"ถ้าคุณคิดว่าความเงียบจะทำให้ผมยอมแพ้ คุณประเมินพิมพ์มาดาต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ ท่านประธานคีรินทร์"
เสียงใสแต่เจือไปด้วยความท้าทายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราโทนสีเข้มบนชั้นสูงสุดของตึกใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์ ทว่าบรรยากาศภายในกลับหนาแน่นเสียยิ่งกว่าพายุฝนตั้งเค้า คีรินทร์ หรือคีย์ ประธานหนุ่มวัยสามสิบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและวาจาดั่งคมมีด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ เขายังคงจดจ่ออยู่กับปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงราวกับว่าร่างบางที่ยืนเท้าแขนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ
นับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะคารมกันในห้องประชุมเมื่อวานซืน คีย์ก็เริ่มใช้มาตรการ "สงครามเย็น" เข้าใส่พิมพ์มาดาอย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีแม้แต่สายตาเย็นชา ไม่มีคำสั่งงานจุกจิก มีเพียงความหมางเมินที่จงใจส่งตรงมาเพื่อบีบให้เธอยอมถอยร่นออกไปจากอาณาจักรส่วนตัวของเขาเอง
แต่สำหรับผู้หญิงที่ผ่านโลกและสู้ชีวิตมาอย่างโชกโชนอย่างพิมพ์มาดา การถูกเมินใส่หาใช่สิ่งที่เธอจะยอมก้มหัวให้ไม่ ตรงกันข้าม... ยิ่งเขาถอยห่าง ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความอยากเอาชนะในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นเป็นเท่าตัว
"ผมไม่ได้ว่างมาเล่นเกมสงครามประสาทกับคุณหรอกนะ, คุณพิมพ์มาดา" คีย์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่ทำเอาคนฟังต้องสูดลมหายใจเข้าลึก "ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาออกไปจากห้องของผมด้วย"
"เรื่องงานเหรอคะ... เอ๊ย เรื่องงานสิครับ" พิมพ์แก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน เธอยืดตัวตรง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็ง "เอกสารโครงการใหม่ที่คุณบอกว่ามีปัญหา ฉันตรวจทานใหม่อยากละเอียดแล้ว ไม่มีจุดไหนบกพร่อง แต่ถ้าคุณจะบอกว่ามันมีปัญหา... งั้นช่วยชี้ให้ฉันดูหน่อยสิคะ ว่าตรงไหนที่มันขัดหูขัดตา 'ท่านประธาน' นัก"
คีรินทร์วางปากกาลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เอกสาร..." คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนพิมพ์เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ปัญหามาวางอยู่ตรงหน้าผมนี่ต่างหาก... คนที่บอกว่าจะไม่ยุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัว แต่ก็ตามตื๊อผมไม่เลิกรา คุณต้องการอะไรกันแน่ พิมพ์มาดา"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและใกล้ชิดขึ้นอย่างอันตราย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ ทว่าภายนอกเธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีหลบ
"ฉันก็แค่ต้องการความชัดเจน..." พิมพ์กระซิบตอบ เสียงของเธอเบาลงแต่ทว่าชัดถ้อยชัดคำในระยะประชิด "คนเราถ้าเกลียดกันจริง เขาไม่หลบหน้า ไม่บล็อกเบอร์ และที่สำคัญ... ไม่แสดงอาการ 'ขี้งอน' เป็นเด็กๆ แบบที่คุณกำลังทำอยู่หรอกนะคะ"
คำว่า *'ขี้งอน'* พุ่งตรงเข้าเป้าหมายอย่างจัง คีรินทร์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่ปรากฏบนมุมปากทำให้เขาดูทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้
"หึ... ขี้งอน? คุณใช้คำว่าอะไรนะ" คีย์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว Nใสของหญิงสาวจนเธอรู้สึกร้อนผ่าว "ผมเนี่ยนะขี้งอน? คุณกำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วพิมพ์มาดา ผมแค่รำคาญ... รำคาญผู้หญิงที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่สถานะของเรามันไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าเจ้านายกับลูกน้อง"
