เสียงแก้วเซรามิกกระทบกับเคาน์เตอร์หินอ่อนดัง *กริ๊ง* เบา ๆ แต่สำหรับคีรินทร์แล้ว มันดังราวกับเสียงระเบิดที่ผ่ากลางความเงียบงันในห้องนอนส่วนตัว
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู... ผู้ชายที่มีโครงหน้า เส้นผม และดวงตาคู่คมกริบถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเจือไปด้วยความสบาย ๆ และรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทต่างจากเขาลิบลับ
"อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับคุณประธาน... หน้าตาดูตกใจเหมือนเห็นผีเลยนะ หรือว่าเห็นกระจก?"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายไม่ได้ทำให้คีรินทร์ขยับเขยื้อнไปไหน นัยน์ตาคมกริบของประธานหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรียวประมวลผลอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเสียดสีในหัว เขาไม่เคยมีพี่น้องฝาแฝด ไม่เคยมีใครบอกว่าพ่อแม่แอบไปไขว้คว้าเชื้อสายที่ไหนทิ้งไว้ แล้วไอ้ตัวปลอมที่ยืนถือแก้วกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นนี่มันคืออะไรกันแน่?
แต่ก่อนที่คีรินทร์จะได้พ่นคำถามที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดออกไป เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของร่างเงานั้น
"อ้าว ตื่นกันหมดแล้วเหรอคะ... อุ๊ย!"
พิมพ์มาดาในชุดนอนเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาโผล่พรวดออกมาจากห้องครัว พร้อมกับจานแซนด์วิชในมือ เธอมองหน้าคีรินทร์ สลับกับมองผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกาย แล้วใบหน้าหวานก็ชะงักค้าง แซนด์วิชในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้นถ้าหากว่ามือใหญ่อีกข้างไม่เอื้อมไปรับไว้เสียก่อน
"ระวังหน่อยสิครับคุณพิมพ์ เดี๋ยวอาหารเช้าสุดฝีมือผมจะกลายเป็นหมันซะก่อน" ผู้ชายคนนั้นหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะไหล่บางของพิมพ์มาดาอย่างสนิทสนม
ภาพนั้น... ภาพที่ผู้ชายหน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะกำลังยืนเคียงข้างผู้หญิงของเขาในห้องนอนส่วนตัว เป็นภาพที่ทำให้เส้นเลือดขมับของคีรินทร์เต้นตุบ ๆ ความหึงหวงที่ถูกเก็บกดไว้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดราวกับน้ำมันโดนสาดเข้ากองไฟ
"ถอนมือออกจากไหล่เธอเดี๋ยวนี้" คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเย็นเยียบราดรดลงกลางห้องจนอุณหภูมิลดฮวบ
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง รีบถอยหลัง1ก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง เธอมองหน้าคีรินทร์ที่ตอนนี้แววตาดำมืดสนิทราวกับพายุเข้า ก่อนจะรีบโบกมือปฏิសัชความสัมพันธ์พัลวัน "คะ... คีย์ ฟังฉันก่อนนะ นี่ไม่ใช่..."
"ไม่ต้องแก้ตัวครับพิมพ์" คีรินทร์ตัดบท เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแต่สั่นเครือด้วยความโกรธ เขาไม่สนใจหรอกว่าไอ้เวรนี่จะเป็นใครมาจากไหน แต่การที่มันมายืนอยู่ตรงนี้ ในพื้นที่ของเขา และแตะต้องผู้หญิงของเขา นั่นคือความผิดมหันต์ที่ให้อภัยไม่ได้
"ใจเย็น ๆ ครับท่านประธาน ผมไม่ได้จะมาแย่งของรักของหวงอะไรของคุณหรอก..." ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนคีรินทร์ยกมือขึ้นระดับอก รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "แนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ผม 'คณิน' ครับ... ลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศ และบังเอิญ... ได้รับกุญแจสำรองห้องนี้มาจากคุณย่า"
คีรินทร์นิ่งค้างไปเสี้ยววินาที
*ลูกพี่ลูกน้อง?*
สมองที่เคยประมวลผลฉับไวสะดุดกึก พ่อของเขามีพี่น้องฝาแฝดงั้นเหรอ? ทำไมเขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนในชีวิต!
"ใช่ครับ ลูกพี่ลูกน้องที่คุณย่าส่งมาเซอร์ไพรส์คุณไงล่ะ" คณินยักไหล่ เดินเข้าไปวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของคีรินทร์หน้าตาเฉย "พอดีบินมาถึงดึกแล้วติดต่อใครไม่ได้ คุณพิมพ์เธอใจดีเปิดประตูรับผมเข้าพัก แถมยังกรุณาทำแซนด์วิชให้ผมกินตอนเช้าด้วย น่ารักจริงๆ นะครับ ว่าไหม?"
ประโยคหลังคณินจงใจหันไปส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้พิมพ์มาดา ซึ่งหญิงสาวทำได้เพียงส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับไปเพราะสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงของคนที่ยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงอยู่ตรงข้าม
คีรินทร์ไม่สนใจคำอธิบายใด ๆ อีกต่อไป สายตาดุจเหยี่ยวของเขาพุ่งตรงไปที่พิมพ์มาดา หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้น
มันไม่ใช่แค่ความโกรธ... แต่มันคือความเจ็บปวดลึก ๆ ที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ คณินฉลาดพอที่จะถอยฉากออกไปเงียบ ๆ เพื่อเปิดทางให้สองคนที่กำลังยืนจ้องตากันด้วยแรงดึงดูดมหาศาลได้เคลียร์กันเอง เจ้าตัวส่งเสียงกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงหายเข้าไปในห้องรับแขก พร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้มารยาท
เมื่อเหลือกันแค่สองคน บรรยากาศในห้องก็ยิ่งตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน "คีย์... โกรธเหรอ?"
