ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 31

พายุลูกใหญ่มาเยือน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงกระดาษปึกหนาที่ถูกฟาดลงบนโต๊ะประชุมกระจกใส เกิดเสียง "ปึก!" ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของอาคารคีรินทร์กรุ๊ปในยามนี้ ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ทุกสายตาต่างเบนจากหน้าจอโปรเจกتور ไปยังร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผู้มาใหม่—กรณ์ อดีตคนรักเก่าของพิมพ์มาดา ที่ยืนยันตัวตนด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปาก พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือด เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือปากกาอยู่ถึงกับสั่นระริก เธอไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะกล้าหอบเอาเรื่องส่วนตัวมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายเกมธุรกิจในห้องประชุมบอร์ดบริหารเช่นนี้ "นี่มันหมายความว่ายังไงครับ คุณกรณ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบนั้นลง คีรินทร์ ประธานหนุ่มวัยสาม十ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเฉียบขาด นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดหันไปมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวคีรินทร์ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที แต่กรณ์กลับไม่สะทกสะท้าน เขายืดอกขึ้นอย่างมั่นใจ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่พิมพ์มาดา "หมายความว่า ผู้หญิงที่คุณคีรินทร์กำลังปกป้องและมอบตำแหน่งโปรเจกต์สำคัญให้... เธอยังมีสัญญาผูกพันทางกฎหมายกับผมอยู่ครับ"กรณ์จงใจเน้นเสียงทีละคำ เพื่อให้กรรมการบริหารทุกคนได้ยินชัดเจน "เอกสารฉบับนี้เซ็นกันก่อนที่เราจะเลิกราไม่นาน ในนั้นระบุชัดเจนว่าสิทธิ์ในผลงานออกแบบทุกชิ้นของพิมพ์มาดาในช่วงสามปีที่ผ่านมา จะต้องผ่านการอนุมัติจากผม... พูดง่ายๆ ก็คือ ผลงานที่เธอนำมาเสนอเพื่อฮุบโปรเจกต์ร้อยล้านนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผิดสัญญาครับ!" เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นทันที บรรดาคณะกรรมการเริ่มหันหน้าปรึกษากันด้วยความตื่นตระหนก พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบเข้าที่กลางแสกหน้า สมองอื้ออึง เธออ้าปากจะเถียงแต่เสียงกลับติดอยู่ที่ลำคอ "คุณกรณ์! คุณกำลังพูดจาเหลวไหล เอกสารนั้นคุณหลอกให้ฉันเซ็นตอนที่เรา..." พิมพ์มาดาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่มันก็ยากเหลือเกินในสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังมองเธอด้วยสายจิตพิเคราะห์ "เหลวไหลเหรอครับพิมพ์? ลายเซ็นบนกระดาษแผ่นนี้ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรดี หรือจะให้ผมเอาหลักฐานแชทการพูดคุยมาเปิดให้บอร์ดบริหารดูด้วยล่ะครับ ว่าคุณยังเคยมาขอร้องผมเรื่องอะไรบ้าง"กรณ์สวนกลับทันควันด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มของเขาเคลือบยาพิษที่พร้อมจะสังหารอนาคตของหญิงสาวให้ดับดิ้นคาที่ ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้น คีรินทร์ยังคงนั่งนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบจับจ้องเอกสารบนโต๊ะนั่นด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ไม่มีร่องรอยของความตกใจ ไม่มีแม้แต่ความลังเล มีเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว... นิ่งเสียจนคนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นเป็นเชิงปรามให้ห้องประชุมเงียบลง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงนั้นดังสะท้อนก้องราวกับนาฬิกานับถอยหลัง "คุณกรณ์ครับ..." คีรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงอำนาจจนทุกคนต้องหันมาฟัง "คุณบอกว่านี่คือสัญญาทางกฎหมายที่ถูกต้องสินะครับ" "แน่นอนครับท่านประธาน ผมมีทนายความตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย ถ้าทางคีรินทร์กรุ๊ปยังดันทุรังร่วมงานกับเธอต่อไป เราคงต้องเจอกันที่ศาลพร้อมกับคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาลแน่ครับ" กรณ์เชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู