เอกสารรายงานโครงการสรุปยอดไตรมาสสามถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กระดาษปึกหนาสั่นสะเทือน เสียงนั้นดังพอจะเรียกให้สายตาทุกคู่ในแผนกการตลาดหันขวับมามองเป็นตาเดียว แต่คนที่ตกเป็นเป้าสายตาที่สุดในเวลานี้กลับไม่ใช่เจ้าของเอกสาร หากเป็นร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยเชิเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้
"คุณคีรินทร์มีปัญหาตรงส่วนไหนของตัวเลขนี้เหรอครับ ถึงต้องใช้ความรุนแรงกับกระดาษรายงานขนาดนี้"
พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความประชดประชันไว้เต็มเป้า เธอกวาดสายตามองประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้านผู้ยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง นัยน์ตาคมกริบของเขาคู่นั้นกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความไม่สบอารมณ์ ชนิดที่ว่าถ้าเปลี่ยนสายตาเป็นลำแสงเลเซอร์ หัวใจเธอกับชายหนุ่มแปลกหน้าเมื่อครู่คงเป็นจุลไปนานแล้ว
"ผมไม่ได้มีปัญหากับตัวเลข..." คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน กรามแกร่งขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมดุเหลือบมองไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าฝั่งตรงข้าม ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องหน้าหญิงสาว "แต่ผมมีปัญหากับ 'วิธีการทำงาน' ของคุณ... พิมพ์มาดา"
"วิธีทำงานของฉันมันทำไมคะ หรือมันไปขัดหูขัดตาประธานผู้ยิ่งใหญ่ตรงไหน ถึงต้องมายืนจี้ฉันถึงโต๊ะทำงานแบบนี้ ทั้งที่โทรศัพท์ภายในบริษัทก็มี" พิมพ์มาดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย เธอยอมรับว่าเธอจงใจยั่วโมโหเขา เพราะความเผด็จการไร้เหตุผลของเจ้าตัวมันเกินจะทนไหวตั้งแต่เช้าแล้ว
เหตุผลน่ะเหรอ... ก็ไอ้ผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้—ที่จริงก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นถึงลูกชายท่านรองประธานบริษัทคู่แข่งที่บังเอิญเดินมาติดต่อธุรกิจ—ดันเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นกันเองแถมยังส่งนามบัตรพร้อมรอยยิ้มละลายใจให้ต่อหน้าต่อตาคีรินทร์ที่เพิ่งก้าวออกจากลิฟต์พอดี
ภาพที่ไอ้หน้าอ่อนคนนั้นยื่นมือมาแตะปลายแขนเธอเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ยังคงติดตาคีรินทร์จนถึงวินาทีนี้ และมันก็มากพอที่จะแผดเผาความสุขุมเยือกเย็นที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตจนมอดไหม้ไม่เหลือซาก
"นี่คุณกล้าดียังไงถึงไปยืนยิ้มระรื่นให้มันถึงหน้าลิฟต์" คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเธออีกนิด ลดเสียงลงกระซิบต่ำให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่ากระแสเสียงกลับกดดันจนคนฟังขนลุกซู่ "ผมจ้างคุณมาทำงานเอกสารและประสานงานโปรเจกต์ ไม่ได้จ้างมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แจกยิ้มแจกเบอร์ให้ไอ้พวกห견หมาที่ไหนก็ไม่รู้!"
