ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 37

ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว มินตรา” น้ำเสียงของธามไม่ได้ตะคอก แต่มันกลับราบเรียบจนน่ากลัว เป็นความเงียบงันที่แฝงไปด้วยแรงอัดมหาศาลเหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิด เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูห้องทำงาน เขายังคงจ้องมองเอกสารเก่าคร่ำครึในมือ ซึ่งเป็นหลักฐานการโอนสิทธิ์ในที่ดินผืนนั้น... ที่ดินที่พรากบ้านทั้งหลังไปจากครอบครัวของรินรดาเมื่อสิบปีก่อน มินตราเม้มปากแน่น ความเงียบของธามในวินาทีนี้กดดันยิ่งกว่าการถูกตะคอกใส่หน้าหลายเท่า เธอพยายามก้าวขาที่สั่นเทาเข้าไปใกล้เขาอีกนิด “ธาม ฟังฉันก่อนนะ เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิด...” “ผมถามว่า นานแค่ไหน?” เขาหันกลับมา แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ยากจะควบคุม มือของเขาบีบซองเอกสารจนยับยู่ยี่ “ตอนที่คุณเห็นผมพยายามทำดีกับรินรดา ตอนที่คุณเห็นผมทำตัวเป็นคนใจดีที่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้เธอด้วยความสงสาร... คุณรู้สึกสมเพชผมมากไหม ที่ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับนรกที่เธอกำลังแบกรับอยู่” มินตราหลบสายตา ร่างกายเธอสั่นสะท้าน เธอรู้ดีว่าคำสารภาพในตอนนี้มีค่าเท่ากับการทำลายมิตรภาพที่สร้างมาตลอดหลายปี “ฉัน... ฉันแค่ไม่อยากให้คุณต้องแบกรับความผิดของครอบครัวตัวเอง ธาม ถ้าคุณรู้ คุณก็จะไม่มีวันมีความสุขกับเธอได้อีกเลย ฉันทำเพื่อปกป้องคุณนะ!” “ปกป้อง?” ธามแค่นหัวเราะ เสียงนั้นบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “คุณไม่ได้ปกป้องผม มินตรา คุณกำลังขังผมไว้ในกรงของความเขลา แล้วปล่อยให้รินรดาต้องตายใจว่าคนที่เธอรักที่สุด คือคนที่ทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็นที่สุด” บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟอ่อนๆ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันที่หนาหนักจนแทบหายใจไม่ออก ธามเดินเข้ามาประชิดตัวมินตรา แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหลืออยู่อีกต่อไป มันคือแววตาของผู้ชายที่กำลังแตกสลายและสูญเสียความเชื่อมั่นในทุกสิ่ง “รินรดารู้หรือยัง” เขาถามเสียงต่ำ มินตราสบตาเขา น้ำตาที่เธอพยายามกั้นไว้ร่วงหล่น “ถ้าเธอรู้... ทุกอย่างที่ผ่านมาจะพังทลายลงทันที ธาม คุณก็รู้ว่าเธอเปราะบางแค่ไหน เธอแบกความทรงจำที่เจ็บปวดนั้นไว้คนเดียวมานานเกินพอแล้ว” “เธอเปราะบาง... หรือเพราะคุณกลัวว่าถ้าเธอรู้ความจริง เธอจะไม่มีวันหันมามองคุณอีกต่อไป” คำพูดของธามเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลสด มินตราหน้าซีดเผือด เธอไม่คิดว่าเขาจะมองเห็นวาระซ่อนเร้นที่เธอซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของคำว่า ‘เพื่อนสนิท’ ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ ธามหมุนตัวเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นรินรดากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เขาตั้งใจปลูกให้เธอเพียงเพราะเธอเคยเปรยว่าชอบ รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเธอยามมองดอกไม้เหล่านั้นช่างดูไร้เดียงสาเสียจนเขาเจ็บปวดไปทั้งอก เขาเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ความรักที่เขามอบให้มันช่างไร้ความหมาย เมื่อเทียบกับความผิดบาปที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของมัน “ออกไปก่อนเถอะมินตรา” เขาเอ่ยโดยไม่หันกลับมา “ก่อนที่ผมจะพูดอะไรที่ทำให้เราเลิกเป็นเพื่อนกันไปตลอดกาล” เมื่อมินตราเดินออกจากห้องไปพร้อมเสียงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้ ธามก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม เขายกมือขึ้นกุมขมับ พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่ถาโถมเข้ามาในหัว เขาจำได้ว่าพ่อของเขาเคยเอ่ยถึงที่ดินผืนนั้นด้วยท่าทีที่แปลกไปในวันที่เขายังเด็ก... เขาจำได้ว่าในวันนั้น แม่ของรินรดาโทรมาขอร้องใครบางคน... เขาเป็นเพียงเด็กชายที่ไม่รู้อะไร แต่เขาก็เป็นเด็กชายที่ได้รับผลประโยชน์จากหยาดน้ำตาของเธอมาโดยตลอด เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นตามมาด้วยจังหวะที่หัวใจเขาสั่นไหว “ธามคะ... รินทำชามาให้” เสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นหน้าห้อง ธามหลับตาแน่น ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านกลับกลายเป็นความขมขื่นที่แล่นพล่านอยู่ในลำคอ เขาควรจะทำอย่างไรกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ เมื่อรู้ดีว่าถ้าเขาสารภาพออกไป สิ่งที่จะได้รับกลับมาไม่ใช่ความเข้าใจ แต่คือความแตกสลายที่จะไม่มีวันประสานคืนได้อีก เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงแม้ขาจะสั่นเทา มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูออกช้าๆ รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ในมือมีถาดชาหอมกรุ่น แววตาของเธอดูมีความสุขจนเขาแทบกั้นใจไม่ไหว “มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้น” เธอถามพลางเอียงคอเล็กน้อย สัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนของเขาทำให้ธามต้องเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอโผเข้ากอดเธอด้วยความรู้สึกผิด เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ดวงตาที่เขาเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่ในตอนนี้ มันกลับเป็นดวงตาที่เขารู้สึกไม่คู่ควรที่จะได้สบมองอีกต่อไป “ริน... ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่าคนที่คุณรักที่สุดในตอนนี้ คือคนที่ทำลายชีวิตคุณในอดีต คุณจะทำอย่างไร” คำถามนั้นหลุดออกจากปากเขาไปโดยไม่ตั้งใจ รินรดาชะงัก รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขา แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับดูสั่นคลอนเหมือนคนที่มีความลับซ่อนอยู่ภายใน “ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว “หรือว่าคุณ... เจออะไรเข้าแล้ว?” ธามนิ่งงัน หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง เมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว เขาก็เริ่มตระหนักได้ว่า... ความลับที่เขาเพิ่งค้นพบ ไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและรับฟังความอัดอั้นของตัวละครไปพร้อมกับผมนะครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%