เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง ซ้อนทับด้วยเสียงสั่นที่ยาวนานจนเกือบกลายเป็นเสียงครางฮัมในลำตัวของเครื่องมือสื่อสารราคาแพง คีรินทร์ไม่ได้ชายตามองมันด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบตึงยังคงจดจ้องอยู่กับกราฟแท่งสีแดงเข้มที่ดิ่งลงเหวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ทว่ามันไม่ใช่กราฟหุ้นของบริษัท... แต่เป็นกราฟสถานการณ์ข่าวที่กำลังลุกลามราวกับไฟลามทุ่งในป่าแล้ง
"ผมบอกแล้วว่าข่าวนี้ไม่มีทางรั่วไหลออกไปได้ง่ายๆ ถ้าไม่มีคนวงในส่งสัญญาณ"
เสียงทุ้มต่ำของเลขาคนสนิทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ส่วนตัว คีรินทร์ยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้หยุดพูด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีชาโคลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้กระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าเบื้องล่าง ซึ่งในตอนนี้เต็มไปด้วยแสงไฟกะพริบจากรถถ่ายทอดสดของสำนักข่าวไม่ต่ำกว่าห้าสำนักที่จอดล้อมรอบอาคารสำนักงานใหญ่
ดีลลับมูลค่าหมื่นล้านที่เขาใช้เวลาตระเตรียมมานานแรมปี... ถูกตีแผ่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ธุรกิจและสื่อออนไลน์ทุกสำนักเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับพาดหัวข่าวตัวโตที่ขยี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ 'พิมพ์มาดา' จนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเบจก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตากลมโตที่ปกติมักฉายแววเจ้าเล่ห์และรู้ทันโลก ในตอนนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว
"คุณคีรินทร์! อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่านี่มันเรื่องอะไร!"
พิมพ์มาดาตบแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น เธอไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างพากันเกรงกลัว เพราะในวินาทีนี้ ความอดทนของเธอได้ขาดสะบั้นลงเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เธอต้องเผชิญหน้ากับโทรศัพท์สายด่วนจากนักข่าวที่โทรเข้ามาไม่ต่ำกว่าร้อยสายตั้งแต่ลืมตาตื่น
คีรินทร์หันกลับมามองหญิงสาว ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ทว่าในแววตาสีเข้มคู่นั้นกลับไม่ได้มีความตกใจเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ด้วยท่าทางคุกคามที่ทำเอาคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณพิมพ์มาดา การเดินเข้ามาโวยวายใส่ผมในห้องทำงานตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้พวกสื่อมวลชนที่จอดรถรออยู่ข้างล่างมันสลายตัวไปได้หรอกนะ"
"จะให้ฉันใจเย็นยังไงไหวล่ะคะ!" พิมพ์สวนกลับทันควัน เสียงหวานใสสั่นเครือด้วยความอัดอั้น "ในข่าว... พวกมันเขียนว่าฉันเป็นแค่นางบำเรอราคาแพงที่ใช้เตียงนอนเป็นเครื่องมือในการเซ็นสัญญา! แถมยังมีรูปที่เราสองคนกินข้าวด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อนหลุดออกไปด้วย ถ้าไม่ใช่คนของฝั่งคุณที่เป็นคนปล่อยข่าว แล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะคะ!"
คีรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงขบกรามของเจ้าตัว ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นน้ำตาคลอเบ้าอยู่ในหน่วยตาคู่สวยนั้น แม้ปากของเธอจะเก่งกาจและต่อปากต่อคำกับเขาได้ไม่เคยหยุด แต่เขารู้ดีว่าภายใต้เกราะป้องกันที่แข็งกระด้างนี้ พิมพ์มาดาเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ต้องแบกรับความคาดหวังและชื่อเสียงที่เธอสร้างมาด้วยลำแข้ง
ชายหนุ่มสาวเท้าย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวแล้วดึงรั้งเข้ามาแนบชิดลำตัวอย่างรวดเร็ว จนพิมพ์มาดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ อกอิ่มแนบชิดกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์
"ปล่อยฉันนะ... คุณคีย์! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน ฝ่ามือบางระดมทุบลงบนอกเสื้อสูทของเขาอย่างไม่ยั้งมือ
"หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้พิมพ์!" คีรินทร์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก "คิดว่าผมพอใจเหรอที่มีคนเอาชื่อผู้หญิงของผมไปเขียนเสียๆ หายๆ แบบนั้น? คิดว่าผมอยากให้เรื่องของเรามันแดงขึ้นมาท่ามกลางสงครามธุรกิจเฮงซวยนี่หรือไง!"