"อุ๊ย! พูดจาแบบนี้ระวังจะโดนฟ้องหมิ่นประมาทนะคะคุณคีรินทร์" พิมพ์มาดายิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่ตั้งใจกวนประสาทเขาโดยเฉพาะ "อีกอย่าง เขาก็แค่นักธุรกิจที่มาติดต่อเรื่องร่วมทุน สัญญามันก็ต้องมีการแลกคอนแท็กกันเป็นธรรมดา หรือว่า... ประธานคีรินทร์ไม่เคยทำธุรกิจร่วมกับใคร ถึงไม่รู้มารยาทพื้นฐานแบบนี้ล่ะคะ"
"พิมพ์!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟัน คีรินทร์หน้าดำคร่ำเครียด มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธปนความหึงหวงที่พุ่งทะลุปรอทจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาเกือบจะคว้าข้อแขนเรียวนั้นลากตัวให้ออกไปเคลียร์กันในห้องทำงานส่วนตัวให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าหากว่าเสียงกระแอมกระไอจากรอบด้านจะไม่ดังขึ้นเสียก่อน
บรรดาเพื่อนร่วมงานในแผนกต่างพากันแกล้งก้มหน้าก้มตาจ้องจอคอมพิวเตอร์ ทำทีเป็นพิมพ์งานอย่างขะมักเขม้น แต่หูและหางตากลับตั้งใจฟังและแอบช้อนตามองเหตุการณ์ระทึกขวัญตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด
*ท่านประธานผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจคนนั้น... กำลังแสดงอาการหึงหวงพนักงานสาวหน้าใหม่ออกนอกหน้าจริงๆ น่ะหรือ?*
"มีอะไรกันหรือเปล่าครับ ท่านประธาน..."
เสียงทุ้มของหัวหน้าแผนกการตลาดดังแทรกขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ พร้อมกับเดินเข้ามาประจบประแจงเพื่อหวังจะคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด "พอดีคุณพิมพ์เธอรับผิดชอบงานนี้ได้ดีมากเลยนะครับ เอกสารตรงส่วนนี้ไม่มีข้อบกพร่องเลย..."
"ผมไม่ได้ถามเรื่องงาน!" คีรินทร์หันขวับไปตวัดสายตาพิฆาตใส่หัวหน้าแผนกทันที จนอีกฝ่ายหน้าซีดเผือดถอยหลังกรูดไปสามก้าว "คุณกลับไปทำงานของคุณซะ! ส่วนคุณ... พิมพ์มาดา ตามผมเข้ามาในห้องทำงานเดี๋ยวนี้!"
พูดจบ ประธานหนุ่มก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ กลับไปยังห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุดด้วยฝีเท้าหนักหน่วง ทิ้งให้แรงกดดันมหาศาลลอยเคว้งอยู่กลางห้องทำงานรวม
พิมพ์มาดายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้ภายนอกจะทำเป็นใจดีสู้เสือ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง... มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความปั่นป่วนที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอกำลัง 'หวั่นไหว' กับอาการหึงจนหน้ามืดของคนปากร้ายคนนั้น
*หึงเหรอ? บ้าหน่า... เขาแค่เสียหน้าที่มีคนมาจีบลูกน้องในอาณาเขตตัวเองต่างหาก* เธอบอกตัวเองแบบนั้น
แต่ไม่ว่าข้ออ้างในใจจะคืออะไร ขาเรียวก็ยอมลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มไปอย่างไร้แรงต้านทาน เธอรู้ดีว่าการเข้าไปในถ้ำเสือครั้งนี้มีแต่จะโดนขย้ำให้แหลกคามือ แต่เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพ่อเสือร้ายตัวนี้จะแสดงอาการหึงหวงได้น่าหมั่นไส้ขนาดไหน
แกร็ก!
พิมพ์มาดาผลักประตูห้องทำงานกระจกใสปิดลง พร้อมกับหมุนตัวล็อกกลอนอัตโนมัติอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครรบกวน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากต่อว่าเรื่องความไร้เหตุผลเมื่อครู่ ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว ดันแผ่นหลังบางให้แนบติดกับบานประตูไม้เนื้อดีอย่างไร้ช่องว่าง
ดวงตาคมกricกคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มนวล สัมผัสจากตัวเขาล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
"คุณล็อคห้องทำไม... กลัวคนอื่นเห็นเหรอว่าผมจะจัดการคนปากเก่งอย่างคุณยังไง" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ หัวใจของพิมพ์มาตากระตุกวูบเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มอย่างเบามือ น้ำเสียงและแววตาของเขาในตอนนี้... ไม่เหลือเค้า
โครงของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นคนเดิมเลยแม้แต่น้อย มีเพียง 'หมาโบ้ขี้หวง' ตัวเบ้อเริ่มที่กำลังแยกเขี้ยวใส่ทุกคนที่เข้าใกล้เจ้าของของมันเท่านั้นเอง
ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "นาโนบอทมาสเตอร์" ด้วยนะครับ!
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 19
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!