ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 7

ฝนที่ตกไม่ถูกเวลา

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"วางหนังสือเล่มนั้นลงเถอะครับริน... ผมว่าต่อให้คุณอ่านมันซ้ำอีกกี่รอบ เนื้อหาข้างในก็คงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมหรอก" เสียงทุ้มต่ำของธามดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านหนังสือเก่าแก่ย่านเมืองเก่า รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย นิ้วเรียวที่กำลังกรีดผ่านหน้ากระดาษสีหม่นชะงักค้าง เธอไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงทันที แต่กลับจ้องมองตัวอักษรบนหน้ากระดาษราวกับมันคือที่พักพิงเดียวในยามที่โลกภายนอกกำลังบ้าคลั่ง ด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่ หยาดฝนกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา เสียงฟ้าร้องครืนครางสะท้อนก้องในความรู้สึก ราวกับท้องฟ้ากำลังประท้วงความอัดอั้นที่ไม่อาจหาคำตอบได้ "บางทีสิ่งที่เปลี่ยนไป อาจจะเป็นคนอ่าน... ไม่ใช่หนังสือครับคุณธาม" รินรดาเอ่ยตอบเบาหวิว เธอวางหนังสือลงบนชั้นไม้โอ๊กที่เต็มไปด้วยฝุ่นจางๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูร้านอยู่ไม่ไกล ธามอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูเปียกชื้นเล็กน้อยจากการเดินทางฝ่าพายุมา เขายืนกอดอก สายตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเศร้าสร้อยไว้เสมอ บัดนี้กำลังจดจ้องมาที่เธออย่างต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูเข้มแข็ง "คุณมาที่นี่ทำไมครับ" รินรดาถามพลางขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขามันช่างสั้นนักในพื้นที่แคบๆ ของร้านหนังสือ แต่กลับดูไกลสุดเอื้อมในแง่ของความสัมพันธ์ "เพราะผมรู้ว่าถ้าฝนตกหนักแบบนี้... คุณต้องมาอยู่ที่นี่" ธามก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นไอดินผสมกับน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขาจู่โจมประสาทสัมผัสของรินรดาจนเธอต้องกลั้นหายใจ "ที่นี่คือที่ที่คุณใช้หลบซ่อนความอ่อนแอมาตลอดหลายปี ไม่ใช่หรือครับ" "ฉันไม่ได้หลบซ่อน" เธอกล่าวเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ "ฉันแค่ชอบความเงียบ" "ความเงียบที่ขังตัวเองไว้กับอดีตงั้นหรือครับ" ธามก้าวเข้ามาอีกจนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้ ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้บรรยากาศภายในร้านดูร้อนผ่าวขึ้นมาทันที แม้ภายนอกอากาศจะหนาวเย็นเพราะพายุฝน ธามยื่นมือไปแตะชั้นหนังสือเหนือหัวของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างถือวิสาสะ สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่รุนแรงจนรินรดาต้องเบือนหน้าหนี "ริน... มินตราโทรหาผม" คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่ามินตราต้องการอะไร และรู้ดีว่าบทสนทนานั้นต้องเกี่ยวกับเรื่องที่เธอพยายามลืม "มินตราคงเล่าทุกอย่างให้คุณฟังแล้วสินะครับ" รินรดากลั้นใจถาม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าอย่างนั้นคุณก็ควรจะไปหาเธอ ไม่ใช่มาอยู่กับคนอย่างฉันที่นี่" "อย่าดูถูกความรู้สึกของตัวเองด้วยการผลักไสผมให้คนอื่นสิครับ" ธามเอ่ยเสียงเข้มขึ้น "คุณก็รู้ว่ามินตราเป็นใครสำหรับครอบครัวผม และคุณก็รู้ดีว่าทำไมผมถึงยอมทำตามความคาดหวังเหล่านั้นมาตลอด... จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมไม่อยากจะฟังเหตุผลอะไรอีกแล้ว" เขายื่นมือมาเชยคางเธอให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เธอเผชิญหน้ากับความจริงที่หลบเลี่ยงไม่ได้ รินรดาเห็นเงาของตัวเองในดวงตาคู่นั้น มันเป็นเงาที่ดูอ่อนแอและโหยหา ซึ่งเธอพยายามปกปิดมาโดยตลอด "ผมเหนื่อยแล้วครับริน" ธามกระซิบ แววตาของเขาสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพายุพัดผ่าน "เหนื่อยที่จะต้องเล่นละคร เหนื่อยที่จะต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับสิ่งที่หัวใจต้องการจริงๆ" เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน ความหอมของกลิ่นหนังสือเก่าและกลิ่นกายของเขามันทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงน้ำลึกที่เธอไม่อยากตะเกียกตะกายขึ้นมาอีก "ถ้าคุณทำแบบนี้... เราจะย้อนกลับไปจุดเดิมไม่ได้อีกแล้วนะ" รินรดากระซิบตอบ น้ำตาเม็ดหนึ่งไหลรินออกมาอย่างไม่อาจต้านทาน ธามใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยาดน้ำตานั้นออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมนั้นทำลายเกราะกำบังสุดท้ายที่เธอสร้างไว้จนหมดสิ้น "ผมไม่อยากกลับไปที่เดิมหรอกครับ ผมอยากไปในที่ที่มีคุณอยู่... ต่อให้ที่นั่นจะไม่มีอะไรเหลือให้เราเลยก็ตาม" ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าร้านถูกทุบดัง 'ปัง!' พร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับถูกไฟดูด "ธาม! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!" เสียงของมินตรากรีดร้องท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำ รินรดามองไปที่ประตูร้านด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น ในขณะที่ธามกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นที่ถูกขัดจังหวะในห้วงเวลาที่สำคัญที่สุด รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของมินตราผ่านบานกระจกที่ขุ่นมัวจากการควบแน่นของอุณหภูมิ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด... เพราะในมือของมินตรา สิ่งที่เธอถืออยู่คือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราของทนายความตระกูลธาม และเธอกำลังก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับชายในชุดดำอีกสองคนที่รินรดาจำได้แม่นว่าคือคนของตระกูลเขานั่นเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเรื่องราวของรินรดาและธามในวันที่พายุฝนยังคงไม่จางหายนะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%