เสียงกริ๊งแก้วแชมเปญกระทบกันในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมืองดังระงมเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีคลาสสิก แต่บรรยากาศรอบกายพิมพ์มาดาในเวลานี้กลับร้อนระอุราวกับยืนอยู่ท่ามกลางกองเพลิง
ปลายเรียวของนิ้วมือเธอกำก้านแก้วคริสตัลแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สายตากวาดมองผ่านกลุ่มไฮโซและนักธุรกิจที่แต่งกายด้วยชุดราตรีและสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ งานการกุศลประจำปีของสมาคมอัญมณีไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอเลยสักนิด หากไม่ใช่เพราะคำสั่งเฉียบขาดเมื่อช่วงบ่ายจากผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกาย
*“คืนนี้คุณต้องไปงานกับผม ในฐานะภรรยา... ไม่ใช่ลูกหนี้”*
คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท พิมพ์มาดาปรายตามองคีรินทร์ที่อยู่ในชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูป ขับเน้นไหล่กว้างและสัดส่วนสมส่วนแบบนายแบบ ร่างสูงโปร่งยืนกอดอกนิ่ง ปล่อยออร่าความเย็นชาและทรงอำนาจแผ่กระจายรัศมีรอบตัวจนไม่มีใครกล้าเข้ามาเข้าใกล้ในระยะสามเมตร ยกเว้นเสียแต่... แมลงเม่าที่รั้นจะบินเข้ากองไฟ
"สวัสดีครับคุณคีรินทร์ ไม่เจอันต์นานเลยนะครับ ปีนี้งานใหญ่โตเหมือนเคย..."
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เจือความเจ้าชู้ดังขึ้น พร้อมกับร่างของ 'ธนัตถ์' ทายาทโรงแรมชื่อดังที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาไม่ได้มองคีรินทร์ด้วยซ้ำ แต่มันกวาดสำรวจเรือนร่างอรชรในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินเข้มของพิมพ์มาดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประทับใจ
พิมพ์มาดายิ้มรับตามมารยาทสังคม ขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ธนัตถ์กลับขยับตามพร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"แล้วนี่... ควงสาวสวยที่ไหนมาแนะนำให้รู้จักครับเนี่ย ไม่ยักรู้ว่ารสนิยมของคุณคีรินทร์เปลี่ยนไป ชอบดอกไม้ริมทางแบบนี้ด้วย" ประโยคหลังธนัตถ์จงใจลดเสียงลงให้เบาลง แต่คำว่า 'ดอกไม้ริมทาง' นั้นดังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
พิมพ์มาดาขบกรามแน่น นัยน์ตาสวยคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจี๊ดๆ ตามสไตล์คนไม่ยอมคน แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ แขนแกร่งของคนที่ยืนเงียบมาตลอดก็วัดเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว แรงดึงเพียงนิดเดียวทำให้แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของคีรินทร์อย่างไร้รอยต่อ
คีรินทร์ไม่ได้มองธนัตถ์ด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬก้มมองลงมาที่พิมพ์มาดาก่อน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาไล้เบาๆ ที่ต้นคอเนียนภายใต้เรือนผมยาวสลวยอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้พิมพ์มาดาขนลุกซู่ หัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"ระวังปากหน่อยก็ดีนะครับคุณธนัตถ์..." คีรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสะดุ้ง เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยหางตา "ดอกไม้ริมทางที่คุณว่า... ในกำมือผมตอนนี้ มีค่ามากกว่าหุ้นครึ่งหนึ่งในเครือโรงแรมของคุณเสียอีก อยากลองเสี่ยงเช็คบิลดูไหมล่ะครับ ว่าตระกูลของคุณจะเหลืออะไรถ้าผมอยากจะเขี่ยทิ้ง"
ธนัตถ์หน้าถอดสีทันที รอยยิ้มจอมปลอมแข็งค้างบนใบหน้า รีบโค้งศีรษะขอโทษขอโพยแล้วสาวเท้าเดินหนีหายไปกลืนกับฝูงชนอย่างรวดเร็ว
พิมพ์มาดาถอนหายใจยาว พยายามขยับตัวออกจากอ้อมแขนที่โอบกอดเธอแน่นเกินความจำเป็น แต่คีรินทร์กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นไวน์จางๆ จากตัวเขาลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
"ปล่อยได้แล้วมั้งครับ ท่านประธาน" พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นกระซิบลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง "คุณกันท่าคนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้ กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าหวงฉัน?"
คีรินทร์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างขมับจนพิมพ์มาดาร่างแข็งทื่อ มุมปากหนายกยิ้มร้ายกาจแบบที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา
"รู้ตัวก็ดีครับ... ว่าผมหวง" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ "จำไม่ได้หรือไงว่าผมเตือนคุณแล้วว่ายังไง? อยู่ในฐานะอะไรก็ทำหน้าที่ให้มันดีๆ หน่อย อย่าเที่ยวไปยิ้มเรี่ยราดให้ใครต่อใครเห็นอีก ไม่อย่างนั้น... กลับไปคอนโดคืนนี้ ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ไม่มีวันได้นอนแน่"
คำขู่หน้าไม่อายทำเอาพิมพ์มาดาร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เธอใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของเขาเบาๆ เป็นการเตือนสติ แต่คีรินทร์กลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังยืนต่อปากต่อคำกันอยู่นั้น เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนกลางงานก็ดังขึ้นเรียกรอยสนใจจากแขกเหรื่อทุกคน
"ขอเรียนเชิญท่านประธานคีรินทร์ และคุณพิมพ์มาดา คู่ชีวิตคนสำคัญ ขึ้นมากล่าวเปิดงานในค่ำคืนนี้ด้วยครับ..."
พิมพ์มาดาชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าคนข้างกายทันทีด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "คุณไม่ได้บอกฉันมาก่อนเลยนะว่าต้องขึ้นพูด!"
คีรินทร์ยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า มือหนาคว้ามือบางของเธอขึ้นมาประสานเข้าด้วยกัน บีบกระชับแน่นอย่างมั่นคง
"เซอร์ไพรส์ไงครับ... ไปกันเถอะ ภรรยาของผม"
เขาก้าวเดินนำพาเธอไปยังเวทีท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมา โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก สายตาคมกริบของคีรินทร์ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนมุมมืดของงาน ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่พิมพ์มาดาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง และริมฝีปากที่ขยับพูดคำว่า... *'คิดถึงนะ พิมพ์'* ไร้เสียง
คีรินทร์หยุดชะงักฝีเท้าทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนพิมพ์มาดาที่เดินตามหลังมาสัมผัสได้ เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย หันตามสายตาของเขาไปมอง และเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน ร่างกายของเธอก็ชาวาบขึ้นมาทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความคลั่งรักของบอสคีย์ด้วยนะครับ
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 4
งานสังคมที่ไม่สงบสุข
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!