"คุณแน่ใจเหรอครับธาม ว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือความจริงทั้งหมด ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาที่คุณพยายามสร้างมันขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง?"
คำถามของมินตรากรีดผ่านความเงียบงันในห้องรับรองของงานเลี้ยงราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง เธอไม่ได้ตะโกน แววตาของหญิงสาวที่เคยดูไร้พิษสงกลับทอประกายคมกริบราวกับจะชำแหละความรู้สึกที่ธามพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายธาม เธอสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นจากมือของเขาที่แตะอยู่บนศอกเธอ แต่มันเป็นความอบอุ่นที่สั่นคลอนไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อรับรู้ได้ว่า 'สายตา' ของคนรอบข้างเริ่มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาไม่ได้มองแค่คู่ค้าทางธุรกิจ แต่มองมาที่ 'ช่องว่าง' ระหว่างเธอกับเขาราวกับกำลังจ้องมองรอยร้าวบนแจกันราคาแพงที่รอวันแตกสลาย
ธามนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตามินตราด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย ก่อนจะหันมามองรินรดาเพียงเสี้ยววินาที แววตาที่เขามองเธอนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะอ่านออก มันมีทั้งความหวงแหน ความเจ็บปวด และความเหนื่อยล้าที่เขาไม่อาจเอ่ยปากบอก
"ความจริงหรือภาพลวงตา บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับว่าคนมองเลือกที่จะใส่เลนส์สีอะไรมองลงมานะครับมินตรา" ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "และผมคิดว่า สายตาของคนอื่น ไม่ควรจะเป็นปัจจัยที่ทำให้คนสองคนต้องกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวเอง"
"งั้นเหรอครับ?" มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาของเธอกวาดมองไปรอบห้อง "งั้นลองบอกผมทีสิ ว่าสายตาของหุ้นส่วนที่กำลังซุบซิบกันอยู่ตรงนั้น หรือแม้แต่สายตาของนักข่าวที่เริ่มสงสัยว่าทำไมคุณถึงยอมลดตัวลงมาปกป้อง... เลขาคนหนึ่ง จนออกนอกหน้าแบบนี้ คุณคิดว่าเขาจะมองมันว่าอะไร?"
รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ เธอพยายามดึงแขนออกเบาๆ เพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่น แต่ธามกลับรั้งเธอไว้แน่นขึ้น เขาทำราวกับว่าเธอคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้จากความบ้าคลั่งในสังคมที่เน่าเฟะแห่งนี้
"รินรดาคือคนที่ผมให้ความสำคัญครับ" ธามเอ่ยขึ้น สั้นๆ ง่ายๆ แต่หนักแน่นราวกับประกาศก้อง
ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิกที่คลอเบาๆ ในงานรื่นเริง รินรดารู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เธอเห็นสายตาของแขกเหรื่อหลายคนที่เริ่มหันมามองด้วยความฉงน บางคนถึงกับลดแก้วไวน์ลงเพื่อจับจ้องมาที่พวกเขา การกระทำของธามในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงความห่วงใย แต่มันคือการเปิดแผลให้ทุกคนเห็นว่าเขากำลัง 'เล่นเกม' ที่ไม่คุ้มค่าในสายตาของตระกูลใหญ่
"คุณกำลังทำลายตัวเองนะธาม" มินตรากระซิบ เสียงนั้นต่ำจนแทบจะกลายเป็นลมหายใจ "คุณรู้ดีว่าถ้าข่าวนี้ไปถึงหูคุณพ่อคุณ หรือแม้แต่ผู้ถือหุ้นคนสำคัญ ชีวิตที่สงบสุขของ 'คนข้างกายคุณ' จะพังไม่เป็นท่า คุณพร้อมจะเดิมพันด้วยชีวิตของเธอจริงๆ หรือ?"
ธามชะงักไป คำพูดของมินตราไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความเป็นจริงที่เขาตระหนักอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เขาหันกลับมามองรินรดา เห็นความวิตกกังวลที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวยของเธอ เขารู้ว่าเธอไม่ได้กลัวความลำบาก แต่เธอ 'กลัว' ที่จะเป็นภาระให้กับเขา
"รินรดา กลับไปรอผมที่รถก่อนครับ" ธามสั่งเสียงนุ่ม แต่แฝงด้วยคำสั่งที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
"แต่ว่า..."
"ผมบอกให้กลับไปรอที่รถครับ"
รินรดาไม่อาจขัดขืน เธอรู้ดีว่าหากเธออยู่ต่อ ตรงนี้จะกลายเป็นเวทีประจานที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก เธอหันหลังเดินฝ่าฝูงชนที่จ้องมองมาด้วยสายตาหลากหลายความหมาย ทั้งสมเพช ทั้งสงสัย และริษยา เธอรู้สึกเหมือนร่างกายเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางสายตาเหล่านั้น จนกระทั่งมาถึงที่จอดรถที่เงียบเชียบและมืดมิด
ความเงียบในรถหรูไม่ได้ช่วยให้หัวใจของเธอเต้นช้าลง รินรดานั่งกอดตัวเองอยู่ในที่นั่งข้างคนขับ พลางทบทวนคำพูดของมินตราซ้ำไปซ้ำมา หรือว่าสิ่งที่เธอทำอยู่จะเป็นเพียงการทำลายชีวิตของธามจริงๆ? เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่คู่ควรจะยืนเคียงข้างเขาตั้งแต่แรกแล้ว หากไม่ใช่เพราะความรักที่ปิดบังไว้ เธอคงไม่ต้องมานั่งทุกข์ทรมานกับสายตาที่เชือดเฉือนแบบนี้
ผ่านไปเกือบชั่วโมง ประตูรถถูกเปิดออก ธามก้าวเข้ามาในรถด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้สตาร์ทรถทันที แต่เอนหลังพิงเบาะแล้วหลับตาลงเนิ่นนาน จนรินรดาเริ่มใจคอไม่ดี
"ธามคะ... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ธามลืมตาขึ้น ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้งเกินจะบรรยาย เขายื่นมือมาแตะแก้มเธอเบาๆ สัมผัสที่เย็นชืดของเขาทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่นในหัวใจ
"รินรดาครับ" เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแหบพร่า "หากวันหนึ่ง... ผมเลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง ทั้งอนาคตที่ครอบครัวขีดเส้นไว้ เพื่อที่จะได้มีแค่คุณเพียงคนเดียว คุณจะยังกล้าก้าวเดินไปกับผมไหม?"
เขายังไม่ทันรอคำตอบ มือถือของเขาก็สั่นรัวบนคอนโซลรถ หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณพ่อ' ที่โทรเข้ามาซ้ำๆ ไม่ขาดสาย ธามมองหน้าจอด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะหันมามองรินรดาอีกครั้งด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว
"แต่มันคงสายไปแล้วล่ะครับ" ธามเอ่ยเสียงเรียบพลางกดรับสาย "เพราะดูเหมือนว่า คนที่ผมพยายามปกป้องคุณจากเขา... เขากำลังยืนรอเราอยู่ที่หน้าบ้านตั้งแต่นาทีนี้แล้ว"
ท่ามกลางความมืดมิด รินรดาเห็นเงาร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ใต้แสงไฟหน้าคฤหาสน์ของเขาเอง แววตาของชายผู้นั้นที่มองผ่านกระจกรถมายังเธอนั้น ไม่ใช่สายตาของคนทั่วไป... แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ สายลมแผ่วเบาจะรอทุกคนในตอนถัดไปครับ
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 27
สายตาของผู้อื่น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!