ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 30

ความอดทนสิ้นสุดลง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์ดังสะท้อนก้อง มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือเสียงของความอดทนที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดจำกัด แรงสะเทือนนั้นมากพอที่จะทำให้ปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะกลิ้งหลุดจากแท่นวาง ร่วงลงกระทบพื้นพรมหนานุ่มอย่างไร้เสียง พิมพ์มาดาไม่สะดุ้งเลยสักนิด หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเบจยืนกอดอก แผ่นหลังตั้งตรงดิ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองผู้บริหารหนุ่มรุ่นพี่ผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลย เธอทนกับเกมดึงเชือกนี่มานานเกินไปแล้ว เกมที่อีกฝ่ายทำทีเป็นเข้าหา ทำตัวเป็นหมาโบ้ขี้หวงเวลาอยู่ใกล้ แต่พอกลับสู่โหมดปกติก็กลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่พร้อมจะผลักไสเธอออกห่างทุกเมื่อ "คุณทำบ้าอะไรของคุณ คีรินทร์" น้ำเสียงของพิมพ์ราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอกวาดสายตามองหน้าชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มวัยสามสิบยังคงความนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นมองตอบเธอด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจเล็กๆ ที่ถูกเธอกล้าเรียกชื่อตรงๆ แบบไร้ซึ่งคำนำหน้า "ผมทำอะไร?" คีรินทร์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด "ถ้าคุณหมายถึงโปรเจกต์รีแบรนด์ที่ผมเพิ่งตีกลับ เอกสารนั่นมีข้อผิดพลาดสามจุดที่คุณควรจะ..." "ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงาน!" พิมพ์ตัดบทเสียงดังขึ้นเล็กน้อย เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกสองก้าว จนระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเหลือเพียงแค่ความกว้างของเฟอร์นิเจอร์ไม้ราคาแพง "ฉันหมายถึงตัวคุณ... และหมายถึงเรา" คำว่า 'เรา' ที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มสีพีชทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น คีรินทร์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรงหน้าผากอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทเธอถูกยกขึ้นบางเบา "เราไหนครับพิมพ์ เราไม่มีอะไรที่ต้องเคลียร์กันเป็นพิเศษนี่ครับ งานก็คืองาน..." "เลิกตลบแตลงสักทีเถอะค่ะ... เอ๊ย! เลิกพูดจาบ่ายเบี่ยงสักทีเถอะค่ะ!" พิมพ์เผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาด้วยความหงุดหงิด เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของเขา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความนิ่งกลับมา "คุณทำแบบนี้ทำไม คีรินทร์" "ทำอะไร?" "ทำเป็นหวงฉัน เวลาที่ฉันต้องไปคุยงานกับลูกค้ารายอื่น ทำเป็นหึงเวลาที่ฉันยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น ทำตัวเหมือนคนคลั่งรักเวลาที่เราอยู่กันสองต่อสองในลิฟต์ หรือเวลาที่คุณดึงฉันเข้าไปกอดตอนที่ฝนตกหนักวันนั้น..." พิมพ์รัวคำพูดใส่หน้าเขาเป็นชุด หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แต่นัยน์ตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่พอรุ่งขึ้น พอเรามาอยู่ที่ทำงาน คุณกลับทำตัวเหมือนฉันเป็นแค่พนักงานธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไรเลย!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะเยาะเย้ยความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้น คีรินทร์ไม่ได้ขยับเขยื้อnตัว ร่างสูงใหญ่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม แต่มือหนาที่วางอยู่บนที่วางแขนกลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและแรงอารมณ์บางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งขรึม "คุณอยากรู้ไปทำไมพิมพ์" เสียงของคีรินทร์แหบพร่าลงเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกดดันที่หนักอึ้ง "เพราะฉันเหนื่อย!" พิมพ์สวนกลับทันควัน น้ำตาคลอเบ้าเล็กๆ ด้วยความคับแค้นใจแต่เธอพยายามกะพริบตาไล่มันกลับไป "ฉันเหนื่อยที่จะต้องมานั่งเดาใจผู้ชายปากแข็งอย่างคุณ เหนื่อยที่จะต้องคอยห้ามใจตัวเองไม่ให้รู้สึกอะไร เวลาที่คุณทำดีด้วย... ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ คีรินทร์!" ประโยคสุดท้ายทำให้คีรินทร์นิ่งอึ้งไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินคำว่า 'ของเล่น' จากปากผู้หญิงที่เขารักจนแทบคลั่ง แต่ด้วยนิสัยปากแข็งและบาดแผลในอดีตที่ฝังรากลึก ทำให้เขายังคงเลือกที่จะสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเอง "ถ้าคุณคิดว่าผมเล่นสนุก..." คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ก้าวเดินที่มั่นคงและทรงพลังกดดันให้พิมพ์ต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับตู้หนังสือกระจกด้านหลัง "คุณก็คิดผิดแล้วล่ะ" "ถ้าไม่ได้เล่นสนุก... แล้วมันคืออะไรล่ะคะ!" พิมพ์เผลอกลั้นหายใจเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากตัวเขาล้อมรอบตัวเธอไว้หมดทางหนี "ตอบฉันมาสิ คีรินทร์..." ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองหน้าเขา แพขนตางอนสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกและคาดหวังในเวลาเดียวกัน คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนของหญิงสาว แววตาของประธานหนุ่มในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟที่ลุกโชนด้วยความปรารถนาและความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน "คุณอยากฟังคำนั้นมากนักใช่ไหม พิมพ์มาดา" เสียงกระซิบของเขาต่ำพร่าราวกับเสียงคำรามของเสือร้ายที่จนมุม พิมพ์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขา แม้ว่าร่างกายจะเริ่มสั่นเทาด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม "ใช่... ฉันอยากฟัง" เธอกลั้นใจพูดออกไป แม้เสียงจะสั่นเครือเล็กน้อย "ตอบมาสิคะ... ว่าคุณรักฉันไหม... คีรินทร์" คีรินทร์นิ่งงันไป คำถามนั้นพุ่งตรงเข้าชนหัวใจของเขาอย่างจัง ทลายกำแพงทั้งหมดที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาหลายปีพังครืนลงมาในพริบตา นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นสั่นเทาเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวก็กำลังเผชิญกับสงครามภายในที่รุนแรงไม่แพ้กัน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเตรียมจะเอ่ยคำที่ซ่อนไว้ในใจ ออกมาให้หญิงสาวได้ยินชัดๆ เสียที ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูกระจกบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อجازจากคนข้างใน "คุณคีรินทร์ครับ! แย่แล้วครับ! ทางหุ้นส่วนใหญ่จากฝั่งเยอรมนีติดต่อเข้ามาฉุกเฉิน พวกเขายกเลิกการประชุมพรีเซนต์พรุ่งนี้เช้า และขอพบคุณเป็นการส่วนตัวที่ล็อบบี้ตอนนี้เลยครับ!" เสียงของเลขาหนุ่มที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที คีรินทร์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบหลับตาลงด้วยความหงุดหงิดสุดขีดก่อนจะลืมตาขึ้นมองหน้าพิมพ์ที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงหน้า คำสารภาพที่ค้างอยู่ริมฝีปากถูกกลืนกลับลงไปในลำคออย่างจำยอม... -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยซัพพอร์ตกันมาตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%