"ผมคิดว่า... ท่านประธานอาวุโสคงต้องหาเวลาว่างมาฟังคำอธิบายเรื่องสิทธิส่วนบุคคลจากฝ่ายกฎหมายของเราเสียหน่อยแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของคีรินทร์ไม่ได้มีความตื่นตระหนกเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ชายหนุ่มกลับขยับตัวยืนบังร่างบางของพิมพ์มาดาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ มือหนายังคงกุมข้อมือเล็กของเธอเอาไว้หลวม ๆ แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครมาดึงตัวเธอไปจากรัศมีสายตา
สายตานับสิบคู่ที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดทันทีที่เผชิญหน้ากับรอยยิ้มเย็นชาแต่นัยน์ตาดุดั่งพญาเสือของประธานหนุ่ม ภาพของหญิงสาวในชุดทำงานที่ยับย่นเล็กน้อยยืนแนบชิดอยู่หลังแผ่นอกกว้างของเจ้านายหนุ่ม กลายเป็นทับศัพท์ของคำว่า 'หลักฐานคาตา' ที่ต่อให้ร้อยปากคำแก้ตัวก็ลบไม่ออก
แต่ในเมื่อนี่คือเกมอำนาจ คีรินทร์ไม่เคยคิดจะเสียเวลาเล่นตามบทที่คนอื่นเขียนให้
"ถ้าไม่มีเรื่องด่วนอะไรเกี่ยวกับโปรเจกต์มิลเลียนนิวส์... ผมถือว่าการบุกรุกห้องทำงานส่วนตัวในยามวิกาลแบบนี้ เป็นการละเมิดมารยาททางธุรกิจที่ร้ายแรงมากนะครับท่าน" คีรินทร์เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนผู้สูงวัยหลายคนในคณะกรรมการถึงกับต้องเบือนหน้าหนี
กว่าที่ความโกลาหลย่อมๆ นั้นจะคลี่คลายลงได้ ก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมงเต็ม คณะกรรมการอาวุโสจำต้องถอยทัพกลับไปด้วยความขุ่นเคืองที่ทำอะไรประธานหนุ่มไม่ได้ พิมพ์มาดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่เสียงประตูกระจกปิดลงสนิท ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ด้วยความอ่อนล้า
"คุณคีรินทร์เล่นบ้าอะไรเนี่ย..." เธอพึมพำกับตัวเองขณะนวดขมับเบาๆ "ทำไมไม่ยอมอธิบายไปตรงๆ ว่าเราติดอยู่ด้วยกันเพราะเอกสารกองนั้น ทำไมต้องทำท่าทางเหมือน... เหมือนตั้งใจให้พวกเขาเข้าใจผิดด้วยเล่า"
"ถ้าอธิบายแล้วพวกเขาเชื่อ ผมคงไม่ต้องเหนื่อยมานั่งคุมเกมเองหรอกครับพิมพ์มาดา" คีรินทร์เดินกลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับวางแก้วน้ำอุ่นลงตรงหน้าเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหวาน "อีกอย่าง... ผมไม่ชอบให้ใครมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้น"
"สายตาแบบไหนคะ?" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตา ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าเขายืนประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
"สายตาที่คิดว่าคุณเป็นแค่... ของเล่นชั่วคราวของผม" คีรินทร์ตอบเสียงต่ำ นัยน์ตาสสีเข้มวับวาวขึ้นมาวูบหนึ่งจนน่ากลัว "สำหรับผม... คุณไม่ใช่ของเล่น และผมไม่เคยอนุญาตให้ใครมาด้อยค่าคนของผม"
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแสงสว่างวาบที่สาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ ตามมาด้วยความมืดมิดสนิททันทีเมื่อกระแสไฟภายในตึกสูงระฟ้าตัดขาดลงอย่างกะทันหัน ระบบสำรองไฟฉุกเฉินส่งเสียงหึ่งต่ำๆ ก่อนที่หลอดไฟสีส้มสลัวจะติดขึ้นเพียงไม่กี่ดวง ทว่าไม่นานนัก... แม้แต่ไฟสำรองนั้นก็ดับวูบลงเนื่องจากความขัดข้องของระบบหลัก
คอนโดมิเนียมและสำนักงานใจกลางเมืองตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงจากสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกนอกตึกและแสงแฟลชจากฟ้าแลบเป็นระยะที่ช่วยนำทาง
"ไฟดับเหรอเนี่ย..." พิมพ์มาดารีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ทว่าความมืดที่โรยตัวลงมาอย่างกะทันหันทำให้เธอประเมินระยะพลาด ก้าวเท้าสะดุดเข้ากับพรมหนานุ่มจนร่างบางเซถลาไปข้างหน้า
ร่างของเธอพุ่งชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของคีรินทร์ที่ยืนประชิดอยู่ก่อนแล้วเต็มแรง!
มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวโดยมีร่างของหญิงสาวทับอยู่ด้านบน พิมพ์มาดารีบใช้มือยันพนักพิงโซฟาไว้เพื่อพยุงตัวขึ้น ทว่าปลายนิ้วของเธอกลับกดทับลงบนแผ่นอกแกร่ง สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วงราวกับกลองศึก
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
ไม่รู้ว่าเป็นหัวใจของใครกันแน่ที่เต้นดังขนาดนี้ หรือบางที... มันอาจจะดังประสานกันจนแยกไม่ออก
"คุณ... ปล่อยฉันก่อนค่ะ" พิมพ์มาดากระซิบเสียงสั่น เธียรพยายามขยับตัวหนี แต่พื้นที่จำกัดบนโซฟาและวงแขนแกร่งที่โอบรัดรอบเอวเธอไว้ราวกับคีมเหล็กทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้เลย
"มืดขนาดนี้ จะให้ผมปล่อยคุณไปเดินชนมุมโต๊ะหรือไงครับ" เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "อยู่เฉยๆ ก่อน... พิมพ์"
ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดอยู่นอกหน้าต่าง ความมืดมิดช่วยอำพรางความเขินอาย แต่กลับไปปลุกเร้าประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ ให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง พิมพ์มาดารับรู้ได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ทำให้สติที่เคยกระเจิงเริ่มกลับมารวมตัวกันยากขึ้นทุกที
เธอนิ่งงันไปเมื่อปลายจมูกโด่งคมของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียวเมื่อเธอขยับหน้าหนี คีรินทร์ไม่ได้ถอยห่าง... เขากลับลดใบหน้าลงต่ำจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากริมฝีปากของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร
ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงฟ้าแลบวาบผ่านเข้ามาเป็นระยะ ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซัดสาดรุนแรงไม่แพ้พายุฝนข้างนอกนั่น
"ทำไม..." พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก "ทำไมต้องทำดีกับฉันขนาดนี้... ทำไมต้องเอาตัวเข้ามาปกป้องฉันจากพวกนั้นด้วย ทั้งที่เราสองคน..."
"ทั้งที่เราสองคนเริ่มต้นด้วยสัญญาบ้าๆ น่ะเหรอครับ" คีรินทร์ต่อประโยคให้ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความลึกซึ้งที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนนั้นขัดกับแววตาที่ร้อนแรงดั่งไฟ
"..." พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ่งงันไปเมื่อปลายนิ้วอุ่นนั้นไล้ลงมาแตะที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ
"เพราะผมไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่ดีลธุรกิจอีกต่อไปแล้ว... พิมพ์มาดา"
คีรินทร์กระซิบถ้อยคำนั้นชิดริมฝีปาก ปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับปลายจมูกของเธออย่างแผ่วเบา เป็นจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงร่วงหล่นลงสู่หลุมพรางที่พวกเขาต่างขุดขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก เป็นการทาบทับที่เริ่มต้นอย่างเชื่องช้าทว่าดึงดูดจนแทบขาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนลึกซึ้งที่เรียกร้องสติสัมปชัญญะทั้งหมดให้พังทลายลงในพริบตา
พิมพ์มาดาเผลอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นอย่างลืมตัว มือเล็กที่เคยยันอกเขาไว้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ลอยเคว้งไปกับห้วงอารมณ์ที่เขากำลังชักนำ
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวไฟแห่งความเสน่หาโหมกระหน่ำจนยากจะควบคุม แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าทั่วทั้งห้องก็สว่างพรวดขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับเสียงสัญญาณเตือนภัยระบบไฟฟ้าที่ดังลั่น!
ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต พิมพ์มาดารีบหอบหายใจโกยกอบอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอดิดตัวลุกขึ้นยืนจากโซฟาอย่างลนลานในขณะที่คีรินทร์ยังคงนั่งพิงพนักโซฟาด้วยสายตากรุ้มกริ่มที่เต็มไปด้วยความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาคนสนิทที่ถือแฟ้มเอกสารวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"ท่านประธานครับ! ระบบไฟหลักกู้คืนแล้วครับ และ... เอ่อ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบท่านอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างครับ เขาบอกว่าเป็น... คู่หมั้นตัวจริงของท่านที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ!"
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่ประตูก่อนจะมองนิ่งมาที่พิมพ์มาดาที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างโต๊ะทำงาน
---
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" มาโดยตลอดนะครับ**
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 7
คืนที่ฝนตกกับใจที่สั่นไหว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!