“คุณจะให้ฉันรอไปถึงเมื่อไหร่ครับ ธาม?”
คำถามนั้นหลุดออกจากปากมินตราด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่แฝงไว้ด้วยความกร้าวร้าวที่ยากจะปิดบัง เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังจนเกิดเสียงสะท้อนไปทั่วห้องรับแขกที่เงียบเชียบ
ธามยืนพิงกรอบหน้าต่าง สายตาของเขาทอดมองออกไปสู่ความมืดมิดของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับราวกับดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อม เขาไม่ได้หันกลับมามองเพื่อนสนิทที่อยู่ด้านหลัง มีเพียงร่องรอยของความเหนื่อยล้าที่ปรากฏบนแผ่นหลังกว้าง
“ผมไม่เคยขอให้คุณรอ” เขาตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม
“แต่คุณก็ไม่เคยผลักไส!” มินตราก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอหอบถี่ “รินรดาเขาก็แค่ผู้หญิงธรรมดาที่โผล่เข้ามาในชีวิตคุณตอนที่คุณกำลังอ่อนแอที่สุด คุณหลอกตัวเองมานานพอหรือยังว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา”
รินรดา ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย รู้สึกราวกับว่าอากาศในปอดถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น มือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความหวังที่เคยเป็นเสมือนแสงเทียนริบหรี่ในหัวใจ บัดนี้กลับถูกลมพายุแห่งความจริงพัดกระหน่ำจนเกือบดับมอด
เธอกำลังจะนำเอกสารงานออกแบบชุดล่าสุดมาให้ธามตรวจสอบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความจริงอันโหดร้ายที่เธอพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด... ความสัมพันธ์ของเธอและธาม เป็นเพียงช่องว่างที่เขาใช้เติมเต็มความเหงาเท่านั้นหรือ?
“รินเขา… ไม่เหมือนคุณ มินตรา” ธามพูดขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ แต่มันไม่ใช่ความรักอย่างที่เธอเคยฝัน “เขาเป็นเพียงความทรงจำที่อบอุ่นที่สุดในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของผม ถ้าหากผมให้ความหวังเขาไปมากกว่านี้ สุดท้ายผมก็คงเป็นเพียงคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่ทำลายชีวิตเขาด้วยมือตัวเอง”
มินตราแค่นหัวเราะ “งั้นบอกเขาไปสิ บอกให้เขารู้ว่าสิ่งที่คุณมอบให้น่ะ มันไม่มีทางเป็น 'ความรัก' ได้เลย”
ในเงามืดนั้น รินรดาหลับตาลงแน่น หยาดน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม เธอไม่ได้เสียใจที่ถูกหักหลัง แต่เธอเสียใจที่ความรู้สึกที่เธอถนอมไว้เป็นอย่างดี กลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความลำบากใจให้กับคนที่เธอรักมากที่สุด
ความรักข้างเดียวที่มีจุดเริ่มต้นจากความเห็นอกเห็นใจ กำลังเดินมาถึงทางตันแล้วจริงๆ ใช่ไหม?
รินรดาตัดสินใจหมุนตัวกลับ เงียบเชียบและไร้เสียง เธอวางแฟ้มเอกสารไว้บนโต๊ะหน้าห้องก่อนจะเดินหันหลังกลับจากไป แต่วินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นโถงทางเดิน เสียงของธามก็ดังแทรกขึ้นมา ราวกับเขารู้ตัวว่ามีใครบางคนเฝ้าดูอยู่
“รินรดา... ผมรู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น”
ฝีเท้าของหญิงสาวหยุดชะงัก ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมความเข้มแข็งสุดท้ายที่มี ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่
ธามยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่คมจ้องมองมาที่เธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชา แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น มินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าเหยียดหยาม แต่เขากลับไม่สนใจ
“ถ้าคุณได้ยินหมดแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว” ธามเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ เว้นระยะห่างไว้เพียงหนึ่งช่วงแขน “ผมเกลียดตัวเองที่ต้องพูดคำนี้... แต่ได้โปรด อย่าให้ความสำคัญกับผมไปมากกว่านี้อีกเลย รินรดา”
รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่ดูแตกสลายและโดดเดี่ยว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ มันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมา
“ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ธาม” เธอโกหก คำพูดของเธอหนักแน่นจนแม้แต่ตัวเธอเองยังแปลกใจ “ฉันแค่... มาวางงานไว้ให้เท่านั้นเอง”
เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไป แต่ทว่ามือหนาของธามกลับคว้าต้นแขนของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขาทำเอาความอดทนของรินรดาพังทลายลงในพริบตา
“คุณโกหก” ธามกระซิบ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า “และผมก็เกลียดที่ตัวเองเริ่มจะ... ต้องการให้คุณโกหกผมต่อไปแบบนี้”
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลาย เสียงโทรศัพท์มือถือของธามก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด เขาผละมือออกจากแขนของรินรดาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เหลือบมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า
“แม่ครับ?” ธามรับสายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความสุขุมและเย็นชาในทันที ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงจากปลายสาย “อะไรนะครับ? เกิดเรื่องแบบนั้นได้ยังไง?”
รินรดาและมินตรามองหน้ากันด้วยความตกใจ ธามลดโทรศัพท์ลง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนไม่มีเลือดไปเลี้ยง
“ธาม... เกิดอะไรขึ้น?” มินตราถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
ธามเงยหน้าขึ้นมองรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความหวาดหวั่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “จดหมายนั่น... จดหมายที่หายไปจากลิ้นชักของพ่อ... มีคนส่งมันไปให้ทางสภาธุรกิจแล้ว และเขากำลังจะมาที่นี่เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของตระกูลเรา... ภายในไม่กี่นาทีนี้”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังถล่มลงตรงหน้า เมื่อเธอจำได้ว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่ถือครองกุญแจห้องทำงานของพ่อธามในวันที่เธอเข้าไปทำความสะอาดห้องนั้น... และกุญแจดอกนั้น เธอเป็นคนทำมันหายไปเองกับมือ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจำนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 15
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!