เสียงแตรรถยนต์ด้านนอกผสมผสานกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเลขาฯ หนุ่มที่ดังลอดผ่านกระจกกั้น ทำให้คีรินทร์ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตในมืออย่างหงุดหงิด
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องแล้วครับ ข้างหน้ามีอุบัติเหตุ รถติดยาวเลยครับ..."
เสียงรายงานผ่านอินเตอร์คอมจากด้านหน้าดังขึ้น พร้อมกับที่คีรินทร์มองนาฬิกาข้อมือราคาแปดหลักของตัวเอง เขากดตัดสายทิ้งด้วยความรำคาญ ไม่ใช่เพราะงานสำคัญที่บริษัทถูกเลื่อนออกไป แต่เป็นเพราะแผนการที่เขาวางไว้สำหรับมื้อค่ำนี้กำลังจะพังไม่เป็นท่า
เบาะหลังรถยนต์หรูคันยาวมีความอึดอัดแทรกตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ พิมพ์มาดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ปิดแฟ้มเอกสารในมือดัง *ปัง* จนคนตัวโตกว่าต้องปรายตามอง
"ถ้าจะถอนหายใจใส่ผมอีกสักรอบ ผมเกรงว่ากระจกรถคันนี้คงร้าวไปถึงด้านนอกแล้วล่ะครับคุณพิมพ์มาดา" คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงแววตากรุ้มกริ่มที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดประธานผู้เคร่งขรึม
"ถ้ารู้ว่ารถจะติดแหง็กอยู่ตรงนี้จนข้าวเหนียวส้มตำในจินตนาการกลายเป็นยางมะตอย ฉันคงเลือกนั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับคอนโดฯ ตั้งแต่ห้ามนาก่อนหน้านี้แล้วค่ะท่านประธาน" หญิงสาวสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววเยาะหยันเล็กน้อย "เผด็จการอย่างคุณคงไม่เคยชินกับการติดแหง็กบนถนนสาธารณะแบบนี้สินะคะ"
"ผมไม่เคยชินกับการนั่งมองคนปากเก่งบ่นอุบอิบต่างหากล่ะครับ" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัย "ลงจากรถครับ"
พิมพ์มาดาขมวดคิ้วมุ่นทันที มองสภาพถนนที่รถติดยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา "บ้าหรือเปล่าคะ จะให้ฉันเดินลุยฝุ่นกลางถนนเนี่ยนะ?"
"ใครบอกว่าจะให้เดินลุยฝุ่น" ชายหนุ่มเปิดประตูลงไปก่อนจะอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่เธอนั่ง พร้อมกับยื่นมือหนาออกไปตรงหน้า "ห้องชุดของผมอยู่ห่างจากตรงนี้แค่สามร้อยเมตร เดินลัดซอยข้างทางไปเรื่อยๆ เร็วกว่านั่งอุดคาร์บอนไดออกไซด์ในรถคันนี้เป็นชั่วโมงครับ... จับมือผมไว้สิครับ หรืออยากจะยืนรอความหวังลมๆ แล้งๆ ตรงนี้?"
พิมพ์มาดามองมือหนานั้นอย่างชั่งใจ ปากก็อยากจะปฏิเสธให้สมกับความหมั่นไส้ แต่ท้องที่เริ่มส่งเสียงประท้วงกับบรรยากาศชวนอึดอัดในรถทำให้เธอจำต้องยื่นมือไปวางบนฝ่ามืออุ่นจัดของเขาอย่างจำยอม
สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวหนังทำให้หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว คีรินทร์กระชับมือเรียวให้แน่นขึ้นโดยไม่ยอมปล่อย แม้ว่าพวกเขาจะเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยที่ค่อนข้างแคบและเงียบสงบ หลีกหนีความวุ่นวายของถนนใหญ่มาได้สักพักแล้วก็ตาม
"ปล่อยมือได้แล้วมั้งคะท่านประธาน ถึงคอนโดฯ คุณแล้วนี่" พิมพ์มาดาเอ่ยเบาๆ เมื่อพวกเขามายืนอยู่หน้าประตูห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
คีรินทร์ไขกุญแจและผลักประตูเปิดกว้าง ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกทำท่าระแวดระวังภัยเหมือนแมวขู่ "เข้ามาสิครับ หรือจะยืนรอให้ผมอุ้มเข้าห้อง?"
"คนฉวยโอกาส" เธอพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มหรูหราตามสไตล์เจ้าของห้อง ทว่าสิ่งแรกที่เตะจมูกไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอย่างที่คิด แต่กลับเป็น... กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและชีสที่อบอวลชวนน้ำลายสอ
พิมพ์มาดากะพริบตาปริบๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง "กลิ่นอะไรน่ะ... หรือว่าคุณจ้างเชฟมาสแตนด์บายรอ?"
