"คุณไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินว่าอะไรควรจำ หรืออะไรควรลืม ในเมื่อคุณเองนั่นแหละที่เป็นคนพรากมันไปจากผม"
น้ำเสียงของธามแหบพร่า ทว่าทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพายุที่ถูกกักขังอยู่ในโถแก้ว เขาไม่ได้ตะคอก แต่ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากแววตาคู่นั้นกลับทำให้อากาศในห้องทำงานกว้างขวางดูเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ มือบางของเธอสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นไว้ใต้ชายเสื้อ เธอพยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองเพลที่ถูกตีอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคู่สวยพยายามมองสบตาชายตรงหน้า แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเคลือบด้วยความโกรธแค้น
"ธาม... สิ่งที่ฉันทำไปในตอนนั้น ฉันทำเพราะ..."
"เพราะอยากให้ผมสมบูรณ์แบบ?" ธามแค่นหัวเราะ สุ้มเสียงนั้นบาดลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณของคนฟัง เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ที่เธอมักจะโหยหาในยามที่อ้างว้าง บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความบีบคั้น "คุณคิดว่าความคาดหวังที่พังทลายของครอบครัวผมมันสำคัญกว่าความทรงจำที่มีค่าที่สุดในชีวิตผมเหรอรินรดา? คุณเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าคนคนหนึ่งไม่ควรมีตัวตนอยู่ในหัวใจของผมอีกต่อไป"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมด "ฉันไม่ได้ตัดสิน แต่ฉันเป็นคนประคองคุณในวันที่คุณแหลกสลาย! ในวันที่ทุกคนทิ้งคุณไปเพราะคุณรับมือกับความจริงไม่ได้ คุณลืมไปแล้วใช่ไหมว่าคุณเคยร้องไห้กอดฉันแน่นแค่ไหนตอนที่คุณสูญเสียทุกอย่างไปกับเหตุการณ์นั้น!"
ธามชะงัก ฝีเท้าที่ก้าวย่างเข้ามาหยุดลงทันที แววตาของเขาไหววูบไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง เขามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับว่าผู้หญิงตรงหน้าคือคนแปลกหน้าที่เขากำลังพยายามค้นหาคำตอบ
"ผมอาจจะลืมว่ากอดคุณตอนไหน" เขากล่าวเสียงเรียบเย็น "แต่ผมไม่มีวันลืมว่าใบหน้าของคนที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมนั้นมันเป็นอย่างไร และคุณ... คุณคือคนที่พยายามจะกลบฝังทุกอย่างด้วยการยื่นมือเข้ามาในชีวิตผมในวันที่ผมอ่อนแอที่สุด"
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังเดินสลับกับเสียงลมหายใจที่ติดขัดของรินรดา หัวใจของเธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอไม่ได้หวังให้เขาจำความรักที่เธอมีให้ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าความหวังดีทั้งหมดที่เธอทุ่มเทลงไป จะถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือในการบงการชีวิตเขา
"ถ้าคุณคิดว่าฉันคือปีศาจที่ทำลายชีวิตคุณ ทำไมถึงไม่เดินจากไปเสียล่ะ?" รินรดาถามเสียงสั่น แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยรอยร้าว "ทำไมต้องเก็บฉันไว้ใกล้ตัว เพื่อให้คุณได้มีโอกาสทรมานฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้?"
ธามนิ่งเงียบไปนาน เขาเบือนหน้าไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองเธออีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความสับสนที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
"นั่นสิครับ... ทำไมผมถึงยังปล่อยให้คุณยืนอยู่ตรงนี้" เขาพึมพำกับตัวเอง ราวกับกำลังตั้งคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ "บางทีอาจเป็นเพราะลึกๆ แล้ว ผมกลัวว่าถ้าคุณหายไป ความทรงจำที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวที่ผมยึดเหนี่ยวไว้จะหายไปพร้อมกับคุณ"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง คำพูดนั้นมันไม่ต่างอะไรกับการเอามีดกรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่หายดี เขารักเธอในฐานะที่เธอเป็น 'พยาน' แห่งอดีต แต่ไม่เคยรักในฐานะ 'คนรัก' ที่ยืนเคียงข้างเขาจริงๆ
ในขณะที่ความอึดอัดกำลังจะถึงจุดเดือด เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่กลับหนักแน่นพอที่จะขัดจังหวะบทสนทนาสีเทาที่กำลังกัดกินหัวใจคนทั้งคู่
"คุณธามคะ..." เสียงหวานใสที่คุ้นหูแทรกเข้ามา มินตราก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความนัย เธอหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของคนทั้งคู่ "ขอโทษที่รบกวนนะคะ แต่ฉันมีสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องอดีตมาให้คุณดู... เรื่องที่อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ 'รินรดา' ทำไว้กับคุณในตอนนั้นทั้งหมด"
มินตราเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ต่อหน้าธาม สายตาของเธอเหลือบมองรินรดาด้วยแววตาที่เย้ยหยันราวกับผู้ชนะ
ธามชะงักไปเมื่อเห็นสีหน้ามั่นใจของมินตรา เขาละสายตาจากรินรดาและยื่นมือไปหยิบซองเอกสารนั้น รินรดารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่วิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอรู้ว่าข้างในนั้นคืออะไร และหากธามได้เห็นมัน ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะพังทลายอยู่แล้วนี้ อาจจะกลายเป็นเถ้าถ่านที่ไม่มีวันจุดไฟติดได้อีกตลอดกาล
ธามแกะซองออกช้าๆ นิ้วของเขาสั่นเพียงเล็กน้อยขณะหยิบรูปถ่ายแผ่นหนึ่งออกมา แสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานสาดส่องลงบนภาพใบนั้นจนเห็นใบหน้าของผู้คนในอดีตชัดเจน ดวงตาของธามเบิกกว้างขึ้น รูม่านตาขยายด้วยความตกใจอย่างถึงขีดสุด เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นระริกอยู่ตรงนั้น
"ริน... นี่มันหมายความว่ายังไง?" ธามถามเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาติดขัด "คุณบอกว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้... แต่ทำไมในภาพนี้ คนที่ยืนอยู่ข้างผู้หญิงคนนั้น... คือคุณ?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจำของตัวละครเหล่านี้ผ่านปลายปากกาของผมนะครับ
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 11
บทสนทนาสีเทา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!