ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 25

ไหล่ข้างหนึ่งที่พึ่งพิงได้

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวเถอะริน… ก่อนที่ความพังทลายของฉันจะทำให้เธอแปดเปื้อนไปด้วย” เสียงแหบพร่าของธามดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามราวกับรูปสลักในสายตาผู้คน บัดนี้กลับทรุดนั่งลงกับพื้นห้องนั่งเล่นที่มืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากไฟถนนภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นเส้นบางๆ กระทบกับสันกรามที่ขบแน่นจนขึ้นเป็นแนวนูน รินรดาไม่ตอบคำถาม เธอไม่ได้ถอยห่างอย่างที่เขาคาดหวัง แม้หัวใจจะสั่นไหวรุนแรงจากความจริงที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อครู่—ความจริงที่ว่าทุกย่างก้าวที่เขากำหนดมาตลอดนั้น เป็นเพียงกรงขังที่ครอบครัวสร้างขึ้นเพื่อเขาเพียงผู้เดียว เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขาอย่างเงียบเชียบ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นไวน์ราคาแพงที่อบอวลอยู่ในอากาศ “คุณธามครับ” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ข้างในอกจะปวดหนึบราวกับถูกบีบ “คนที่พังทลายไม่ได้หมายความว่าเขาไร้ค่า และคนที่เข้มแข็งที่สุด ก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะร้องไห้” ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยมีความเย็นชาเป็นเกราะป้องกัน บัดนี้กลับฉายแววแตกสลายจนน่าใจหาย เขาสะบัดหน้าหนี พยายามซ่อนหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา “เธอไม่เข้าใจหรอก ริน… ความผิดพลาดของฉันมันฝังรากลึกเกินกว่าที่ใครจะมาช่วยกอบกู้ได้ เธอควรจะเกลียดฉันเสียด้วยซ้ำที่ดึงเธอเข้ามาอยู่ในวังวนนี้” รินรดาไม่ได้โต้เถียง เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุดในชีวิต หญิงสาวเอื้อมมือไปคว้าฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเขามากุมไว้แน่น ธามชะงักไป ร่างกายของเขาสั่นสะท้านภายใต้การสัมผัสของเธอ ก่อนที่ความแข็งกร้าวทั้งหมดจะมลายหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มที่อ่อนแอที่สุดคนหนึ่ง เขาทิ้งศีรษะลงบนไหล่ของเธออย่างหมดแรง รินรดารับน้ำหนักนั้นไว้ด้วยความเต็มใจ ไหล่ข้างหนึ่งที่เธอพร้อมจะให้เขาพักพิงแม้ว่าจะหนักอึ้งเพียงใดก็ตาม ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด “ผมเหนื่อยเหลือเกิน” เสียงเขากระซิบแผ่วเบาจนแทบขาดใจ “เหนื่อยที่จะต้องเป็นธามที่ทุกคนต้องการ... เหนื่อยที่จะต้องซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ใต้หน้ากากที่สมบูรณ์แบบนี้ตลอดไป” “ถ้าเหนื่อย ก็แค่พักครับ” รินรดาตอบพลางลูบหลังมือเขาแผ่วเบา “ไม่ต้องเป็นธามที่สมบูรณ์แบบสำหรับใครทั้งนั้น เป็นแค่ธามที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้... แค่ตอนนี้ก็พอ” ธามหลับตาลงแน่น หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงบนแขนเสื้อของเธอ ความอบอุ่นจากร่างกายของรินรดาเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวที่นำทางเขาออกจากหุบเหวแห่งความโดดเดี่ยวที่เขาสร้างขึ้นมานานนับสิบปี เขาไม่เคยคิดเลยว่าในวันที่เขาสูญเสียทุกอย่างไป ทั้งความมั่นใจและจุดยืนในครอบครัว จะมีเพียงผู้หญิงคนนี้ที่อยู่เคียงข้างโดยไม่ถามหาผลประโยชน์หรือเหตุผลใดๆ “ทำไมถึงเป็นเธอ…” เขาถามโดยไม่ลืมตา “ทำไมต้องเป็นรินคนที่ฉันเคยผลักไสมาโดยตลอด” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาเตือนใจ แต่ในวินาทีนี้ เธอรู้ดีว่าคำถามนั้นไม่มีความสำคัญเท่ากับหัวใจที่กำลังสั่นไหวของเขา “เพราะรินเลือกที่จะอยู่ที่นี่ครับ… แม้รินจะเจ็บปวดกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แต่ความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่มีค่าเลย ถ้าเทียบกับการต้องเห็นคุณจมดิ่งลงไปมากกว่านี้” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเคืองและความสับสนในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันและลึกซึ้ง ธามค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง แต่กลับมีความอ่อนโยนและโหยหาอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากเธอ เขายกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ที่สั่นครืดอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ๆ ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายห้วงเวลาอันแสนล้ำค่าไปเสียสนิท ธามชะงักไป ดวงตาคู่คมจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ชื่อบนหน้าจอทำให้เขาตัวแข็งทื่อไปทันที—*‘มินตรา’* รินรดาเห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ความลังเลและหวาดกลัวบางอย่างวูบผ่านดวงตาของธาม เธอตัดสินใจปล่อยมือจากเขาอย่างช้าๆ ความรู้สึกเยือกเย็นแล่นปราดเข้าสู่หัวใจเมื่อรู้ว่าสิ่งที่พันธนาการเขาไว้นั้น ยิ่งใหญ่และอันตรายเกินกว่าที่เธอจะคาดเดา ธามรับโทรศัพท์อย่างสั่นเทา ก่อนจะกรอกเสียงลงไปเพียงประโยคเดียวที่ทำให้โลกของรินรดาสั่นคลอนไม่แพ้กัน “เธออยู่ที่ไหน… มินตรา… ใช่ครับ ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไง” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งอยู่ตรงนั้น สายตาของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นธามที่เย็นชาและห่างเหินในทันทีที่เขาก้าวเท้าออกไปที่ระเบียงห้อง ทิ้งให้รินรดามองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ว่า พรุ่งนี้รุ่งเช้า… รอยจำที่พัดหวนคืนมานี้ จะพาพวกเขาไปทางไหนกันแน่ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "สายลมแผ่วเบา" ในทุกตัวอักษรนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%