แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับร้อยตัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของคีรินทร์ราวกับกลุ่มดาวที่กำลังระเบิดตัว ความเงียบสงบอันน่าอึดอัดภายในห้องแถลงข่าวขนาดใหญ่ของโรงแรมระดับห้าดาวถูกบดขยี้ด้วยเสียงชัตเตอร์ที่ดังระรัวไม่ต่างจากห่าฝน
ร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตยืนสงบนิ่งอยู่หลังโพเดียม มือหนาทั้งสองข้างวางทาบลงบนขอบโต๊ะด้วยความมั่นคง ทว่ากรามแกร่งที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนกลับฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน
"คุณคีรินทร์ครับ! ข่าวลือเรื่องภาพหลุดระหว่างคุณกับคุณพิมพ์มาดาในห้องพักส่วนตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน ข้อเท็จจริงคืออะไรครับ?"
เสียงตะโกนถามจากนักข่าวบันเทิงแถวหน้าดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล คีรินทร์ไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองฝูงชนเบื้องล่างด้วยรัศมีคุกคามที่ทรงพลังพอกลบเสียงเซ็งแซ่ให้เงียบลงได้ภายในเสี้ยววินาที
"ผมคิดว่าการนัดหมายวันนี้ ไม่ควรมีใครต้องมานั่งเดาหรือตีความจากภาพมุมอับที่ถูกปล่อยออกมาโดยไร้จรรยาบรรณนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยผ่านไมโครโฟน เรียบ นิ่ง แต่เฉียบคมจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ
"จริงอยู่ที่ภาพนั้นคือผมกับพิมพ์... และผมจะไม่ขอแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นในฐานะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนี้ สิ่งที่พวกคุณควรรู้คือ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจของผมฝ่ายเดียว พิมพ์มาดา... เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องความสนใจ หรือพยายามเอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้นตามที่สำนักข่าวบางแห่งพยายามชี้นำ"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด สถานะทางสังคมของทั้งคู่กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง หุ้นของบริษัทฝั่งพิมพ์มาดาร่วงกาวในขณะที่ชื่อเสียงของคีรินทร์ในฐานะนักบริหารหนุ่มผู้ไร้รอยด่างพร้อยกำลังถูกตั้งคำถาม
แต่คนอย่างคีรินทร์... สนใจสายตาชาวโลกเสียที่ไหนล่ะครับ สิ่งเดียวที่เขาแคร์ในเวลานี้ คือรอยยิ้มของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งดูการถ่ายทอดสดนี้อยู่หลังจอโทรศัพท์ต่างหาก
ห่างออกไปไม่ไกลนักภายในห้องพักส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู พิมพ์มาดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส เธอมองภาพชายหนุ่มบนหน้าจอที่กำลังประกาศกร้าวต่อหน้าสาธารณชนเพื่อปกป้องเธอจากแรงกระแทกทั้งหมด ทั้งที่เขารู้ดีว่าการกระทำนี้จะดึงตัวเองลงมาแปดเปื้อนไปด้วย
"คนบ้า..."
เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ตีรันยุ่งเหยิงในอก ทั้งซาบซึ้ง โกรธความดื้อรั้นของเขา และเป็นห่วงอนาคตในตลาดหุ้นของเขาเหลือเกิน
ทันทีที่การแถลงข่าวสิ้นสุดลงและคีรินทร์ก้าวลงจากเวที ท่ามกลางวงล้อมของการ์ดและผู้จัดการส่วนตัวที่พยายามกันสื่อมวลชน โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าสั้นๆ ที่ทำให้มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นมาได้ทันที แม้สถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดระดับวิกฤตชาติก็ตาม
คีรินทร์กดรับสายโดยไม่ลังเล ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจก่อนที่เสียงหวานติดจะเหวๆ เล็กน้อยจะหลุดลอดออกมา
"คุณคีรินทร์! คุณเสียสติไปแล้วหรือไงคะถึงกล้าพูดแบบนั้นออกไปรู้ตัวบ้างไหมว่าตอนนี้หุ้นฝั่งคุณกำลังดิ่งลงเหวเพราะข่าวฉันเนี่ย!"
น้ำเสียงที่พยายามดุแต่สั่นระริกนั้นทำให้คนฟังหลุดหัวเราะในลำคอ คีรินทร์ส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดถอยออกไปก่อนจะก้าวเข้ามุมเงียบของหลังเวที
"เป็นห่วงผมเหريญครับ หรือเป็นห่วงหุ้นกันแน่ หื้ม?" เสียงทุ้มเจือความเจ้าเล่ห์ถูกส่งผ่านคลื่นสัญญาณ
"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะคะคุณคีรินทร์! คุณเอาชื่อเสียงตัวเองไปเสี่ยงทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจัดการเรื่องนี้เองได้!" พิมพ์มาดาโต้กลับทันควัน ความร้อนรนในน้ำเสียงซ่อนความห่วงใยไว้ไม่มิด
"จัดการยังไงครับ? ด้วยการนัดเจอไอ้สารเลวนั่นตามลำพังงั้นเหรอ?"
