“เธอทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง มินตรา... ทั้งที่เธอรู้ว่าจดหมายฉบับนั้นมีความหมายกับฉันแค่ไหน”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ใต้ความนิ่งงัน เธอวางกระดาษแผ่นเก่าที่ซีดจางลงบนโต๊ะไม้สักตัวหรู สองมือของเธอสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
มินตราไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเลือดนก แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับให้ใบหน้าที่เคยดูอ่อนหวานดูบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย เธอค่อยๆ ละสายตาจากรอยร้าวบนผนังหินอ่อน มาสบตาเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกซึ้งไปด้วยความขมขื่นที่สั่งสมมานานหลายปี
“ความหมายงั้นหรือริน...” มินตราเค้นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “สำหรับเธอ มันคือความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่สำหรับฉัน... จดหมายฉบับนั้นคือหลักฐานของความพ่ายแพ้ที่ฉันต้องเผชิญมาตลอดชีวิต”
รินรดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากที่มินตราสวมไว้ตลอดเวลาให้หลุดออกไป “เธอขโมยมันไป... เธอปล่อยให้ธามคิดว่าฉันทอดทิ้งเขาไปโดยไม่บอกลา ทั้งที่เธอก็รู้ดีว่าฉันรอเขาแค่ไหน”
“แล้วยังไงล่ะ?” มินตราลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่า เธอเดินเข้าหารินรดาด้วยก้าวย่างที่มั่นคง แววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความแค้น “ในวันที่ธามแตกสลายที่สุด ใครล่ะที่อยู่ข้างเขา? ในวันที่เขาไม่เหลือใคร ใครล่ะที่คอยซับน้ำตาให้เขาด้วยความรักที่เธอไม่มีวันเข้าใจ... ไม่ใช่เธอหรอกรินรดา คนที่เขาต้องการตอนนั้นคือฉัน แต่เพราะเขายังมีเศษเสี้ยวของเธอหลงเหลืออยู่ในใจ ฉันถึงต้องทำแบบนั้น!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องทำงานของธาม กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมประจำตัวมินตราดูเหมือนจะกลายเป็นอาวุธที่บาดลึกในใจของรินรดา ทุกถ้อยคำที่ถูกพ่นออกมาเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ กระแทกเข้ากับความทรงจำที่เธอพยายามลืมเลือน
“เธอไม่ได้รักเขา มินตรา... เธอแค่กลัวที่จะสูญเสียสถานะที่เธอสร้างขึ้นมาเองต่างหาก” รินรดาโต้ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าคมกริบพอที่จะทำให้คนฟังชะงัก “ความรักที่สร้างขึ้นบนความหลอกลวง สุดท้ายแล้วมันก็เหมือนบ้านที่ไร้ฐานราก ยิ่งเธอพยายามประคองมันไว้เท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องทำลายตัวเองมากขึ้นเท่านั้น”
มินตรานิ่งไปครู่ใหญ่ ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน เธอหันกลับไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาไว้ในมือขยำมันจนยับยู่ยี่ “ถ้าเธอคิดว่าความจริงจะเปลี่ยนอะไรได้ละก็ เธอคิดผิดแล้วริน เพราะธามไม่ได้ต้องการคนรักที่จากไปนานปี เขาต้องการคนที่เป็นปัจจุบัน... และตอนนี้ ฉันคือคนนั้น”
ในจังหวะนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของห้องทำงานก็เปิดออกกว้างโดยไม่มีเสียงสัญญาณเตือน ธามยืนอยู่ที่หน้าประตู ในมือของเขาถือเอกสารสำคัญที่ต้องรีบสะสาง เขานิ่งไปเมื่อเห็นบรรยากาศที่คุกรุ่นราวกับลาวาที่พร้อมจะประทุ สายตาของเขาเลื่อนไปมองกระดาษยับยู่ยี่ในมือของมินตรา ก่อนจะหยุดลงที่แววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของรินรดา
ธามก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ความกดดันในอากาศดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นจนน่าอึดอัด “เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
มินตราหน้าถอดสี มือที่ถือจดหมายซ่อนไว้ข้างหลังอย่างลนลาน “ไม่มีอะไรค่ะธาม รินเขาก็แค่... ตกใจเรื่องงานนิดหน่อย”
รินรดาจ้องมองใบหน้าของชายที่เธอรักสุดหัวใจ ความผิดหวังเอ่อล้นจนเธอไม่อาจเก็บงำได้อีกต่อไป เธอเดินตรงเข้าไปหาธาม หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น “ธามคะ... ถ้าคนที่เราไว้ใจที่สุด กลับกลายเป็นคนที่ทำลายชีวิตเราไปเกือบครึ่งชีวิต คุณจะเลือกทำอย่างไร?”
ธามขมวดคิ้ว เขามองผ่านไหล่ของรินรดาไปยังมินตราที่ตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง “ริน... เธอพูดเรื่องอะไร?”
รินรดาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของมินตรา ก่อนจะกระชากมือที่ซ่อนไว้ข้างหลังออกมา ปรากฏจดหมายฉบับสำคัญที่ถูกขยำจนแทบมองไม่เห็นข้อความ “อ่านสิคะธาม อ่านดูว่าความลับที่มินตราเก็บงำไว้ตลอดสิบปีนี้ คืออะไรกันแน่!”
เมื่อจดหมายถูกกางออกบนโต๊ะต่อหน้าต่อตาธาม ลมหายใจของเขาก็ขาดห้วงไปทันที เมื่อเขาจำลายมือที่คุ้นเคยบนจดหมายฉบับนั้นได้ดี... ลายมือของรินรดาที่เขียนถึงเขาเมื่อสิบปีก่อน จดหมายที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง
มินตราทรุดเข่าลงกับพื้น ความอดทนที่เธอเพียรสร้างมาพังทลายลงในพริบตา ในขณะที่รินรดาเพียงแค่หันหลังกลับไปมองที่ประตูห้อง ก่อนจะพบเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องมานานพอที่จะได้ยินความจริงทั้งหมด
และเงาร่างนั้น ก็คือคนที่ธามให้ความเคารพและรักเสมือนพ่อแท้ๆ ของเขาเอง... เขาคนนั้นเดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
“ถ้าความจริงมันถูกเปิดเผยออกมาขนาดนี้แล้ว... ก็ได้เวลาที่พวกเธอต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป รวมถึงเรื่องที่ฉันปิดบังไว้มาตลอดชีวิตเช่นกัน”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับถูกเปิดเผยนะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ - สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 36
ความลับของมินตรา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!