คำพูดตัดเยื่อใยที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนบาดลึกลงมาในความรู้สึก พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธผสมผสานกับความน้อยใจตีรวนขึ้นมาในอก แต่แทนที่จะน้ำตาคลอเบ้าอย่างที่ผู้หญิงอ่อนแอคนอื่นอาจจะทำ เธอกลับเลือกที่จะใช้ 'อาวุธ' ที่ร้ายกาจที่สุดของเธอเอง
รอยยิ้มหวานหยดถูกจุดขึ้นบนเรียวปากอิ่ม พิมพ์ไม่ถอยหนี กลับเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าอกแทบจะแนบชิดกับอกแกร่ง มือเรียวเล็กยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทด้านซ้ายของเขา ไล้นิ้วผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีอย่างจงใจยั่วเย้า
"อ๋อ... ไม่ได้เป็นอะไรกันสินะครับ" พิมพ์จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้เย้ายวนขึ้น ดวงตากลมโตช้อนมองเขาด้วยแววตาแพรวพราว "ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วทำไมเวลาฉันคุยกับผู้ชายคนอื่นในแผนก... ท่านประธานถึงต้องทำหน้ายักษ์แถมยังสั่งงานโปรเจกต์ด่วนให้ผมทำคนเดียวจนตีสองทุกคืนล่ะครับ?"
คีรินทร์นิ่งค้างไปสนิท ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ความตระหนักรู้บางอย่างฉายวาบขึ้นในแววตาดุร้ายคู่นั้น เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าตัวเองกำลังจนมุมด้วยคำพูดและท่าทีที่อุกอาจของเธอ
"คุณ... ร้ายกาจมากนะ พิมพ์มาดา" เสียงของคีย์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาข้างหนึ่งเผลอยกขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ รั้งเข้าหาตัวอย่างแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "กล้าดียังไงมาต้อนผมจนมุมแบบนี้"
"ฉันก็แค่บอกความจริง..." พิมพ์กระซิบตอบริมฝีปากของเขาอยู่ห่างแค่ไม่ถึงเซนติเมตร หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวโครมครามจนแทบจะประสานเป็นเสียงเดียวกัน "ถ้าคุณยังทำตัวเย็นชาใส่ฉันอีก... คราวนี้ฉันจะไม่แค่พูดเฉยๆ แน่นอนครับ ท่านประธาน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกความรู้สึกให้ละลายหายไป คีรินทร์จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วเมื่อครู่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเคืองก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของหมาป่าที่อยากจะขย้ำเหยื่อตรงหน้าให้จมเขี้ยว
ร่างสูงก้มหน้าลงช้าๆ เจตนาชัดเจนจนพิมพ์มาดาต้องกลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงเตรียมรับสัมผัสที่เธอรอคอย...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสิเน่หาอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังเอี๊ยดพร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่น
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ทางหุ้นส่วนใหญ่จากฝั่งยุโรปโทรมาแจ้งด่วนว่า..."
คีรินทร์ผละออกจากร่างบางในเสี้ยววินาที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดสุดขีด เขากัดกรามแน่นจนสันนูน ปล่อยให้พิมพ์มาดายืนจัดเสื้อผ้าตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ
แต่ก่อนที่เลขานุการจะได้รายงานจบ ประโยคถัดมาที่ถูกเอ่ยขึ้นจากปากของบุคคลมาใหม่ กลับทำให้เลือดในกายของคีรินทร์และพิมพ์มาดาเย็นเฉียบลงพร้อมกันทันที
"คุณพ่อของคุณคีรินทร์... ยืนรออยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างแล้วค่ะ ท่านบอกว่ามีเรื่องสำคัญเรื่อง 'การแต่งงาน' ที่ต้องเคลียร์เดี๋ยวนี้!"
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "นาโนบอทมาสเตอร์" ด้วยนะครับ!
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 14
ประธานขี้งอน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!