กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ ตัดกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดออกสู่ระเบียบเพนต์เฮาส์ลอยฟ้า ร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้ายเรียบร้อยขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เมื่อเจ้าของรอยยิ้มพรายบนใบหน้าคมคายก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบไร้รอยยับ ไม่มีเค้าลางของความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขาไม่ได้เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมา
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกวางลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน ส่งเสียงทึบเบา ๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของหญิงสาว
"คิดไม่ถึงเหรอครับ หรือว่าคาดไม่ถึงกันแน่ที่เห็นผมมายืนอยู่ตรงนี้ ในห้อง 'ของคุณ' ตามสัญญา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่เอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ทิ้งน้ำหนักพิงสะโพกกับขอบเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่เส้นผมสีเข้มที่รวบไว้ลวก ๆ ไปจนถึงปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นโปรดที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในครอบครอง
พิมพ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างเกราะกำบังความประหม่าที่กำลังตีรวนในอก
"ฉันคิดว่าคนระดับประธานบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ จะมีงานล้นมือจนไม่มีเวลามาเดินเล่นส่งเอกสารเข้าพักให้รูมเมต์ซะอีกนะครับ... หรือว่าที่คุณคียอมลดตัวมาถึงที่นี่ เพราะกลัวฉันจะหนีคดี 'ดีลลับ' ที่คุณเป็นคนมัดมือชกฉันตั้งแต่แรกกันแน่"
คำพูดที่ย้อนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวทำให้คีรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาพึงพอใจฉายชัดขึ้นในความมืดลึกของดวงตานั้น เขายืดตัวตรง ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละน้อยด้วยจังหวะจะโคนคุกคามที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกับตีกลอง
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ พิมพ์มาดา" คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสันจมูกเกือบจะชนกับกลุ่มผมของเธอ "แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรง... ผมไม่ได้กลัวคุณหนีหรอกครับ เพราะต่อให้คุณวิ่งหนีสุดขอบโลก เอกสารสิทธิ์ห้องชุดนี้และสัญญาจ้างงานระยะยาวของคุณ ก็ยังคงอยู่ในมือผมอยู่ดี"
"คุณมันคนเผด็จการ!" พิมพ์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความขัดเคือง เธอขยับถอยหลังอีกก้าวแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับความเย็นเฉียบของกระจกใสเสียแล้ว "ฉันเซ็นสัญญาก็เพราะความจำเป็นเรื่องโปรเจกต์บ้า ๆ นั่น ไม่ได้หมายความว่าฉันยินยอมพร้อมใจจะมาเป็น... รูมเมตของคุณซะหน่อย!"
"แต่ในสัญญาข้อที่สี่ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่า ผู้รับจ้างต้องพักอาศัยในสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมไว้ให้เพื่อความสะดวกในการประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง" คีย์วางมือทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์ กักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขนอย่างแนบเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเมนทอลและกาแฟจาง ๆ ลอยปะทะกรุ่นแก้มเนียน "หรือว่าคุณอ่านหนังสือไม่แตกฉาน ถึงเพิ่งมาโวยวายเอาตอนนี้ล่ะครับ"
ความใกล้ชิดที่ระเบิดขึ้นอย่างไร้รอยต่อทำให้พิมพ์ลืมหายใจ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงทำเอาสติปัญญาที่เคยเฉียบคมของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ มือเรียวเล็กที่พยายามดันอกแกร่งเอาไว้กลับสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้าชั้นดี มันร้อนผ่าราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาคนซ่าให้มอดไหม้
"ฉันแค่อ่านตกหล่นไปบรรทัดเดียว... ถอยไปเลยนะคุณคีย์!" เธอพยายามดันไหล่หนาออกห่าง แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงเนื้อมนุษย์ตรงหน้า
"ไม่ถอยครับ" คีย์ตอบเสียงนุ่ม ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ยิ่งเห็นใบตองนวลขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนโมโห เขากยิ่งอยากแกล้งให้หนักขึ้น "ในเมื่อเราต้องอยู่ใต้คาบเกี่ยวเวลาเดียวกันแล้ว คุณควรทำความคุ้นเคยกับกฎข้อแรกของบ้านหลังนี้ซะก่อนนะ"
"กฎอะไรอีกเล่า!"
"กฎข้อที่หนึ่ง..." คีย์โน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูของหญิงสาว จนเส้นผมคลอเคลียข้างแก้ม "ห้ามทำตัวเป็นป้อมปราการใส่เจ้าของห้อง... และห้ามมองผมด้วยสายตาแบบเมื่อกี้เด็ดขาด เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่า... อยากทำลายความดื้อรั้นของคุณให้ราบคาบซะเดี๋ยวนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกระเซ้าเย้าแหย่แต่แฝงความจริงจังทำเอาพิมพ์ ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนเธอต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก
ผู้ชายคนนี้อันตราย... อันตรายยิ่งกว่าตึกสูงเสียดฟ้าที่เขายืนอยู่เสียอีก
ก่อนที่พิมพ์จะได้ทันสวนคำพูดเจ็บแสบใดออกไปเพื่อกู้ศักดิ์ศรี เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอสมาร์ตโฟนบนเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน คีย์เหลือบสายตาไปมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะจางหายไป เหลือเพียงแววตานิ่งSukumvitที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
เขายืดตัวขึ้นถอยห่างออกไปสองก้าว ปล่อยให้หญิงสาวได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอีกครั้งอย่างโล่งอก
"ดูเหมือนเช้าวันนี้ของเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนเร็วกว่ากำหนดนะครับ" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ พรางหันไปมองทางประตูหน้าเพนต์เฮาส์ที่ระบบสแกนใบหน้ากำลังส่งเสียงเตือนว่ามีผู้กำลังพยายามเข้าสู่พื้นที่
พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง "แขกเหรื่ออะไรของคุณ ใครจะกล้าบุกรุกเข้ามาในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวแบบนี้กัน"
คีย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทว่าเขากลับหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความอ่อนโยนเล่นลิ้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรังสีความกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมา
ประตูบานใหญ่หน้าห้องค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ที่ก้าวย่างเข้ามาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ พร้อมกับเสียงใสที่เอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม
"คีย์คะ ทำไมติดต่อคุณยากจัง... เอ๊ะ?"
เสียงนั้นชะงักกึกทันทีเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเข้ามาในห้องโถง แล้วสะดุดเข้ากับร่างของพิมพ์ที่ยืนอยู่เคียงข้างเจ้าของห้องในชุดนอนสบาย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่ชวนให้คิดไกลเกินเลย
พิมพ์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกผู้มาเยือนชัดเจน... นั่นมันดาราสาวเบอร์ต้นของประเทศที่กำลังมีข่าวคั่วกับคีรินทร์ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้นี่นา!
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อทำลายความเงียบงัน คีย์ก็ก้าวเข้ามาขยับยืนซ้อนด้านหลังของพิมพ์ พร้อมกับวางมือลงบนลาดไหล่บางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ก่อนจะเอ่ยประโยคสั้น ๆ ที่ทำเอาหัวใจของคนฟังหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"ยินดีต้อนรับสู่ห้องนอนของผมนะ... คุณอาภาภัทร แต่บังเอิญว่าตอนนี้ ผมมี 'ภรรยาในนาม' ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 3
เมื่อรูมเมตไม่ใช่คนธรรมดา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!