เสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของพิมพ์มาดาในวินาทีนั้น ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงซุบซิบของคณะกรรมการบริหารที่กำลังอ้าปากค้างอยู่รอบโต๊ะประชุม
คีรินทร์ไม่ได้สนใจสายตาของใครหน้าไหนในห้องนี้เลยสักคน แขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีชาโคลพับแขนขึ้นจนเห็นข้อศอกแข็งแรง ทำหน้าที่เหมือนคีมเหล็กที่ไร้ซึ่งความปรานี มันไม่ได้แค่โอบเอวเธอ แต่มันกำลังรวบร่างบางเข้ามาฝัง
ลึกลงไปในแผงอกกว้างอย่างจงใจ ร่างของพิมพ์มาดาแนบชิดติดกับตัวเขาจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นร้อนรุ่มแผ่ซ่านทะลุกระโปรงสูทและเสื้อเชิ้ตเข้ามาจนเธอรู้สึกเหมือนผิวเนื้อตัวเองกำลังถูกแผดเผา
"คุณคีย์... ปล่อยฉันนะ" พิมพ์กระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเล็กข้างหนึ่งพยายามดันอกแข็งๆ ของเขาไว้สุดแรง ส่วนมืออีกข้างจิกเข้าที่ชายเสื้อสูทของเขาเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวโครมครามราวกับกลองเพลในวัด ยิ่งสติเตือนว่านี่คือห้องประชุมบริษัทที่มีสายตานับสิบคู่จ้องมองอยู่ ความตื่นตระหนกก็ยิ่งตีรวนขึ้นมาจนลำคอตีบตัน
แต่คีรินทร์กลับก้มหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
"บอกให้ดิ้นเก่งเหมือนเมื่อกี้สครับ... ไหนล่ะความปากเก่งเมื่อครู่หายไปไหนหมด หืม?"
"คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนเขาอย่างเอาเรื่อง แต่ในความดุดันนั้นกลับเจือความสั่นไหวที่ปกปิดไม่มิด
คีรินทร์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาตำหนิจากกรรมการอาวุโสฝั่งตรงข้ามแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อ กวาดผ่านผู้บริหารทุกคนที่กำลังทำหน้าเลิกลั่กทำตัวไม่ถูกกับการแสดงออกที่เกินขอบเขตของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและไร้หัวใจ
"ผมคิดว่าพวกคุณคงได้ยินคำถามของผมชัดเจนแล้วนะ" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมห้องประชุมลงอย่างไร้เยื่อใย
"เอ่อ... ท่านประธานครับ คือว่า..." ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะหาคำพูดมาอธิบายสถานการณ์ตรงหน้า "การแต่งตั้งหัวหน้าโปรเจกต์พิเศษ... เราเกรงว่าคุณพิมพ์มาดาอาจจะยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอ..."
"ประสบการณ์ไม่พอ หรือพวกคุณกลัวว่าเธอจะเข้ามาล้างบางระบบเน่าๆ ที่พวกคุณซุกขยะไว้ใต้พรมกันแน่ครับ" คีรินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมราวนำ้แข็งปาดคอ "จำไว้ว่าโปรเจกต์นี้อยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของผม และถ้าใครมีปัญหาเรื่องสถานะของพิมพ์มาดา..."
เขากระชับวงแขนที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้นอีกนิด จนพิมพ์มาดาต้องสูดปากด้วยความตกใจ ร่างกายแนบชิดกันเสียจนเธอรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นมั่นคงและหนักแน่นของเขา
"...ก็ถือว่ามีปัญหากับผมโดยตรงเช่นกันครับ เชิญประชุมต่อได้... เลิกประชุม"
สิ้นคำประกาศิต ประธานหนุ่มก็ไม่รอให้ใครได้ทักท้วงต่อ เขากึ่งจูงกึ่งลากพิมพ์มาดาให้ออกจากห้องประชุมทันที ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองตามด้วยความตกตะลึง ปนความหวาดหวั่นในอำนาจเบ็ดเสร็จของเขา
ปัง!
ประตูห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่มปิดลงอย่างสนิท พร้อมกับร่างของพิมพ์มาดาที่ถูกดันเบาๆ ให้ถอยหลังไปจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับบานไม้เนื้อดี คีรินทร์ก้าวตามมาประชิดตัวในเสี้ยววินาที ใช้แขนข้างหนึ่งยันขอบประตูไว้กักขังเธอให้อยู่ในพื้นที่วงล้อมของเขา ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธและความเขินอายที่ตีกันมั่วสุมในอก
"คุณทำบ้าอะไรลงไป รู้ตัวบ้างไหม!" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นต่อว่าทันทีโดยไม่รอให้เขาได้ตั้งตัว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ "ประกาศต่อหน้าคนทั้งบริษัทแบบนั้น... คุณคิดจะทำลายอนาคตการทำงานของฉันหรือไง!"
