญิงสาว "รินรดา... ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ขอให้คุณจำไว้นะครับว่าสิ่งที่ผมทำ... ผมทำไปเพื่อคุณ"
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้ถามอะไร รถกระบะสีดำคันหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาจอดขวางหน้ารถของเธออย่างรุนแรงจนเครื่องยนต์ดับสนิท ประตูรถคันนั้นเปิดออก พร้อมกับชายชุดดำสองคนที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางคุกคาม ในขณะที่โทรศัพท์ของรินรดาในกระเป๋าเริ่มสั่นรัวด้วยข้อความจากคนแปลกหน้า ที่ส่งภาพถ่ายของธามกับแฟ้มข้อมูลลับนั้นมาให้ดูพร้อมข้อความว่า: *'เลือกเอา ว่าจะอยู่กับผู้ชายที่โกหกคุณมาตลอด... หรือจะรอดชีวิตไปจากที่นี่'*
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางไปพร้อมกับตัวละครของผมนะครับ หวังว่าท่านจะยังไม่ละทิ้งความหวังที่มีต่อพวกเขาในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 22
การเดินทางในวันหยุด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!