“ผมเกรงว่า... เราน่าจะเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่าครับ?”
คำถามนั้นราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของรินรดา มันไม่ใช่คำทักทายของคนคุ้นเคย แต่มันคือคำถามของคนแปลกหน้าที่พยายามรื้อฟื้นเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วไวน์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงในงานเลี้ยงหรูหราอบอวลจนน่าเวียนหัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดั่งโลกทั้งใบของเธอ แต่บัดนี้ แววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนเธอรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
“คุณ... จำไม่ได้จริงๆ หรือคะ... จำไม่ได้เลยหรือครับ” รินรดาเผลอหลุดปากแก้คำลงท้ายเมื่อเห็นสายตาที่ไร้ซึ่งความหมายของเขา ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาในอกราวกับถูกของมีคมทิ่มแทงซ้ำที่แผลเดิมที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด
ธามขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ เพียงแต่ความห่างเหินที่ฉาบไว้บนใบหน้าสุขุมนั้นมันช่างน่ากลัวกว่าความเกลียดชังเป็นไหนๆ เขาขยับเนกไทให้เข้าที่พลางคลี่ยิ้มจางๆ ที่ไม่มีความอบอุ่นเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ผมขอโทษด้วยนะครับ ชีวิตผมช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างวุ่นวาย หลายใบหน้าในความทรงจำอาจจะพร่าเลือนไปบ้าง” เขากล่าวพลางยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ ท่าทางที่ดูสมบูรณ์แบบและห่างไกลทำให้รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดเขาสูงชันที่ไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยว
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอฝืนยิ้ม ความรู้สึกตีรวนอยู่ในลำคอ “มันก็นานมาแล้ว...”
“ธามคะ มาอยู่นี่เอง มินตามองหาตั้งนาน” เสียงใสๆ ของมินตราดังแทรกขึ้นมาทันท่วงที เธอก้าวเข้ามาคล้องแขนธามอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะปรายตามองรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มุมปากของมินตรายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนมิตร แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
“คุณรินรดาครับ นี่คุณมินตรา เพื่อนสนิทของผมเองครับ” ธามแนะนำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มินตรากระชับแขนธามแน่นขึ้นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “สวัสดีค่ะรินรดา ไม่เจอกันนานเลยนะ ดูเหมือนว่างานเลี้ยงคืนนี้จะทำให้ความทรงจำของธามเขายุ่งเหยิงไปหน่อย อย่าถือสาคนขี้ลืมเลยนะคะ”
คำว่า ‘คนขี้ลืม’ ของมินตราฟังดูเหมือนการปลอบโยน แต่สำหรับรินรดา มันคือการตอกย้ำว่าพื้นที่ในหัวใจของธามที่เคยเป็นของเธอ บัดนี้ได้ถูกจัดระเบียบใหม่โดยมีมินตราเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็แค่... รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นคุณที่ไหนสักแห่ง” ธามเสริมด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะสุภาพ เขาหันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง “แต่มันก็น่าจะเป็นแค่ความรู้สึกนึกคิดไปเองมากกว่า คุณอย่าใส่ใจเลยนะครับ”
รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด เธอเห็นแววตาของมินตราที่จ้องมองมาอย่างเป็นต่อ ราวกับจะบอกว่า ‘อย่ายื้อเยื้อให้เสียเวลา เพราะต่อให้เธอพยายามมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันนึกออก’
“ค่ะ...” รินรดาตอบรับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นทันที เธอเดินผ่านกลุ่มแขกเหรื่อไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นดอกลิลลี่ในงานทำให้เธอหายใจไม่ออก เธอเพียงต้องการที่เงียบๆ สักแห่งเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่แล้ว มือของใครบางคนกลับคว้าข้อมือเธอไว้ในจังหวะที่เธอเดินมาถึงมุมอับของระเบียง
รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันกลับมามอง ก็พบกับใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดของธาม
“ผมมีเรื่องอยากถามคุณ” ธามกระซิบ เสียงของเขาไม่ใช่เสียงที่เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่มันมีความสั่นไหวบางอย่างที่ทำให้ใจของรินรดากระตุก “ตอนที่ผมเห็นคุณเมื่อสักครู่... ทำไมคุณถึงดูเหมือนคนที่จะร้องไห้ ทั้งที่ผมจำไม่ได้ว่าเคยทำอะไรให้คุณเจ็บปวด?”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาคำตอบว่าเขาลืมเธอไปจริงๆ หรือนี่คือเกมที่เขาและมินตราสร้างขึ้นมากันแน่ ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปาก ความจริงบางอย่างก็ปรากฏขึ้นเมื่อมินตราเดินตามมาหยุดอยู่ข้างหลังธาม
“ธามคะ... อย่าไปรบกวนแขกของงานเลยค่ะ” มินตราเอ่ยด้วยเสียงเรียบ แต่สายตาของเธอเปลี่ยนไปทันทีที่สบตากับรินรดา มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยการเตือนภัย “รินรดา... เรื่องเมื่อห้าปีก่อนน่ะ ลืมไปเถอะนะ ถือว่าถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ของทุกคน”
คำพูดของมินตราทำให้รินรดาชะงักไป ธามหันไปมองมินตราด้วยความสงสัย “ห้าปีก่อน? มินตรา คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเธอหรือเปล่า?”
มินตรานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ก็แค่เรื่องเก่าๆ ที่ไม่มีใครอยากจำนั่นแหละค่ะ ไปกันเถอะธาม แขกผู้ใหญ่รอคุณอยู่ที่ห้องรับรองนะ”
ธามลังเล เขามองรินรดาอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีวันหาคำตอบได้ในตอนนี้ เขาจำต้องปล่อยมือจากข้อมือเธอตามแรงดึงของมินตรา รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ชายที่เธอรักเดินลับตาไปกับผู้หญิงที่กำลังพยายามลบตัวตนของเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างถาวร
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะก้าวเดินออกไปจากงานเลี้ยงด้วยความเจ็บช้ำ มือถือของเธอก็สั่นขึ้นมา ข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่เธอไม่เคยบันทึกไว้เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘อย่าเพิ่งรีบไปครับรินรดา สิ่งที่ธามลืม ไม่ใช่แค่เรื่องของเรา แต่เป็นความจริงที่ว่า... เขากำลังจะแต่งงานกับมินตราในอีกสามวันข้างหน้า และคุณคือคนเดียวที่จะหยุดมันได้ ถ้าคุณยอมแลกทุกอย่างที่มี’*
รินรดาตัวชาไปทั่วร่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองตามแผ่นหลังของธามที่เพิ่งหายเข้าไปในห้องลับไปอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความทรงจำที่หายไป แต่ดูเหมือนว่าอนาคตที่เหลืออยู่ของเธอกำลังจะถูกทำลายลงไปพร้อมกับรอยยิ้มของเขาที่เลือนหายไปจากชีวิตของเธอตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยยิ้มที่เลือนหายของรินรดาในตอนนี้ หวังว่าสายลมแห่งความคิดถึงจะพัดพาเรามาพบกันในตอนต่อไปนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 2
รอยยิ้มที่เลือนหาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!