คีรินทร์ไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ร่างสูงสง่าก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมตรงไปยังที่ที่พิมพ์มาดายืนอยู่ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น กลัวว่าเขาจะโกรธ กลัวว่าเขาจะไล่เธอออก กลัวว่าเขาจะเชื่อคนอื่นมากกว่าเธอ ทว่า มือหนาของคีรินทร์กลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้เบาๆ ไม่ใช่การบีบเค้นเพื่อคาดคั้น แต่เป็นการกอบกุมไว้อย่างมั่นคง อบอุ่น และแฝงไปด้วยความปกป้องอย่างชัดเจน พิมพ์มาดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่เงาของร่างสูงโน้มลงมาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "เงียบไว้... แล้วปล่อยให้ผมจัดการ คนของผม ใครก็ไม่มีสิทธิ์รังแกทั้งนั้น" คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นในหัวใจ คีรินทร์หันกลับไปเผชิญหน้ากับกรณ์อีกครั้ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา และนั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดสำหรับคนที่รู้จักเขาดี "คุณกรณ์ครับ คุณคงลืมเช็คอะไรไปอย่างหนึ่งสินะ..." คีรินทร์หยิบเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะโยนมันลงถังขยะข้างโต๊ะด้วยท่าทีไม่แยแส "บริษัทกฎหมายที่ร่างสัญญาฉบับนี้ให้คุณ... ปัจจุบันถือหุ้นใหญ่โดยบริษัทลูกในเครือคีรินทร์กรุ๊ป และข้อสัญญาที่เป็นโมฆะตั้งแต่แรกเพราะขัดต่อกฎหมายแรงงานและเสรีภาพส่วนบุคคล... คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่าคนอย่างผม จะปล่อยให้ช่องโหว่ตื้นๆ แบบนี้มาทำลายโปรเจกต์ของบริษัทได้?" สีหน้าของกรณ์เปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เม็ดเหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม "ทะ... ท่านประธาน พูดเรื่องอะไร ผมไม่เห็นรู้เรื่อง..." "ไม่รู้ไม่เป็นไรครับ เพราะหลังจากนี้คุณจะได้ไปนั่งทบทวนความรู้กฎหมายเหล่านี้ในห้องสอบสวนของตำรวจ พร้อมกับข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารเพื่อสร้างความเสียหายแก่บริษัทมหาชน" คีรินทร์โบกมือเพียงครั้งเดียว ประตูห้องประชุมก็เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างยักษ์สองคนในชุดสูทสากล กรณ์หน้าซีดเผือก ลนลานก้าวถอยหลังจนสะดุดขาตัวเอง "คุณคีรินทร์! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! ผมเป็น..." "พาตัวออกไป แล้วเคลียร์ให้เรียบร้อย อย่าให้ขยะชิ้นนี้มารบกวนเวลาทำงานของผมอีก" คีรินทร์สั่งการเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น ร่างของกรณ์ถูกหิ้วปีกออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เสียงโวยวายค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าทึ่งและความตกตะลึงของคณะกรรมการทุกคนในห้อง เมื่อประตูห้องประชุมปิดลงอีกครั้ง ความกดดันทั้งหมดก็มลายหายไป เหลือเพียงความเงียบสงบ คีรินทร์หันกลับมามองหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ดวงตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองสำรวจร่องรอยความตื่นตระหนกบนใบหน้าสวย "เป็นยังไงบ้างครับ ขวัญมา" น้ำเสียงห้วนๆ ที่มักจะใช้ปากร้ายใส่เธอเมื่อก่อน ถูกแทนที่ด้วยความทุ้มนุ่มนวลชวนใจสั่น พิมพ์มาดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอช้อนตาขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า ความรู้สึกขอบคุณและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินบรรยายกำลังตีรวนอยู่ในอก "คุณ... รู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอคะ... เอ๊ย! รู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอครับ?" เธอยังเผลอหลุดปากผิดพลาดด้วยความตกใจ คีรินทร์หลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนายื่นออกไปปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้พิมพ์มาดายิ่งแทบละลายคาที่ "ถ้าผมไม่รู้ว่าหมาตัวไหนมันจ้องจะแว้งกัดคนของผม ผมจะสมเป็นประธานคีรินทร์กรุ๊ปได้ยังไงล่ะครับ" คีรินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อ "แต่... กล้ามากนะครับที่แอบไปทำสัญญาบ้าๆ แบบนั้นไว้กับมันก่อนจะมาเจอผม... เรื่องนี้ เดี๋ยวเราต้องเคลียร์กันยาวบนห้องทำงานส่วนตัวของผม..." ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ประกายไฟแห่งความคลั่งรักและความคาดคั้นฉายชัดอยู่ในนั้น จนพิมพ์มาดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%