ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 18

แสงแดดยามเย็น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ถ้าคุณจะโกหก ก็ช่วยทำสีหน้าให้มันแนบเนียนกว่านี้หน่อยเถอะครับ รินรดา” ธามวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง ‘เคร้ง’ เบาๆ แต่มันกลับก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้องสมุดเก่าแก่ที่เหลือเพียงเราสองคน ร่างสูงใหญ่ของเขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำ ฉันกำชายกระโปรงแน่น พยายามรักษาใบหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเหมือนมีพายุหมุนลูกย่อมๆ ก่อตัวขึ้น “รินไม่ได้โกหกนะคะธาม รินแค่... ไม่มีอะไรจะพูด” “ไม่มีอะไรจะพูด หรือไม่มีความกล้าพอที่จะพูดกันแน่?” เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขา—กลิ่นไม้สนที่แฝงด้วยความเย็นเยือก—เริ่มทำให้สติสัมปชัญญะของฉันพร่าเลือน เหตุการณ์เมื่อครู่ที่มินตราเดินเข้ามาทิ้งประโยคก้ำกึ่งเรื่อง ‘ความลับในห้องใต้ดิน’ ยังคงติดค้างอยู่ในหัว ธามรู้เรื่องนั้นหรือเปล่า? หรือเขาแค่กำลังหยั่งเชิงเพื่อต้อนให้ฉันจนมุม? “ธาม... เรื่องมินตรา เขาอาจจะแค่เข้าใจผิด” ฉันเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามเบี่ยงสายตาไปมองชั้นหนังสือที่เรียงรายอยู่ด้านหลังเขา แสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามาเป็นลำ ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศเต้นระบำเป็นประกาย มันเป็นแสงสีส้มหม่นที่ดูเหงาจับใจ “มินตราไม่เคยเข้าใจผิดในสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อหรอกครับ” ธามเว้นจังหวะ สายตาเขาทอดมองลงมายังมือของฉันที่ยังกำชายกระโปรงอยู่ “และคุณเองก็ไม่เคยปกปิดความรู้สึกของตัวเองได้มิดชิดอย่างที่คิด” เขายื่นมือมา ช้าๆ และหนักแน่น นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนหลังมือของฉันเพียงแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้ล่วงเกิน แต่มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ฉันสะดุ้งเล็กน้อย แต่กลับไม่สามารถดึงมือหนีได้ ราวกับแรงดึงดูดบางอย่างตรึงเราไว้ด้วยกันในห้วงเวลานี้ “ธาม...” “ผมไม่ได้อยากกดดันคุณนะ” เสียงของเขาอ่อนลง ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่ฉันไม่เคยได้รับมาก่อน “ผมแค่เหนื่อย... เหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งไล่ตามเงาของคนที่ไม่ยอมหันกลับมามองผมตรงๆ สักที” คำสารภาพนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขกลอนประตูซึ่งฉันล็อกไว้อย่างแน่นหนา ความอดทนที่สั่งสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในชั่วพริบตา ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสงแดดยามเย็นอาบไล้ไปทั่วใบหน้าคมสันของชายหนุ่ม ทำให้เห็นเงาของความเศร้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบนั้นอย่างชัดเจน เราจ้องมองกันอยู่นาน เนิ่นนานจนเข็มนาฬิกาบนผนังดูเหมือนจะหยุดเดิน โลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ธามเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนฉันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขา หัวใจของฉันเต้นรัวแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน “ถ้าผมจะขอ... ขอให้คุณหยุดซ่อนตัวจากผม จะเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัวเกินไปไหมครับ?” เขากระซิบชิดริมฝีปากของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ฉันสั่นสะท้าน ฉันควรจะตอบตกลง หรือควรจะถอยห่างเพื่อรักษาหัวใจตัวเองไว้ แต่มือของเขากลับเลื่อนขึ้นมาประคองแก้มของฉันอย่างทะนุถนอม ราวกับฉันเป็นสมบัติล้ำค่าที่เขาหวาดกลัวว่าจะแตกสลาย ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะยอมจำนนต่อแรงปรารถนา เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องสมุด มินตราหยุดยืนอยู่ที่กรอบประตู แสงอาทิตย์เบื้องหลังทำให้เงาของเธอยาวเหยียดพาดผ่านเข้ามาถึงตัวเรา “ธาม... คุณแม่เรียกหาคุณค่ะ เรื่องงานหมั้นที่กำลังจะถึงนี้ ท่านบอกว่ามีรายละเอียดที่ต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้เลย” ธามชะงักไป มือที่ประคองแก้มฉันค่อยๆ ลดลงช้าๆ ความอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดพา มินตราก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่มันจับจ้องอยู่ที่มือของธามที่เพิ่งปล่อยจากหน้าฉัน ก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มที่ดูเย็นเยียบ “อ้อ... เกือบลืมไปเลย รินรดาจ๊ะ พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอกสารที่เธอกำลังหาอยู่ อาจจะไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้ แต่อยู่ในกล่องเซฟลับที่ห้องทำงานของธาม... กล่องใบที่เธอไม่มีสิทธิ์จะเปิดมันหรอกนะ เพราะข้างในนั้นมันมีความลับที่ถ้าเธอรู้... ชีวิตของเธออาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” หัวใจของฉันร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง ธามก็หันกลับมามองฉันด้วยแววตาที่ฉันอ่านไม่ออก ในขณะที่มินตราเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงเราสามคน “อยากรู้ไหมล่ะว่าทำไมธามถึงไม่เคยกล้าเปิดมันต่อหน้าเธอ?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงรักษารอยจำเหล่านี้ไว้กับผมอย่างไม่ห่างหายนะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%