ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 39

ทางแยกของชีวิต

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้โดยไม่หันกลับมามอง ผมขอให้คุณจำไว้ด้วยว่า สิ่งที่คุณทิ้งไว้เบื้องหลังไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่มันคือชีวิตของคนที่รักคุณที่สุดคนหนึ่ง” น้ำเสียงของมินตราสั่นเครือ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ธามหยุดฝีเท้าลงหน้าประตูไม้บานใหญ่ มือของเขากำลูกบิดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดนูน เขาไม่ได้หันกลับไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพงในห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง “หน้าที่เหรอครับมินตรา?” ธามเอ่ยถาม เสียงของเขาเรียบนิ่งจนน่ากลัว “สำหรับคุณ... ความรักคือหน้าที่ใช่ไหม ถึงได้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งการเป็นกรงขังให้คนอื่น” มินตราแค่นหัวเราะ ทั้งน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ “ฉันอาจจะเป็นกรงขัง แต่คุณน่ะธาม... คุณน่ะคือคนที่ขังตัวเองไว้ในอดีตที่คุณไม่เคยกล้าจะเดินออกมาต่างหาก ถ้าวันนี้คุณเลือกจะเดินไปหารินรดา คุณก็แค่กำลังหนีจากความเป็นจริงที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง!” ธามหลับตาลง ภาพใบหน้าของรินรดาที่ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนในวันวานซ้อนทับขึ้นมา รอยยิ้มที่ปราศจากการเรียกร้อง รอยยิ้มที่เขารู้ดีว่าซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้เพียงเพราะความขี้ขลาดของเขาที่มัวแต่เกรงใจความคาดหวังของครอบครัวและความผูกพันจอมปลอมที่มินตราคอยขีดเส้นให้เดิน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พลักประตูออกไปสู่ระเบียงรับลมหนาวภายนอก เมืองทั้งเมืองดูเล็กลงไปถนัดตาจากความสูงชั้นที่ยี่สิบห้าของคอนโดมิเนียมหรูหราแห่งนี้ แต่มันกลับเป็นความสูงที่เขารู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่ธามกำลังยืนเหม่อมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อก็สั่นขึ้น มันเป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้บันทึกชื่อไว้ แต่เขากลับจำตัวเลขทุกหลักได้แม่นยำราวกับสลักไว้บนก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วโป้งสัมผัสหน้าจอยาวนาน ก่อนจะกดรับด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย “ธาม... ใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงของรินรดายังคงนุ่มนวลเหมือนสายลมที่เขารักเสมอมา แต่มันแฝงไปด้วยความสั่นเครือที่เขาไม่เคยอยากได้ยิน “ครับ ผมเอง... ริน เป็นอะไรหรือเปล่า?” ธามถาม สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง “รินกำลังจะไปสนามบินค่ะ” ปลายสายเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง เสียงรถราบนถนนแทรกเข้ามาตามสาย “รินตัดสินใจแล้ว... รินจะไปเรียนต่อที่นั่น ตามที่เคยตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก รินไม่อยากรอ... ไม่อยากรอให้ความทรงจำพวกนี้มันกัดกินใจตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว” หัวใจของธามเหมือนถูกของมีคมกรีดเข้าอย่างจัง “ริน! อย่าเพิ่งทำแบบนั้น ฟังผมก่อน เรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันให้ชัดเจนไม่ใช่เหรอ?” “ชัดเจนเหรอคะ?” รินรดาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสดใส “ทุกวันนี้เราชัดเจนพอแล้วค่ะธาม ชัดเจนจนรินมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยว่าเราจะยืนอยู่ตรงไหนได้บ้างถ้าไม่ใช่อยู่ในมุมมืดของกันและกันแบบนี้... ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่าง แต่มันพอแล้วจริงๆ” สายถูกตัดไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณที่ฟังดูเวิ้งว้างและโดดเดี่ยว ธามกำโทรศัพท์แน่นจนแทบจะแหลกคามือ เขาหันหลังกลับไปมองที่ห้องทำงาน มินตราเดินออกมาจากประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับฉายชัดถึงความสมเพช “สายไปแล้วนะธาม” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่คมกริบ “รินรดาไม่ใช่คนที่นั่งรอให้ใครมาง้อในโลกของเทพนิยายหรอก เธอมีศักดิ์ศรีพอที่จะเดินออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีค่าพอให้คุณตัดสินใจเลือกตั้งแต่วันแรก” ธามไม่ฟังเสียงใดๆ อีกต่อไป เขาละทิ้งทุกอย่าง ความคาดหวังของครอบครัว ตำแหน่งหน้าที่การงานที่เขาสะสมมาตลอดหลายปี หรือแม้แต่คำขู่ของมินตราที่รู้ความลับเรื่องพินัยกรรม เขาหมุนตัววิ่งไปที่ลิฟต์ กดปุ่มชั้นล่างซ้ำๆ ด้วยความร้อนรน หากวันนี้เขาปล่อยเธอไป เขาจะไม่มีวันได้เธอกลับคืนมาอีก... เขาเชื่อเช่นนั้น ลิฟต์เคลื่อนตัวลงช้าๆ เหมือนแกล้งความรู้สึกของเขา ธามมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกเงา ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่ดูเย็นชาคนนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียงคนที่ขี้ขลาดที่สุดในโลก คนที่เพิ่งตระหนักได้ว่าทุกอย่างที่เขาสร้างมานั้นไร้ความหมาย หากปราศจากรอยยิ้มของหญิงสาวที่เขามองข้ามมาโดยตลอด เมื่อลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล่าง ธามวิ่งทะลุประตูอัตโนมัติออกไปสู่ลานจอดรถ สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายบางๆ เขาวิ่งฝ่าสายฝนตรงไปยังรถของตนเอง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเปิดประตูรถ ร่างสูงโปร่งของใครบางคนกลับมายืนขวางเขาไว้พร้อมกับกุญแจรถในมือ “คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นธาม” เสียงของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลดังขึ้นจากเงามืด “ลูกสาวของผมกำลังรอคุณอยู่ที่งานหมั้นเย็นนี้ ถ้าคุณก้าวเท้าออกไปจากตรงนี้แม้แต่ก้าวเดียว... สัญญาที่คุณเคยเซ็นไว้กับตระกูลเราจะถือเป็นโมฆะทันที และคุณก็น่าจะรู้ดีนะว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับ ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ถ้าผมตัดสินใจจะจัดการเธอให้พ้นทาง” ธามชะงัก ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น เขาหันไปมองพ่อของมินตราด้วยสายตาที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกัน “คุณจะทำลายชีวิตคนอื่นเพียงเพราะความต้องการที่ไม่ได้เกิดจากความรักของลูกสาวคุณเลยหรือครับ?” ธามถามเสียงต่ำ ลมหายใจหอบถี่ ชายวัยกลางคนยิ้มที่มุมปาก “ผมไม่ได้ทำลายชีวิตใคร... ผมแค่กำลังบังคับให้คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับอนาคตของคุณเอง” ธามมองไปที่ถนนสายหลักที่รถแท็กซี่คันหนึ่งกำลังเคลื่อนผ่านไป และเขารู้สึกได้ทันทีว่าภายในรถคันนั้น คือผู้หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิตที่กำลังจากไปตลอดกาล หากเขาเลือกจะก้าวไปหาเธอในตอนนี้ เขาจะต้องสูญเสียทุกอย่างเพื่อแลกกับความสุขเพียงชั่วคราว แต่หากเขาหยุดอยู่ตรงนี้... ชีวิตของรินรดาจะปลอดภัย แต่หัวใจของเขาจะตายลงตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาจะเลือกทางแยกนี้อย่างไร... ระหว่างชีวิตที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้หัวใจ หรือความรักที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความสูญเสีย ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและรับฟังความอัดอั้นของตัวละครไปพร้อมกับผมนะครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%