คำว่า 'ผู้หญิงของผม' หลุดออกมาจากปากเขาด้วยน้ำหนักที่หนักแน่นและจริงจัง จนพิมพ์มาดาชะงักก้างค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้าหากันทำให้ห้องทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน
เธอมองหน้าเขา สังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาและเส้นเลือดที่ปูดโปนตรงขมับของชายหนุ่ม... เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน แน่นอนว่าเขาก็ต้องรับมือกับแรงกดดันมหาศาลจากบอร์ดบริหารและหุ้นส่วนที่โทรเข้ามาจิกกัดไม่แพ้กัน
"ถ้าคุณไม่ได้ปล่อย... แล้วใครล่ะคะ?" เสียงของพิมพ์อ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงมีความหวาดระแวงซ่อนอยู่
"ศัตรูเก่าของเราไงครับ" คีรินทร์ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนหน้าผากมน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น "คนที่เสียผลประโยชน์จากดีลนี้มากที่สุด... คนที่อยากเห็นผมล้มละลายคาโต๊ะทำงานมากที่สุด"
นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรกแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ขัดแย้งกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ และนั่นแหละ... คือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับหัวใจของพิมพ์มาดา
"แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะ?" เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามดึงสติกลับคืนมา "ตอนนี้พวกนักข่าวข้างล่างคงรอรุมทึ้งเรายิ่งกว่าฝูงไฮยีน่าแล้ว ถ้าเราก้าวออกไปจากตึกนี้ตอนนี้ มีหวังโดนฉีกเป็นชิ้นๆ แน่"
คีรินทร์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจที่พิมพ์มาดาคุ้นเคยปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง... รอยยิ้มแบบที่เธอมักจะใจเต้นแรงทุกทีที่ได้เห็น
"กลัวเหรอครับ?" เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม จนลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน "ปกติเห็นเก่งตลอด ไม่เห็นจะเคยกลัวอะไรนี่นา"
"ฉันไม่ได้กลัวค่ะ! ฉันแค่รำคาญ!" พิมพ์เชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม "ถ้าคุณยังมีอารมณ์มาแซวฉันอยู่แบบนี้ แสดงว่าคุณมีแผนการบ้าๆ อะไรอยู่ในหัวอีกแล้วใช่ไหมล่ะคะ คีรินทร์"
"ฉลาดสมกับเป็นคนที่ผมเลือกจริงๆ" ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนาเปลี่ยนจากการจับข้อศอกมาเป็นโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วแทน "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกนัก... เราก็แค่เปิดหน้าเล่นด้วยให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยสิครับ"
"หมายความว่ายังไงคะ?"
"คืนนี้... มีงานกาล่าการกุศลใหญ่ของสมาคมนักธุรกิจอสังหาฯ" คีรินทร์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากสีเชอร์รี่ของหญิงสาวด้วยความรู้สึกหิวกระหายที่ยากจะควบคุม "ทุกสำนักข่าวจะไปรวมตัวกันที่นั่น และเราสองคน... จะควงคู่กันเดินพรมแดงเข้าไปในงานนั้นด้วยกัน"
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยิน "คุณบ้าไปแล้วหรือไงคะ! ข่าวเพิ่งหลุดออกไปสดๆ ร้อนๆ ถ้าเราไปโผล่ที่งานนั้นตอนนี้ ก็เท่ากับเราเอาหัวไปให้เขาสับบนเขียงน่ะสิ!"
"ผิดแล้วครับพิมพ์" คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนทำให้ร่างบางแข็งทื่อไปทั้งร่าง น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบข้างใบหูด้วยถ้อยคำที่ทรงพลังและเด็ดขาด "เราไม่ได้เอาหัวไปให้เขาสับ... แต่เราจะไปประกาศให้พวกมันทุกคนรู้ต่างหาก ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร และใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียว พิมพ์มาดาสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและแรงดึงดูดอันร้อนแรง คลื่นอารมณ์บางอย่างซัดสาดเข้ามาในอกจนเธอแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ
ทว่า... ก่อนที่หญิงสาวจะได้ทันตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนออันบ้าบิ่นนั้น เสียงเคาะประตูกรั้วๆ สามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ยังไม่ทันที่คีรินทร์จะอนุญาต ประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรงโดยไม่เกรงใจใคร ร่างสูงใหญ่ของ 'ภาคิน' เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนร่วมบริษัทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดที่เปิดหน้าจอค้างไว้ พร้อมกับหอบหายใจถี่กระชั้นราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอนมาหมาดๆ
"คีย์! พิมพ์! พวกเธอแย่แล้ว..."
ภาคินละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแตกตื่น ดวงตาเบิกโพลงราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"มีคนปล่อยคลิปเสียงการประชุมลับเมื่อเดือนก่อน... คลิปที่เธอกำลังตกลงเรื่องผลประโยชน์กับคู่แข่งทางธุรกิจ... ตอนนี้มันกำลังถ่ายทอดสดอยู่ในโลกออนไลน์ และคนที่ปล่อยคลิปนั้นออกมา... คือคนที่พวกเธอคาดไม่ถึงที่สุด!"
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากเอวของพิมพ์มาดาทันที สัญชาตญาณนักล่าในตัวตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที
"ใคร?" ประธานหนุ่มเอ่ยถามเสียงเย็นยะเยือก
ภาคินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตในมือให้คีรินทร์ดูหน้าจอ พร้อมกับเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้แม้แต่คนอย่างคีรินทร์ยังต้องชะงักงัน
"พ่อของเธอกับ... อดีตคู่หมั้นของคุณพิมพ์เอง"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอนะครับ*
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 28
ความสัมพันธ์ที่ถูกกดดัน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!