ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 35

โลกทั้งใบหยุดหมุน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่า ธาม" รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของเขา น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ซ่อนไว้ใต้ผิวน้ำ เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่กลับจดจ้องไปยังภาพวาดสีน้ำบนผนังที่เขาเคยวาดให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ธามชะงักมือที่กำลังถือแก้ววิสกี้ รอยร้าวในแววตาของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกกลบฝังภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุมตามความเคยชิน เขาขยับตัวช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่มาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเธอ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาปนกับกลิ่นจางๆ ของไม้สน ทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจเพื่อคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัว "ผมไม่เคยโกหกคุณ ริน" เขาตอบเสียงต่ำ ความเย็นเยียบในน้ำเสียงเจือความเจ็บปวดที่เขาเองก็ยากจะปฏิเสธ "สิ่งที่ผมทำ... คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเราสองคนในตอนนี้แล้วไม่ใช่หรือ" "ถูกต้องสำหรับคุณ หรือถูกต้องสำหรับสิ่งที่ครอบครัวคุณต้องการกันแน่" รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่เธอเฝ้าถวิลหามาตลอดชีวิต ธามไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่ยื่นมือไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่วคล้ายขนนก แต่มันกลับทิ้งรอยไหม้ไว้ในใจของหญิงสาว แววตาของธามในยามนี้ไม่ได้เยือกเย็นเหมือนทุกที มันมีความโหยหา ความอาวรณ์ และความอ่อนแอที่เขามักจะซ่อนไว้จากโลกภายนอก "ถ้าผมบอกว่าผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้... คุณจะเชื่อไหม" ธามกระซิบ รินรดาไม่ตอบ แต่เธอตัดสินใจวางมือลงบนแผงอกของเขา ความแข็งแกร่งของร่างกายเขาที่เธอมักจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นเสมอในเวลาที่อยู่ใกล้กัน มันคือความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่หนาวเหน็บสำหรับเธอ ความสุขในวินาทีนี้มันเบาบางจนน่าใจหาย ราวกับฟองสบู่ที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากเพียงแค่เธอกะพริบตา "ถ้ามันเป็นเวลาที่หยุดนิ่งได้จริง... ฉันอยากให้คุณเป็นคนพูดความจริงกับฉันสักครั้ง" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น "มินตราโทรหาฉันเมื่อเช้านี้ เธอไม่ได้มาแค่ทักทาย เธอพูดถึงเรื่องที่เธอควรจะฝังมันไว้ในอดีต" ธามชะงักไปทันที แววตาที่เคยมองเธออย่างอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกที่ปิดไม่มิด มือที่ลูบผมของเธอค่อยๆ เลื่อนลงมาจับที่ไหล่ของเธอแน่นขึ้น จนรินรดารู้สึกได้ถึงแรงบีบ "มินตราพูดอะไร" เขาถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวโดยไม่รู้ตัว "เรื่องที่ทำให้คุณต้องเลือก" รินรดาแค่นยิ้ม ทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "เธอบอกว่า... หากฉันยังเลือกที่จะอยู่ข้างคุณ ความลับที่คุณปกปิดไว้จะทำลายชีวิตของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี คุณทำอะไรลงไปธาม? คุณไปทำสัญญาอะไรกับเธอไว้ในวันที่ฉันไม่รู้อะไรเลย" ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะหมุนคว้าง ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ธามถอนหายใจยาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงกลายเป็นความรวดร้าวที่รุนแรงกว่าเดิม เขาดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศหากเขาปล่อยมือ "ริน... บางเรื่องการไม่รู้อาจจะทำให้คุณมีความสุขมากกว่า" "แต่ฉันรักคุณมากพอที่จะยอมรับความทุกข์นั้นร่วมกับคุณ" เธอตอบสวนกลับทันที เสียงของเธอมั่นคง ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวราน ช่วงเวลาแห่งความสุขที่แสนสั้นในห้องนี้กำลังถูกบดขยี้ด้วยความจริงที่คืบคลานเข้ามา ราวกับพายุที่ก่อตัวขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ธามซบหน้าลงบนไหล่ของเธอ เขาไม่ได้ร้องไห้ แต่ไหล่กว้างของเขาสั่นสะเทือนด้วยความอัดอั้นที่เกินจะแบกรับ ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งเร้า *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* "ธาม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงของมินตราดังทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง "อย่าเพิ่งเชื่อสิ่งที่เธอกำลังจะทำ! ถ้ารินรดารู้เรื่องบันทึกเล่มนั้น... ชีวิตของพวกเราทุกคนจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีก!" ธามผละออกจากรินรดาทันที ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนเห็นผี รินรดามองเขาด้วยความไม่เข้าใจขณะที่เขาถอยห่างออกไปราวกับเธอเป็นคนแปลกหน้า ก่อนที่มือของธามจะเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมา เขามองซองเอกสารนั้นสลับกับมองหน้ารินรดาด้วยสายตาที่แตกสลาย "ริน... ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้" เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ "และอย่าหันหลังกลับมามองผมอีก เพราะนับจากวินาทีนี้... โลกที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องคุณ กำลังจะพังทลายลงด้วยมือของผมเอง" ธามฉีกซองเอกสารออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะ ทันทีที่ภาพถ่ายที่หลุดออกมาจากซองนั้นปรากฏแก่สายตาของรินรดา หัวใจของเธอก็เหมือนหยุดเต้นไปในทันที มันไม่ใช่แค่เรื่องของเธอ แต่มันคือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า 'ความรัก' ที่เธอยึดถือมาตลอดชีวิต คือ 'คำลวง' ที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนใกล้ตัวที่สุด ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจตัวละครของเรานะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%