“คุณกำลังจะบอกว่า ที่ผ่านมา... คุณไม่เคยทิ้งมันไปเลยอย่างนั้นหรือคะ ธาม?”
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะยืนอยู่กลางห้องทำงานที่เงียบสงัดของธาม กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ เธอไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุกเข้ามา แต่ความสงสัยที่สั่งสมมานานหลายปีทำให้นิ้วมือของเธอสั่นเทาขณะวางมือลงบนฝากล่องเหล็กสนิมเขรอะที่ซ่อนอยู่หลังกองเอกสารสำคัญบนชั้นวางหนังสือ
ธามที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างหันกลับมามอง ดวงตาคมกริบคู่นั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาขยับตัวช้าๆ เดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“บางสิ่งก็ไม่ควรถูกทิ้ง เพียงเพราะวันเวลาผ่านไปหรอกนะริน” ธามตอบพลางเบนสายตาไปที่กล่องเหล็กในมือหญิงสาว “ความทรงจำไม่ใช่ขยะที่คุณจะหยิบไปทิ้งลงถังแล้วจบลงได้ง่ายๆ”
รินรดาแค่นยิ้มขมขื่น มือของเธอเปิดฝากล่องออกอย่างเชื่องช้า ภายในนั้นไม่ได้มีของล้ำค่าอะไร นอกจากรูปถ่ายใบเก่าที่มุมเริ่มยับย่น โปสการ์ดที่ส่งไม่ถึงผู้รับ และริบบิ้นสีน้ำเงินเส้นเล็กๆ ที่เธอเคยทำหายไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ทุกอย่างในนี้คือหลักฐานของช่วงเวลาที่ธามเคยปฏิเสธว่าเขาไม่เคยใส่ใจ
“คุณเก็บมันไว้ทำไม” รินรดาถามซ้ำ เสียงของเธอแผ่วลงจนแทบขาดห่วง “ในเมื่อตอนนั้นคุณเป็นคนพูดเองว่า เราควรลืมเรื่องทั้งหมดเสีย เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของพวกเรา... ถ้าคุณต้องการจะลืม ทำไมถึงต้องเก็บเศษเสี้ยวของคนคนหนึ่งไว้ในที่มืดมิดแบบนี้”
ธามนิ่งไป ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับยื่นมือไปหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปของรินรดาในชุดนักศึกษาที่ยืนยิ้มอยู่ใต้ต้นหูกวางหน้าคณะ เขาใช้นิ้วโป้งลูบไล้ภาพนั้นแผ่วเบา สัมผัสที่บ่งบอกถึงความโหยหาที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา
“ริน... คนเรามักจะมีมุมที่เห็นแก่ตัวเสมอ” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ “ผมถูกคาดหวังให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ ต้องทิ้งความต้องการส่วนตัวเพื่อเกียรติยศของครอบครัว แต่ในมุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครมองเห็น ผมกลับเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยึดติดอยู่กับรอยยิ้มของคุณ...”
“การยึดติดแบบนั้น มันทำร้ายคนอื่นนะธาม” รินรดาโต้ตอบ เธอขยับตัวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือ “คุณกักขังตัวเองไว้ในอดีต แล้วยังดึงฉันเข้ามาในความทรงจำที่เป็นเหมือนกรงขังนี้อีก คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่? ความสงสาร? หรือแค่ต้องการให้ฉันรู้สึกผิดที่เคยจากไป?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ธามก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างลดลงจนเธอมองเห็นประกายความเจ็บปวดในนัยน์ตาคู่คมนั้นชัดเจน เขาไม่ได้ต้องการคำตอบ เขาแค่ต้องการให้เธอได้รับรู้สิ่งที่เขาเก็บซ่อนมาตลอด
“ผมไม่ได้ต้องการให้คุณรู้สึกผิด” ธามกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าคล้ายคนขาดใจ “ผมแค่ต้องการให้คุณรู้ว่า แม้ในวันที่โลกทั้งใบผลักไสคุณออกไป แต่ในกล่องใบนี้... ในมุมที่มืดที่สุดของหัวใจผม คุณไม่เคยถูกลบเลือนไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว”
ขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากตอบ ความเงียบของห้องก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่น ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยมินตรา เธอหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู สายตาของเธอปะทะเข้ากับกล่องเหล็กในมือรินรดาและความใกล้ชิดที่ผิดปกติของคนทั้งสอง
ใบหน้าของมินตราซีดเผือดลงทันที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่พยายามสะกดกลั้นไว้ เธอเดินตรงเข้ามาในห้อง พลางส่งยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรให้รินรดา
“ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญสินะคะ” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความคมกริบของคมมีด “แต่ธามคะ... เรื่องที่คุณให้ฉันไปจัดการเกี่ยวกับเอกสารหย่าของครอบครัวน่ะ ได้รับการอนุมัติแล้วนะ และมีคนอยากจะคุยกับคุณเรื่องนี้เดี๋ยวนี้เลย”
ธามชะงักไป คำว่า 'เอกสารหย่า' เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางห้อง รินรดามองไปที่มินตราด้วยความตกใจ สลับกับมองแผ่นหลังของธามที่เกร็งแน่น เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าธามกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ มินตรากลับเป็นคนกุมชะตากรรมเรื่องนี้ไว้ในมือ
“คุณมินตรา... หมายความว่ายังไงคะ?” รินรดาถามเสียงสั่น
มินตราเดินเข้ามาใกล้จนชิดรินรดา ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “เขาไม่ได้บอกคุณใช่ไหมล่ะ ว่าการที่เขายังเก็บขยะพวกนี้ไว้ เพราะเขากำลังจะยอมทิ้งทุกอย่าง... ทิ้งแม้กระทั่งตำแหน่งผู้นำตระกูล เพื่อที่จะได้มีชีวิตใหม่กับคุณ โดยไม่สนเลยว่าคนอย่างฉันจะพังทลายแค่ไหนจากการตัดสินใจที่เห็นแก่ตัวของเขา”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอหันไปมองธามที่กำลังยืนนิ่งดุจรูปปั้น ความจริงที่โหดร้ายกว่าการถูกเก็บไว้ในกล่องเหล็กเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าการยึดติดของเขาในครั้งนี้ อาจหมายถึงการทำลายชีวิตของทุกคนรอบตัว รวมถึงทำลายตัวเขาเองด้วย
สายลมแผ่วเบาพัดผ่านหน้าต่างบานแคบเข้ามา ดับเปลวเทียนบนโต๊ะทำงานจนห้องจมลงสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายให้เห็นสีหน้าของธามที่ดูเด็ดเดี่ยวราวกับพร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเพื่อรักษาความรักที่ไม่มีวันสมหวังนี้ไว้
การเดินทางครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้น และความลับที่ธามซ่อนไว้คงไม่ใช่เพียงแค่ความทรงจำในกล่องเหล็ก แต่มันคือเชื้อไฟที่จะเผาไหม้รอยจำทั้งหมดให้มอดไหม้ไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจำนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 14
ความทรงจำในกล่องเหล็ก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!