คีรินทร์ถอดสูทเนื้อดีพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อเนียนสีแทน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวเปิดโล่ง "เชฟที่ไหนกันล่ะครับ ผมทำเองต่างหาก"
หญิงสาวเบิกตากว้าง เดินตามไปหยุดยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวหินอ่อน ภาพประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลและเย่อหยิ่งในสายตาคนอื่น ตอนนี้กำลังสวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม ยืนงละมุนอยู่หน้าเตาไฟ พร้อมกับกระทะเทฟลอนที่มีเนื้อสเต็กกำลังส่งเสียงซู่ซ่าชวนหิว
"คุณ... ทำอาหารเป็น?" น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนไม่เชื่อถือ
คีรินทร์ปรายตามองขณะที่กำลังพลิกชิ้นเนื้อสเต็กด้วยความคล่องแคล่ว แววตาคมกริบฉายประกายพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทางอึ้งๆ ของคนตรงหน้า "โลกนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับผมครับ... อยากชิมไหมล่ะครับ หรือกลัวว่าผมจะวางยาพิษ?"
"ถ้าอาหารฝีมือคุณมันอร่อยสู้ข้างทางไม่ได้ ฉันจะหักเงินเดือนคุณฐานโอ้อวดเกินจริงค่ะ" พิมพ์มาดายื่นหน้าเข้ามาใกล้ เผลอสูดกลิ่นหอมเย้ายวนใจเข้าไปเต็มปอด
คีรินทร์วางตะหลิวลง หันมาเผชิญหน้ากับเธอระยะประชิด ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องก้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เริ่มไหวระริก "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าทำออกมาแล้วอร่อยจนคุณหยุดกินไม่ได้ คุณต้องมีรางวัลให้ผมนะครับ"
"รางวัลอะไรของคุณคะ?" เธอยถไหลถอยหลังเล็กน้อยเมื่อแผงอกกว้างโน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น จนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์
"รางวัล..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ก็แค่... เลิกทำหน้าดุใส่ผมเวลาอยู่ที่ทำงาน สักสามวันเป็นไงครับ?"
พิมพ์มาดาหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ เธอใช้มือดันอกแกร่งให้ออกห่าง "เพ้อเจ้อค่ะ! เอาสเต็กฉันมานี่เลย หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว!"
คีรินทร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมผละถอยออกไปจัดเตรียมจานอาหารบนโต๊ะอาหารริมกระจกใสที่สามารถมองเห็นวิวด้านนอกของเมืองกรุงยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงรอบด้านขับให้บรรยากาศมื้อค่ำครั้งนี้โรแมนติกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหยอกล้อและเสียงหัวเราะที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากประธานหนุ่มผู้เคร่งขรึม พิมพ์มาดาเคี้ยวอาหารคำโตก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง รสชาติของเนื้อสเต็กมีความนุ่มละมุนลิ้นและซอสที่ปรุงรสได้อย่างลงตัวจนคาดไม่ถึง
"อร่อยใช่ไหมล่ะครับ" คีรินทร์เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก มองคนตัวเล็กที่เคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนกระรอกน้อย
"ก็... พอใช้ได้ค่ะ ไม่แย่เท่าไหร่" เธอยังคงฟอร์มจัด แม้ว่าดวงตาจะเปล่งประกายความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
คีรินทร์ยิ้มละมุน ยื่นมือไปเช็ดคราบซอสที่เปื้อนมุมปากให้อย่างแผ่วเบา การกระทำที่อ่อนโยนและเป็นธรรมชาติเกินกว่าจะตั้งตัวทำให้พิมพ์มาทานิ่งค้างไป หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมด ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งหน้าห้องชุดก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊งต่อง!*
คีรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาหาเขาในเวลาส่วนตัวแบบนี้ ขณะที่พิมพ์มาดารีบดึงสติตัวเองกลับมา นั่งตัวตรงแหน่ว
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปที่ประตูหน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คภาพผู้มาเยือน ทว่าเมื่อใบหน้าของบุคคลบนจอปรากฏขึ้นชัดเจน แววตานิ่งสงบของคีรินทร์ก็เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในเสี้ยววินาที
มือหนาชะงักค้างอยู่บนที่จับประตู ก่อนที่เสียงเคาะรัวๆ จะดังแทรกขึ้นมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้คีรินทร์และพิมพ์มาดาต้องหันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
"คีรินทร์! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความคลั่งรักของท่านประธานหนุ่มในตอนนี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 24
มื้อค่ำสุดโรแมนติก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!