“เธอคิดจริงๆ หรือริน ว่าการยืนอยู่ข้างเขามันคือความสุข... หรือเป็นแค่เศษเสี้ยวของความเวทนาที่เขามอบให้?”
เสียงของมินตรากรีดผ่านความเงียบในร้านกาแฟมุมลับตาคน มันไม่ได้ดังก้องกังวาน แต่ทว่าเย็นเยียบจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกคมมีดน้ำแข็งปาดเข้าที่ขั้วหัวใจ รินรดาชะงักมือที่กำลังประคองแก้วเซรามิกอุ่นๆ นัยน์ตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมานิ่งสนิท
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเลือกที่จะจ้องมองควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากเครื่องดื่ม มันเป็นช่วงเวลาที่ความเงียบทำหน้าที่แทนคำพูดได้อย่างน่าอึดอัด เธอรู้ดีว่ามินตราไม่ได้มาที่นี่เพื่อชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ และยิ่งไปกว่านั้น การเผชิญหน้ากันครั้งนี้มี 'ธาม' เป็นเดิมพันที่หนักอึ้งเกินกว่าจะวางไว้บนโต๊ะอาหาร
“มินมีอะไรจะพูดก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ใจจะเต้นรัวด้วยความกังวล “ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลาหรอก”
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของอีกฝ่ายคลุ้งจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ “ถอยออกมาซะริน... ก่อนที่รอยร้าวในใจของธามจะบดขยี้เธอจนไม่เหลือชิ้นดี เธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน และถ้าเธอฉลาดพอ เธอก็ควรจะหยุดทำตัวเป็นแสงสว่างให้คนที่มีแต่ความมืดมิดในหัวใจแบบเขา”
“มินหมายความว่ายังไงครับ... รอยร้าวแบบไหน?” รินรดาถามเสียงสั่น แม้จะพยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงเพียงใดก็ตาม
“รอยร้าวที่ธามเป็นคนลงมือสร้างด้วยตัวเองไงล่ะ” มินตราลดเสียงต่ำลง กระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนจนรินรดารู้สึกถึงความหนาวสั่นที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง “เขาไม่ได้ต้องการใครมาเติมเต็มหรอกริน สิ่งที่เขาต้องการคือเหยื่อ... เหยื่อที่จะคอยรองรับความเจ็บปวดจากอดีตของเขา และเมื่อถึงเวลาที่ความจริงทุกอย่างเปิดเผย เธอจะเป็นแค่สิ่งของชิ้นหนึ่งที่เขาทิ้งไว้ข้างทาง เหมือนกับที่เขาเคยทิ้งทุกอย่างเพื่อรักษาชื่อเสียงของครอบครัวเขา”
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดังเคร้ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ราวกับมีใครมาฉุดกระชากมันลงไปในหุบเหวแห่งความไม่มั่นใจ ความอ่อนโยนที่เธอเคยมีต่อธามเริ่มถูกกัดกินด้วยคำพูดเหล่านั้น แต่มันไม่ใช่แค่ความกลัว... มันคือความเจ็บปวดที่แฝงอยู่เบื้องหลังความหวังดีจอมปลอมของมินตรา
“มินพูดเหมือนกับว่า... มินรู้จักธามดีกว่าใคร” รินรดาสบตากับมินตราโดยตรง พยายามมองหาความจริงภายใต้ดวงตาคู่ที่ดูเหมือนจะกังวลใจอย่างเหลือล้น “แต่ความหวังดีของมินดูแปลกนะครับ มันเหมือนคำขู่มากกว่าจะเป็นคำเตือน”
“ถ้าฉันขู่... ฉันคงไม่มานั่งพูดกับเธอดีๆ แบบนี้หรอก” มินตราหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาเตรียมจะลุก “จำคำฉันไว้ รินรดา อย่ารักเขา... อย่าแม้แต่จะคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ เพราะสำหรับธามแล้ว ความรักเป็นเพียงภาระที่เขาเลือกที่จะไม่แบกรับ... และถ้าเธอไม่ถอยออกไปตั้งแต่วันนี้ เรื่องที่ฉันกุมไว้... มันอาจจะทำลายชีวิตที่เหลือของเธอจนไม่มีวันหวนคืนมาได้อีก”
มินตราลุกขึ้นยืน กลิ่นน้ำหอมนั้นยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของรินรดา เธอเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งค้างอยู่กับความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นกะทันหัน เสียงหัวใจที่เต้นรัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหน่วงหนัก เธอพยายามเรียบเรียงคำพูดของมินตราใหม่ในหัว แต่ละประโยคเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำที่นิ่งสงบ สร้างคลื่นความสั่นสะเทือนที่เธอไม่สามารถหยุดยั้งได้
รินรดาตัดสินใจเดินออกจากร้านกาแฟ ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่เริ่มทวีความกดดัน ท้องฟ้าดูจะหม่นลงกว่าปกติ แต่ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูร้าน เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เธอต้องชะงักค้าง
“มินตราพูดอะไรกับคุณรินครับ?”
รินรดาหันกลับไปพบกับร่างสูงของธามที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาดูสงบราบเรียบเหมือนเช่นเคย แต่แววตาคู่นั้นกลับดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในใบหน้าของเธอ มือของเขาข้างหนึ่งล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง อีกข้างหนึ่งกำแน่นจนเห็นเส้นเลือด รินรดาใจหายวาบ เธอไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเขาได้ยินสิ่งที่มินตราพูดไปมากน้อยแค่ไหน
“ธาม...” รินรดาเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ลมหายใจสะดุดเมื่อเห็นธามก้าวเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้เธอมองเห็นความเศร้าที่ซ่อนอยู่ลึกในแววตาคู่นั้นอย่างชัดเจนที่สุด
“ตอบผมสิริน...” ธามขยับเข้ามาอีกก้าว น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “เธอเชื่อสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดไหม? หรือว่าในใจคุณตอนนี้... เริ่มมีความหวาดระแวงให้ผมบ้างแล้ว?”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือของเธอเย็นเฉียบไปหมด ความสับสนตีรวนอยู่ในอก หากเธอบอกว่าเชื่อ เธออาจเสียเขาไปตลอดกาล แต่หากเธอบอกว่าไม่เชื่อ เธออาจกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่มินตราขุดไว้โดยไม่รู้ตัว และในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นเอง ธามก็นำโทรศัพท์เครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะข้างๆ เขาเปิดหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนค้างไว้ เป็นข้อความจากมินตราที่ส่งมาถึงเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
*‘ฉันจัดการรินรดาให้แล้ว... ถ้าอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีตามที่ตกลงกันไว้ ก็อย่าได้คิดจะดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกเลยนะธาม’*
รินรดามองข้อความนั้นด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกหยุดหมุน ธามไม่ได้มาเพื่อถามหาความจริง แต่เขามาเพื่อสารภาพ... หรือเพื่อผลักไสเธอกันแน่?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงรักษารอยจำเหล่านี้ไว้กับผมอย่างไม่ห่างหายนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 16
คำเตือนจากมินตรา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!