"ผมกำลังปกป้องคุณต่างหากครับ" คีรินทร์ตอบเสียงนิ่ง สีหน้าไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย
"ปกป้อง? วิธีปกป้องของคุณคือการลากฉันไปเป็นตัวตลกให้พวกเขานินทาว่าฉันใช้เต้าไต่ขึ้นมาเหรอ!" พิมพ์ขบกรามแน่น มือบางยกขึ้นดันอกเขาอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน "คุณก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้ใครมองฉันในแง่นั้น ฉันสพิสูจน์ตัวเองมาตลอดสองปีเต็มนะคุณคีย์!"
"แล้วไงครับ?" คีรินทร์หรี่ตาลง น้ำเสียงทุ้มเจือแววหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง "คุณคิดว่าสายตาพวกนั้นสำคัญกว่าความรู้สึกของผมหรือไง... หรือคุณชอบให้ไอ้สารเลวสารวัตรหรือกรรมการหน้าไหนมันมาล้อมหน้าล้อมหลังจีบคุณในเวลางาน?"
"มันไม่เกี่ยวกันเลย! นั่นมันเรื่องงาน!"
"แต่คุณเป็นคนของผม!" คีรินทร์โพล่งออกมาเสียงดังลั่นห้อง ก่อนที่เขาจะชะงักไปชั่วครู่เมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ประโยคที่หลุดจากปากประธานหนุ่มผู้เกลียดการผูกมัดและรักความอิสระเหนือสิ่งอื่นใด ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
พิมพ์มาดาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองประมวลผลคำพูดนั้นซ้ำไปซ้ำมา *'คนของผม...'*
คีรินทร์เม้มปากแน่น กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมเข้มที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับฉายแววความสับสนและยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดแตะลงที่แก้มเนียนใสของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าแรงเกินไปจะทำให้เธอแตกสลาย
"พิมพ์..." เสียงของเขาอ่อนลงอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับใจกระตุกวูบ "ผมไม่ได้อยากเป็นแค่เจ้านายของคุณ... และผมก็เกลียดเวลาที่มีไอ้หน้าไหนมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น"
สัมผัสอุ่นๆ ที่ข้างแก้มทำให้พิมพ์มาดาตัวชาดิก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่วันลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความหวั่นไหวระลอกใหญ่ที่ซัดสาดเข้ามาในอกจนตั้งรับไม่ทัน เธออยากจะถอยหนี อยากจะพูดจาถางถางกลบเกลื่อนเหมือนทุกที แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกมนต์สะกด
"คุณคีย์..." เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอกลงไป พยายามรักษามานะตนเองไว้ "คุณกำลังพูดเรื่องอะไร... เราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะ..."
"ใครบอกว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานะนั้น?" คีรินทร์ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้ม "ดีลของเราเริ่มต้นด้วยผลประโยชน์... แต่ตอนนี้ หัวใจของผมมันไม่ยอมทำตามสัญญาเดิมแล้วล่ะครับ"
ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ สื่อความหมายบางอย่างที่ร้อนแรงและชัดเจนเสียจนพิมพ์มาดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายหายไปในอ้อมแขนของเขา
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกโดยผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต
"พี่ยักษ์คะ! น้องพิมพ์ขา! คือว่า..."
เสียงใสแจ๋วของ 'มีน' เลขานุการฝึกงานจอมซุ่มซ่ามดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้อง แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชา กำลังกักตัวพิมพ์มาดาไว้ที่ประตูด้วยท่าทางที่แนบชิดสนิทสนมเกินกว่าคำว่า 'เจ้านายกับลูกน้อง' ไปไกลลิบ
พิมพ์มาดาผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ รีบผลักอกคีรินทร์ออกห่างทันทีหน้าแดงแจ๋
คีรินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ปิดเปลือกตาลงเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ก่อนจะตวัดสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อไปยังผู้บุกรุก
มีนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ทำหน้าไม่ถูก แล้วชูกระดาษในมือขึ้นสั่นระริก
"เอ่อ... คือ... ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะนะคะ! แต่ว่า... มีแขกคนสำคัญมารอพบท่านประธานที่ห้องรับแขกข้างนอกค่ะ... และเขาบอกว่า... เป็นคู่หมั้นเก่าของคุณคีย์ที่เพิ่งบินกลับมาจากปารีสค่ะ!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องที่เคยคุกรุ่นไปด้วยความหวานล้ำ พลันดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตาเดียว!
---
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "นาโนบอทมาสเตอร์" ด้วยนะครับ!
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 10
กอดนั้นมีความหมาย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!