ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 40

ความทรงจำที่ไม่เคยตาย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"เลิกพยายามขุดคุ้ยเรื่องที่ตายไปแล้วเสียทีเถอะรินดา เธอจะทำร้ายตัวเองไปถึงไหน" มินตรากระแทกแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องสมุดส่วนตัวภายในคฤหาสน์ตระกูลธาม เธอจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่กรีดคมเหมือนมีดเล่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มหวังดีที่ใครต่างก็มองเห็น แต่สำหรับรินรดา มันคือความเยือกเย็นที่เธอสัมผัสได้มาตลอดสิบปี รินรดาไม่ได้โต้ตอบทันที เธอปล่อยให้นิ้วเรียวบางลูบไล้ไปบนพื้นผิวขรุขระของกล่องไม้เก่าคร่ำคร่าในมือ มันคือกล่องที่เธอเพิ่งขุดพบในห้องเก็บของใต้หลังคา สิ่งของข้างในนั้นไร้ค่าในสายตาผู้อื่น แต่มันคือลมหายใจของเด็กหญิงคนหนึ่งในฤดูร้อนที่ไม่มีวันหวนคืน "สิ่งที่ตายไปแล้ว... มันไม่เคยตายหรอกมินตรา" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้มีความโกรธเคือง มีเพียงความเศร้าสร้อยที่ลึกจนหยั่งไม่ถึง "มันแค่รอวันที่จะถูกใครสักคนเปิดออกมาดูอีกครั้ง เหมือนกับความรู้สึกที่ฉันถูกสั่งให้ฝังมันไว้ภายใต้คำว่า 'เหมาะสม' ตลอดมา" ธามซึ่งยืนพิงผนังอยู่ในเงามืดของมุมห้องขยับตัวเล็กน้อย แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าสะท้อนเข้ากับใบหน้าคมสันที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าวัย เขาไม่ได้เอ่ยแทรก แต่สายตาที่จับจ้องมายังรินรดานั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับเขากำลังตัดสินใจว่าจะเดินเข้าไปคว้ากล่องใบนั้นมาทำลาย หรือจะทรุดลงกราบขอโทษต่อหน้าความทรงจำที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง รินรดาเปิดกล่องไม้ ใบเสร็จร้านไอศกรีมสีซีดจาง ดอกไม้แห้งที่กรอบเป็นผง และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเด็กผู้ชายที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ดี ร่วงหล่นลงมาบนพรมสีเข้ม "พี่ธามจำได้ไหมครับ?" รินรดาถามเสียงแผ่ว แต่ชัดเจนในความรู้สึก "วันที่เราแอบหนีออกจากงานเลี้ยงต้อนรับแขกของพ่อคุณไปที่ริมลำธาร พี่บอกว่าถ้าวันหนึ่งพี่ต้องกลายเป็นหุ่นยนต์ที่เดินตามคำสั่งคนอื่น พี่จะขอให้ฉันช่วยจำตัวตนที่แท้จริงของพี่เอาไว้" ธามขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด จังหวะก้าวของเขามั่นคงแต่หนักอึ้ง เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนั้นเต็มไปด้วยมวลอากาศที่อัดแน่นด้วยความอัดอั้น "ฉันจำได้... จำได้ทุกรายละเอียดจนมันกลายเป็นคำสาป" ธามเอ่ยเสียงแหบพร่า "รินรดา เธอไม่ต้องทำหน้าที่นั้นอีกแล้ว ในเมื่อวันนี้... ฉันจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเป็นเด็กคนนั้นที่วิ่งไล่ตามฝันไปเพื่ออะไร" "เพราะพี่เลือกที่จะลืมมันไปเองต่างหาก" มินตราแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "พี่เลือกที่จะยอมรับตำแหน่งทายาท เลือกที่จะแต่งงานกับความคาดหวัง แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องหาความเห็นใจจากผู้หญิงที่พี่ทิ้งไว้ข้างหลังเนี่ยนะ?" รินรดาหันไปสบตามินตราด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว "ที่ฉันเก็บมันไว้ ไม่ใช่เพื่อทวงคืนความรักจากใคร แต่มันคือหลักฐานว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยมีตัวตนในหัวใจที่พี่ธามทิ้งขว้างไป" มือของธามเอื้อมไปแตะกล่องไม้ใบนั้น ทันใดนั้นปลายนิ้วของเขาก็สัมผัสเข้ากับภาพถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งร่วงออกมา มันเป็นภาพของรินรดาในวัยสิบขวบที่กำลังยิ้มกว้าง แต่ด้านหลังภาพนั้นกลับมีข้อความที่เขาเขียนด้วยลายมือตัวเองในวันนั้นว่า: *'ถ้าวันหนึ่งผมกลายเป็นคนที่คุณเกลียด โปรดเผารูปนี้ทิ้งเสีย เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ผมยังเหลือความเป็นมนุษย์เอาไว้'* บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว รินรดามองดูธามที่ชะงักค้างไปเมื่ออ่านข้อความนั้น ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่ถูกขุดรากถอนโคนขึ้นมา "พี่ธาม..." รินรดาเรียกเขาแผ่วเบา "พี่บอกว่าถ้าผมเกลียดพี่ พี่ควรจะเผามัน... แต่ดูเหมือนว่าจนถึงตอนนี้ พี่ก็ยังทำไม่ได้แม้แต่จะหันหลังเดินหนีไปจากความทรงจำพวกนี้" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประตูห้องสมุดก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพล—บิดาของธาม—ก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขามองกล่องไม้ในมือรินรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "เก็บขยะพรรค์นี้ลงถังไปซะ ธาม" เสียงของเขาดังก้อง "ในงานเลี้ยงคืนนี้ เธอต้องประกาศเรื่องการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการกับลูกสาวตระกูลวรโชติ ไม่ใช่มานั่งรื้อฟื้นอดีตที่ต่ำต้อยกับผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่ที่ยืนในตระกูลเรา!" ธามยืนตัวแข็งทื่อ มือที่ถือรูปถ่ายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันไปมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับรูปปั้น รินรดารู้ดีว่าหากธามก้าวออกไปจากห้องนี้พร้อมกับพ่อของเขา ความทรงจำในวัยเด็กทุกอย่างจะถูกฝังกลบลงไปตลอดกาล ไม่มีโอกาสให้ขุดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง ธามหันกลับมามองรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเศร้าเป็นความเด็ดเดี่ยวที่ดูน่าสะพรึงกลัว เขาค่อยๆ วางรูปถ่ายใบนั้นลงในฝ่ามือของรินรดา ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วหันไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อ "ผมจะไม่ไปงานคืนนี้... และผมจะไม่มีวันหมั้นกับใครทั้งนั้น" ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและรับฟังความอัดอั้นของตัวละครไปพร้อมกับผมนะครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%