"ถ้าคุณยังจดจ่ออยู่กับตัวเลขในรายงานนั่น แทนที่จะเป็นเอกสารตรงหน้า ผมว่าโครงการนี้คงล้มเหลวตั้งแต่วันแรกนะครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของธามดังก้องขึ้นในห้องทำงานที่เงียบงันจนน่าอึดอัด แรงกดดันจากไอเย็นของเครื่องปรับอากาศดูจะน้อยกว่าความเย็นชาในน้ำเสียงของเขาเสียอีก รินรดาชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึม เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตากับคนตรงข้าม เพราะเกรงว่าความหวั่นไหวที่ซ่อนไว้ในดวงตาจะถูกเขาจับได้
"ขอโทษค่ะ... ผมหมายถึง ขอโทษครับ" เธอเผลอหลุดปากแก้คำพูดอย่างลนลาน ความตื่นเต้นทำให้มือที่จับเอกสารสั่นน้อยๆ จนกระดาษเกิดเสียงขยับเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ
ธามละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เขาหมุนเก้าอี้หนังราคาแพงมาทางเธอช้าๆ การเคลื่อนไหวของเขาดูสง่างามและเยือกเย็นเสมอ ต่างจากรินรดาที่รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนกองไฟที่มองไม่เห็น เขานิ่งเงียบไปนานราวกับจะกลั่นแกล้งให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล่นๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงนิด แต่กลับบาดลึกกว่าเดิม
"คุณกำลังพยายามหลบหน้าผม ทั้งที่งานสำคัญนี้บังคับให้เราต้องนั่งอยู่ด้วยกันในห้องนี้ตลอดสิบสองชั่วโมงต่อวัน... คุณคิดว่ามันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ฉลาดหรือครับ?"
รินรดาวางปากกาลงอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ดวงตาของเขาคมกริบแต่ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวรานบางอย่างที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น เธอจำสายตานี้ได้ดี... มันคือสายตาของคนที่เป็นนักโทษในกรงขังของโชคชะตา
"ไม่ใช่การหลบหน้าหรอกครับ แต่เป็นเพราะงานในมือมันสำคัญเกินกว่าจะเสียสมาธิไปกับ... เรื่องที่ไม่จำเป็น" เธอพยายามเลือกคำพูดเพื่อรักษาระยะห่าง แม้ในใจจะอยากถามออกไปเหลือเกินว่า *'ที่คุณมองผมแบบนั้น คุณกำลังนึกถึงอะไรกันแน่'*
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง เขาเอื้อมมือมาหยิบแฟ้มเอกสารจากมือเธอโดยที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนหลังมือของเธอเพียงชั่วครู่ ความร้อนที่แล่นปราดไปทั่วร่างของรินรดาเหมือนกระแสไฟฟ้า มันคือความรู้สึกที่เธอพยายามลบเลือนมาตลอดหลายปี แต่ทว่าทุกครั้งที่ใกล้ชิดกัน ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้เธอถลำลึกลงไปในบ่วงรักข้างเดียวนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เรื่องที่ไม่จำเป็นงั้นหรือครับ" ธามพึมพำขณะพลิกหน้ากระดาษสายตาเขายังคงจับจ้องที่ข้อความ แต่ความสนใจของเขาดูเหมือนจะอยู่ที่คนตรงหน้ามากกว่า "คุณรู้ดี รินรดา... ว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ ไม่เคยเป็นเรื่องไม่จำเป็นสำหรับผม"
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเคร่งเครียดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่หน่วงแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกาลเวลาที่หยุดนิ่ง ทุกความทรงจำในอดีตที่พยายามฝังกลบเริ่มผุดพรายขึ้นมาเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง เธอรู้ว่ามินตรากำลังเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่จากมุมหนึ่งของบริษัท และเธอก็รู้ดีว่ามินตราไม่มีทางปล่อยให้ธามเป็นของเธอโดยง่าย
"ธามครับ..." เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา "เราอย่าพูดเรื่องนี้เลยดีกว่า เรามาจัดการงานให้เสร็จเถอะครับ ผมไม่อยากให้คุณต้องเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องส่วนตัวของผม"
ธามวางเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปึก' ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของเขาทั้งสองห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่มีเอกลักษณ์ของเขาทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจ สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่เธอก็ไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด
"คุณชอบผลักไสผมตลอดเวลาเลยนะ" เขากระซิบ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "คุณกลัวอะไรครับ? กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณยอมเปิดเผยความรู้สึกจริงๆ ออกมา แล้วคุณจะพบว่า... ผมไม่ได้แบกรับความคาดหวังของครอบครัวเพียงลำพัง แต่ผมแบกคุณไว้ในใจด้วยมาโดยตลอด?"
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธออ้าปากค้าง ไร้คำพูดจะโต้ตอบ ความจริงที่เธอเฝ้าตามหาตลอดหลายปีถูกวางอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงของชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาครึ่งชีวิต
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำหรือตึงเครียดไปกว่านั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างเพรียวระหงของมินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร ทว่าแววตานั้นกลับว่างเปล่าและเย็นเยียบเหมือนคมมีดที่ซ่อนอยู่ในกลีบดอกไม้
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสร้งว่าใสซื่อ ก่อนจะเลื่อนสายตามาที่รินรดาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล "พอดีมินมีเอกสารด่วนจากคุณท่านมาให้ธามเซ็นค่ะ... อ้อ แล้วก็เรื่องงานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ ที่คุณแม่ของธามกำชับนักหนาว่าอยากให้ 'คู่หมั้น' อย่างมินไปปรากฏตัวพร้อมกับคุณ... คุณยังไม่ลืมใช่ไหมคะ?"
คำว่า 'คู่หมั้น' กระแทกเข้ากลางใจของรินรดาจนเธอรู้สึกชาวาไปทั้งร่าง เธอหันไปมองธามที่นิ่งค้างไปในทันที แววตาของเขาที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่ถูกปิดตายอีกครั้ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงรักษารอยจำเหล่านี้ไว้กับผมอย่างไม่ห่างหายนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 17
ในห้องทำงานที่เงียบงัน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!