"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ชีวิตของคุณจบลงที่นี่"
กระบอกปืนสีดำสนิทถูกจ่อเข้าที่ขมับของรินรดาอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกจากชายฉกรรจ์ทำให้เธอสะอึกจนพูดไม่ออก ในหัวของเธอมีเพียงภาพถ่ายใบนั้นที่สั่นสะท้านอยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ ธาม... ผู้ชายที่เธอเพิ่งยอมเปิดใจให้ กลับกลายเป็นตัวละครลับในเกมมรณะที่เธอมองไม่เห็นทางออก
"พวกคุณต้องการอะไร..." รินรดาเค้นเสียงถาม แม้ขาจะสั่นพับ แต่เธอก็พยายามเงยหน้าสบตาพวกมันอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณรินรดาครับ... คนฉลาดเขาไม่ถามหรอกว่าต้องการอะไร เขาควรจะถามว่าเขายังมีลมหายใจเหลืออยู่อีกกี่นาที" ชายชุดดำคนหนึ่งแค่นยิ้ม ก่อนจะกระชากแขนเธออย่างแรงให้ก้าวลงจากรถ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น ร่างสูงโปร่งของธามพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้หนาด้านหลังต้นไทรใหญ่ เขาไม่ได้มาพร้อมอาวุธ แต่มาพร้อมกับสัญชาตญาณของการปกป้อง ธามอาศัยจังหวะที่คนร้ายกำลังจะฉุดรั้งรินรดาเข้าป่า ทุ่มตัวเข้ากระแทกชายชุดดำคนนั้นอย่างสุดแรง การต่อสู้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ท่ามกลางความมืดมิดของชายป่าที่ไร้แสงไฟ
"ริน! วิ่งไปที่รถผม! ไปเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนของธามขาดห้วงเมื่อเขากระเด็นไปกระแทกกับโขดหินข้างทาง
รินรดาไม่ได้วิ่งหนีไปตามที่เขาบอก แต่เธอคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวฟาดเข้าที่แผ่นหลังของชายชุดดำอีกคนที่กำลังจะควักมีดออกมาจัดการธาม แรงกระแทกนั้นไม่เพียงพอที่จะหยุดมันได้ แต่มันเบี่ยงเบนความสนใจได้มากพอที่ธามจะลุกขึ้นมาซัดหมัดเข้าที่ปลายคางคนร้ายจนทรุดลงไป
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรต่อ ธามคว้ามือรินรดาไว้แน่น แรงบีบจากมือของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่มันหนักแน่นจนเธอรับรู้ได้ถึงความตื่นตระหนกที่เขาพยายามซ่อนไว้ ทั้งคู่พากันวิ่งฝ่าความมืดเข้าสู่เขตป่าดิบชื้นด้านหลัง หวังเพียงให้พ้นจากรัศมีของปืนที่เล็งมาจากรถกระบะคันนั้น
...
ชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายจนรินรดาแทบทรุดลงกับพื้นดินที่เปียกชื้น พวกเขาหลบอยู่ในโพรงไม้ใหญ่ที่เถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบ ความเงียบสงัดของป่าตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่แข่งกับเสียงแมลงกลางคืน
"ทำไม..." รินรดาถามขึ้นในความมืด น้ำเสียงสั่นเครือจากทั้งความกลัวและความสับสน "ทำไมคนพวกนั้นถึงบอกว่าคุณเป็นคนโกหก และทำไมต้องเป็นข้อมูลชุดนั้น"
ธามนั่งพิงโคนไม้ แสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาเผยให้เห็นบาดแผลที่มุมปากของเขา เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้เธอ สัมผัสถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเย็น
"รินครับ... โลกของผมมันไม่ได้ใสสะอาดเหมือนที่รินมองเห็น" ธามเอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาของเขามองออกไปในความมืดด้วยความอาลัย "แฟ้มข้อมูลที่รินเห็น... มันคือต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวผมต้องแตกสลาย ผมพยายามทำลายมันทิ้งเพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตปกติ แต่มันกลับย้อนกลับมาหาเราจนได้"
"คุณหลอกฉันมาตลอดเหรอคะ?" รินรดาถามพลางขยับถอยห่าง แต่ธามกลับเอื้อมมือมาคว้ามือของเธอไว้ เขาไม่ได้บีบแน่น แต่มันเป็นการยึดเหนี่ยวที่มั่นคง
"ผมไม่เคยหลอกความรู้สึกที่มีต่อรินเลยแม้แต่วินาทีเดียว" ธามเว้นจังหวะ ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอ "สิ่งที่ผมปกปิด คือความผิดพลาดในอดีตที่ผมไม่ได้ก่อ แต่ผมต้องรับผิดชอบมัน... การพาคุณมาพัวพันด้วย เป็นเรื่องที่ผมเสียใจที่สุด"
รินรดาจ้องมองใบหน้าของชายที่เธอรัก ความโกรธแค้นในใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสงสาร เมื่อเห็นร่องรอยของความทรมานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมนั้น เธอตัดสินใจเอื้อมมือที่เปื้อนดินไปแตะที่มุมปากของเขาอย่างแผ่วเบา
"ถ้าเราตายไปพร้อมกับความลับนี้... มันจะจบลงไหมคะ?" รินรดากระซิบถาม
"ถ้าต้องแลกกับชีวิตริน... ผมจะยอมให้มันจบลงโดยที่ผมไม่เหลืออะไรเลย" ธามตอบด้วยเสียงหนักแน่น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเริ่มย่ำเข้ามาใกล้โพรงไม้ เสียงการสนทนาที่แผ่วเบาดังลอดเข้ามาในความเงียบ
"หาให้เจอ! นายสั่งว่าถ้าไม่ได้แฟ้ม ก็ให้เก็บทั้งคู่ไปเลย!"
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ธามดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบอก พลางหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นกุญแจรถพร้อมรีโมทคอนโทรลที่เขาส่งให้เธอ
"รินฟังผมนะ" ธามกระซิบข้างหูเธอ "ในกระเป๋าเป้ที่ผมโยนไว้หลังพุ่มไม้ตอนเราวิ่งมา... มีกุญแจสำรองอีกดอก ถ้าผมล่อพวกมันไปทางทิศตะวันออก รินต้องวิ่งไปทางทิศเหนือ ข้ามลำธารนั่นไป แล้วสตาร์ทรถของผม... อย่าหันหลังกลับมา อย่ารอผม"
"ไม่... ธาม! ฉันไม่ไป!" รินรดาเบิกตากว้าง น้ำตาคลอเบ้า
"เชื่อผมนะ... นี่เป็นทางเดียวที่เราจะรอด" ธามประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ เป็นการบอกลาหรือคำมั่นสัญญาก็สุดจะเดา ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วขว้างก้อนหินไปทางทิศตรงข้ามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
จังหวะที่ธามกำลังจะพุ่งตัวออกไป รินรดากลับดึงมือเขาไว้จนเขาสะดุดกลับมาหาเธอ ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาที่โพรงไม้จนมองเห็นหน้าของพวกเขาชัดเจน เสียงปืนนัดหนึ่งดังสนั่นกึกก้องไปทั่วป่าตามด้วยเสียงตะโกนของมินตราที่เดินตามหลังชายชุดดำเข้ามา
"ธาม! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ถ้าไม่อยากให้รินรดาตาย ก็ส่งแฟ้มมา!"
รินรดาหันไปมองมินตรา เพื่อนรักที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิต กำลังถือปืนจ่อมาทางพวกเขาด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว ธามทรุดตัวลงในอ้อมแขนของรินรดาพร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาจากหัวไหล่ของเขา ท่ามกลางความตื่นตระหนก รินรดาก็พบว่าในมือของมินตราไม่ได้มีแค่ปืน แต่ยังมีโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดวิดีโอคอลหาใครบางคน... คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครในตอนนี้ หวังว่าบทนี้จะถ่ายทอดความลึกซึ้งในใจของตัวละครได้ถึงใจนะครับ - สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 23
ป่าเขาและใจคน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!