"ฉันดูเหมือนคนอารมณ์ดีเหรอครับพิมพ์มาดา" คีรินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "เธอปล่อยผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้เข้าห้องนอน แถมยัง... ไปยืนหัวเราะต่อกระซิกทำแซนด์วิชให้มันกิน ทั้งที่เตียงของเรายังอุ่นอยู่แท้ ๆ"
"เฮ้! พูดให้มันน้อย ๆ หน่อยนะ นายก็รู้ว่าฉันคิดว่าเขาเป็นใครที่ไหนล่ะ ฉันตื่นมาเจอผู้ชายหน้าเหมือนนายยืนอยู่ในครัว ฉันก็ตกใจแทบตายสิ!" พิมพ์มาดาเถียงกลับเสียงดัง หน้าหวานง้ำงอด้วยความไม่ยอมแพ้ "อีกอย่าง เขาบอกว่าเป็นญาติ..."
"ญาติแล้วไง? สนิทกันมากรึไงถึงต้องไปทำอาหารให้กิน?" คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่กดดันจนพิมพ์มาดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือหนายกขึ้นกั้นขอบผนังทั้งสองข้าง ขังเธอไว้ในวงแขนอย่างไม่มีทางหนี
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด แรงดึงดูดอันร้อนแรงแผ่ซ่านออกมาจากตัวของทั้งคู่ ทว่าท่ามกลางความโกรธและหึงหวงที่คุกรุ่น คีรินทร์กลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นวิ่งพล่านอยู่ในอก
มันคือความกลัว...
กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะหลุดมือไป กลัวว่าจะมีใครสักคนเข้ามาแทนที่เขา กลัวความรู้สึกที่มันพรั่งพรูออกมาจนควบคุมไม่ได้
ตลอดชีวิตสามสิบปีที่ผ่านมา คีรินทร์ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะ "ขาด" ใครได้ เขาอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว ควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ความรักและการผูกมัดเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
แต่ในวินาทีนี้... วินาทีที่เห็นเธอยืนอยู่กับผู้ชายคนอื่น แม้จะเป็นแค่ญาติ เขากลับรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หัวใจข้างซ้ายมันบีบตัวจนเจ็บแปลบราวกับจะแตกสลาย
*ให้ตายเถอะ...*
คีรินทร์หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อระงับความรู้สึกบ้าคลั่งที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาดุดันเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก
"พิมพ์..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהแผ่วเบaจนแทบกระซิบ
"อะ... อะไรเล่า" พิมพ์มาดาหลบสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย เธอยอมรับว่าหัวใจดวงน้อยกำลังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะกับความใกล้ชิดนี้
คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักได้รูปอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอต้องซ่านสั่นไปทั้งร่าง
"รู้ตัวไหม..." คีรินทร์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "ว่าเธอกำลังทำลายกฎทั้งหมดในชีวิตฉัน... และทำให้ฉันกลายเป็นคนบ้า"
พิมพ์มาดาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจกระตุกวูบด้วยความตก and หวั่นไหว
"คีย์..."
"ฉันเกลียดการผูกมัด เกลียดความวุ่นวาย และเกลียดที่สุดคือการที่ต้องมานั่งหึงหวงใครจนแทบคลั่งแบบนี้..." คีรินทร์พูดความจริงในใจออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "แต่ให้ตายเถอะพิมพ์... ตอนนี้ฉันขาดเธอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว..."
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนง ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันราวกับกลองรัว
พิมพ์มาดาอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำพูดทุกคำที่เตรียมจะเถียงหายวับไปกับตา ความอบอุ่นสายหนึ่งไหล뢰แผ่ซ่านเข้ามาในอก ทลายกำแพงความเย่อหยิ่งและทิฐิของเธอลงจนราบคาบ
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งปนความคลั่งรักจะดำเนินไปไกลกว่านั้น
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องนอนดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของคณินที่ตะโกนทะลุกระจกเข้ามาหน้าตาเฉย
"ขอโทษทีนะท่านประธาน พอดีผมไม่อยากขัดจังหวะความหวานหรอกนะ... แต่พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญคนสำคัญมายืนรออยู่ที่ห้องรับแขกข้างนอกแล้วล่ะครับ..."
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ เขาสบถเบา ๆ ในลำคออย่างหัวเสีย พิมพ์มาดาฉวยโอกาสนั้นดันอกแกร่งของเขาออกเบา ๆ แล้วเตรียมจะผละตัวหนີ แต่คีรินทร์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ
"ใคร?" คีรินทร์ตะโกนถามออกไปเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิด
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท ทำให้คีรินทร์และพิมพ์มาดาต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน
และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึกทันที... เมื่อบุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบคือ 'คนอดีตคู่หมั้น' ที่เขาเพิ่งประกาศถอนหมั้นไปเด็ดขาดเมื่อเดือนก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 35
ความเจ็บปวดสอนให้รู้ตัว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!