“แฟ้มเอกสารชุดนี้ ผมสรุปประเด็นเรื่องข้อพิพาทสัญญารอบที่สามไว้ให้แล้ว คุณรินรดาตรวจดูอีกครั้งก่อนนำเสนอที่ประชุมบ่ายนี้นะครับ”
เสียงทุ้มต่ำของธามดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที แต่ใช้เวลาเสี้ยววินาทีกดเก็บความรู้สึกสั่นไหวในอกให้ลึกที่สุดก่อนจะขานรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
“ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณครับ” รินรดาแก้คำพูดตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคมกริบของอีกฝ่ายจ้องมองมา เธอสูดหายใจลึก ก้าวเข้าไปรับแฟ้มเล่มนั้นด้วยมือที่ค่อนข้างเย็น “ฉันจะรีบจัดการให้เรียบร้อยที่สุดค่ะ”
ธามละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างแช่มช้า ก่อนจะขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย “คุณไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจนลืมดื่มกาแฟหรอกครับ ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวในงานนี้... อาจกลายเป็นรอยร้าวที่คุณแก้ได้ยากในอนาคต”
รินรดามองสบตาเขาเพียงชั่วครู่ ดวงตาของธามในวันนี้ดูหม่นแสงกว่าปกติ ราวกับมีม่านหมอกบางอย่างปกคลุมอยู่ลึกๆ เขาเป็นคนเดิมที่เธอเคยรู้จักในความทรงจำสีจาง แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงานใหม่ เขากลับดูเว้นระยะห่างได้อย่างเย็นชาและน่าเกรงขามจนเธอทำตัวไม่ถูก
“คุณดูเหมือนคนที่กำลังพยายามวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ” รินรดาหลุดปากพูดออกไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันทีเมื่อคำถามนั้นลอยอยู่ในอากาศ
ธามนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากขยับยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยตัวเองเสียมากกว่า “การวิ่งหนีจากอดีตไม่ใช่เรื่องง่ายครับ โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นยังคงนั่งอยู่ตรงหน้าผมในฐานะเพื่อนร่วมงาน”
คำพูดนั้นจี้จุดรินรดาจนเธอต้องเบือนหน้าหนี หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่าง 'คนเคยรู้จัก' กับ 'เพื่อนร่วมงาน' มันช่างบีบคั้นเกินกว่าที่เธอจะรับไหว เธอหยิบแฟ้มงานขึ้นมาแน่นราวกับมันคือที่ยึดเหนี่ยวเดียวในห้องนี้ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป แต่เสียงของธามก็รั้งเธอไว้เสียก่อน
“รินครับ”
เธอหยุดกึก ไม่ได้หันกลับไป แต่ไหล่ที่สั่นเทานิดๆ ของเธอก็ไม่อาจหลุดพ้นสายตาของเขาได้ “พรุ่งนี้... ผมมีนัดคุยงานข้างนอก คุณต้องไปกับผมด้วย เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ”
รินรดาพยักหน้าเบาๆ โดยไม่พูดอะไรแล้วรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องไป ทันทีที่ประตูปิดลง เธอก็ทรุดตัวลงพิงบานประตู ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาเหมือนสายน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ วันที่เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่หวังจะได้ยืนเคียงข้างเขา แต่วันนี้ เธอคือคนที่ต้องคอยดูเขาแบกรับความคาดหวังของครอบครัวที่หนักอึ้งจนมองไม่เห็นความสุขในแววตา
เวลาบ่ายโมงตรง รินรดานั่งอยู่ในห้องประชุมใหญ่ เสียงถกเถียงเรื่องกลยุทธ์บริษัทดังขึ้นไม่ขาดสาย ธามนั่งอยู่หัวโต๊ะ เขาเป็นจุดรวมสายตาของทุกคนด้วยบุคลิกที่ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่รินรดาซึ่งนั่งอยู่ใกล้ที่สุดกลับสังเกตเห็นมือของเขาที่วางอยู่ใต้โต๊ะนั้นกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น
เขากำลังฝืน... เขาไม่ได้มีความสุขกับการตัดสินใจครั้งนี้เลย
ระหว่างที่การประชุมกำลังเข้าสู่ช่วงดุเดือด เสียงผลักประตูห้องประชุมก็ดังขึ้น มินตราก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่ดูไม่เข้ากับสถานการณ์ เธอเดินตรงมาหาธามก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางสายตาของบอร์ดบริหารที่มองด้วยความสงสัย
“ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะทุกคน พอดีตราเพิ่งทราบว่าธามลืมเอกสารสำคัญเรื่องการลงทุนในโครงการใหม่ไว้ที่บ้าน เลยรีบเอามาให้ค่ะ” มินตราเอ่ยด้วยเสียงใสแจ๋ว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้รินรดา สายตาของมินตราที่มองมานั้นแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่รินรดาเข้าใจได้ทันที—'ที่ของเขาคือที่ที่ฉันยืนอยู่ ไม่ใช่คุณ'
ธามชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองเอกสารในมือมินตราสลับกับใบหน้าของรินรดา ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยินมา
“ผมจำได้ว่าเอกสารชุดนี้ผมทำลายไปแล้วตั้งแต่อาทิตย์ก่อนนะครับมินตรา แล้วคุณไปเอามันมาจากไหน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอย่างเฉียบพลัน มินตราหน้าซีดลงทันที รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอหันไปมองธามที่กำลังจ้องมินตราด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนน่ากลัว
ทว่าในวินาทีที่เหตุการณ์กำลังตึงเครียด โทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่คุ้มค่ากับการทำลายทุกความสงบสุขในชีวิตของเธอ—มันคือภาพถ่ายของธามกับมินตราในร้านอาหารแห่งหนึ่งเมื่อคืนนี้ พร้อมข้อความใต้ภาพที่เขียนว่า *“เขากำลังเตรียมทิ้งคุณอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำเมื่อห้าปีก่อน”*
รินรดาปล่อยโทรศัพท์ร่วงหล่นลงบนโต๊ะ เสียงกระแทกของมันดึงดูดสายตาทุกคนให้หันมามองที่เธอ ธามก้มลงมองโทรศัพท์ของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตารินรดาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
เขารู้... เขารู้ว่าใครเป็นคนส่งข้อความนี้มา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและรอยร้าวในใจของรินรดาและธามไปพร้อมกับผมนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 9
คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!