ประโยคคำถามนั้นทำเอาปลายสายชะงักกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่อุณหภูมิในสายจะลดฮวบลง
"คุณหมายถึงใคร..." พิมพ์มาดาเสียงแผ่วลง
"พ่อของคุณ... กับอดีตคู่หมั้นของคุณพิมพ์เองครับ"
คีรินทร์เอ่ยชื่อต้องห้ามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกสันหลังวาบ ภาพเหตุการณ์จากตอนที่แล้วย้อนกลับมาในหัวของหญิงสาวทันที—การปรากฏตัวอย่างไร้สัญญาณเตือนของชายหนุ่มอดีตคู่หมั้นที่ถูกพ่อของเธอจัดฉากให้มาพบกัน เพื่อเจรจาผลประโยชน์บางอย่างแลกกับการถอนฟ้องคดีเก่า
"คุณ... รู้ได้ยังไงคะ..." พิมพ์มาดาเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัด
"ผมรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณนั่นแหละครับพิมพ์" คีรินทร์ผ่อนลมหายใจยาว ความอบอุ่นและดุดันผสมผสานกันอยู่ในน้ำเสียงของเขา "คุณคิดว่าผมยอมเอาชื่อเสียงบริษัทมาทิ้งขว้างเล่นๆ เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของออกทีวีทั่วประเทศ เพราะว่างงานมากหรือไงครับ? ผมแค่อยากให้พวกมันรู้ว่า... ใครก็ตามที่คิดจะแตะต้องผู้หญิงของคีรินทร์ มันต้องข้ามศพผมไปก่อน"
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ คำพูดดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความปกป้องคุ้มครองนั้นทรงพลังเกินกว่าที่หัวใจดวงน้อยจะต้านทานไหว ความรู้สึก "ฟินจิกหมอน" ตีคู่มากับความหน่วงหนักในอก เธอเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาที่เคยคลอหน่วยร่วงเผาะลงมาสัมผัสหน้าจอ
"คุณมัน... เผด็จการที่สุด..." เธอพึมพำเสียงเบาหวิว
"รู้ตัวก็ดีแล้วครับ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าซะ" คีรินทร์สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ "ผมกำลังไปรับคุณ เราจะไปเคลียร์เรื่องนี้ให้จบที่บ้านพักส่วนตัวของผมที่ริมทะเล ไม่มีใครหน้าไหนกล้าไปวุ่นวายกับคุณที่นั่นอีก"
"เดี๋ยวก่อนสิคะคุณคีรินทร์ ฉันยังไม่ได้ตกลง—"
*ตู๊ด... ตู๊ด...*
สายถูกตัดทิ้งไปดื้อๆ อย่างเอาแต่ใจตามเคย พิมพ์มาดากลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู เธอสะบัดหน้าใส่โทรศัพท์มือถือในมือแต่รอยยิ้มบางๆ กลับระบายอยู่บนเรียวปากสวยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
หญิงสาวก้าวเท้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบกระเป๋าเดินทางตามคำสั่งของ "หมาโบ้ขี้หวง" ตัวยักษ์ ทว่าในขณะที่เธอกำลังรูดซิปกระเป๋าอยู่นั้น เสียงเคาะประตูด้านนอกเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างหนักแน่น
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
พิมพ์มาดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วคีรินทร์ไม่เคยใช้เวลาเดินทางมาถึงเร็วขนาดนี้ หรือเขาจะลืมของสำคัญบางอย่าง?
เธอเดินไปที่ประตูหน้าโดยไม่ได้ส่องตาแมว มือเรียวบิดลูกบิดแล้วดึงประตูเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มเตรียมจะต่อว่า
"คุณนี่ขับรถเร็วเกินไปแล้—"
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่คีรินทร์ผู้เป็นเจ้าของหัวใจ... แต่เป็นชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่เธอจำใบหน้าและรอยยิ้มเย็นเยียบนั้นได้แม่นยำจากอดีตอันมืดมน
อดีตคู่หมั้นหนุ่มยืนยิ้มมุมปากอยู่ที่หน้าห้อง พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ในมือ ขณะที่เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายเธอด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ... น้องพิมพ์ คิดถึงพี่ไหมครับ?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก" มาจนถึงตอนนี้ นัดหน้าห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 29
ปกป้องเธอ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!