กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 24

ความจริงเริ่มกระจ่าง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมผสานกับกลิ่นชาเขียวอุ่นๆ ลอยวนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยวีไอพี ความเงียบงันระหว่างเราหนาแน่นเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจสั่นพร่าของตัวเอง ธีร์ยังคงยืนนิ่งค้าง ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านเส้นประสาททุกเส้น ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและดื้อรั้น บัดนี้กลับไหวระริก ปลายจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวแห่งความสับสน คำพูดประโยคก่อนหน้าของมินตราและหลักฐานชิ้นโบว์แดงในมือเธอยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ สายตาของธีร์กลับถูกดึงดูดให้มองลึกลงไปในดวงตาคมกริบของคินน์—ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าปากร้าย เยชาชา และใจร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา "มองอะไรเล่า หน้าฉันมีรอยแผลเป็นหรือไงถึงได้จ้องเอาๆ" คินน์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเขาติดจะหงุดหงิดตามสไตล์เดิม แถมยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา แต่ทว่า... อาการเมินเฉยนั้นกลับดูเก้ๆ กังๆ ชอบกล ใบหูข้างที่หันมาทางธีร์กลับขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นเวลาปกติ ธีร์คงสวนกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ ไปแล้ว แต่ในอกข้างซ้ายตอนนี้ มันกลับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก เมื่อกี้... ตอนที่มินตราพยายามจะเข้ามาแตะต้องตัวเขา คินน์คือคนที่ก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทีปกป้องอย่างออกนอกหน้า แถมรอยแผลที่หลังมือของร่างสูงนั่น ก็เกิดจากการปัดป้องข้าวของที่อีกฝ่ายเหวี่ยงใส่เพื่อปกป้องเขาแท้ๆ "คุณ..." ธีร์เปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น ลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก "ฉันทำไม เลิกทำหน้าปลาตายใส่ฉันสักทีได้ไหม มันน่ารำคาญ" คินน์หันกลับมาทำหน้าดุใส่ พร้อมกับยกมือขึ้นกอดอกแน่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ทว่าการกระทำนั้นยิ่งฟ้องชัดว่าคุณชายจอมซึนคนนี้กำลังทำตัวไม่ถูกขนาดไหนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของธีร์ "ทำไมถึงต้องทำขนาดนั้นด้วยล่ะครับ" ธีร์ถามเสียงแผ่ว แต่แววตาจริงจังจนคินน์ต้องชะงัก "ทั้งๆ ที่คุณจะยืนดูเฉยๆ ก็ได้ หรือจะผลักไสไลส่งผมให้พ้นหน้าเหมือนอย่างเคยก็ได้ ทำไม... ถึงต้องเอาตัวเข้าไปรับแทน ทำไมถึงต้องปกป้องผมจากผู้หญิงคนนั้น" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยพยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจที่กำลังเต้นโครมคราม "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยน่า ธีรดนย์ ฉันก็แค่รำคาญเสียงกรี๊ดน่าหนวกหูของผู้หญิงคนนั้น ไม่อยากให้ห้องพักฉันพังไปมากกว่านี้ต่างหากเล่า" "ปากแข็ง" ธีร์พึมพำออกมาเบาๆ แต่ด้วยความที่ระยะห่างระหว่างเตียงผู้ป่วยกับเก้าอี้ข้างเตียงมันใกล้กันเสียจนคินน์ได้ยินทุกคำชัดเจน "ฉันไม่ได้ปากแข็ง แค่พูดความจริง!" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนเกือบจะเป็นการตวาด แต่แววตากลับไหววูบอย่างปิดไม่มิด "นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้มาจี้ถามฉันแบบนี้ หึ... หรือเพราะเห็นว่าฉันเจ็บตัวอยู่ เลยคิดจะเรียกร้องความสนใจจากฉันหรือไง" "ผมไม่ได้เรียกร้องความสนใจนะ!" ธีร์เถียงกลับทันที เลือดลมในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว ความซาบซึ้งเมื่อครู่ถูกความปากหมาของอีกฝ่ายตีรวนจนความดื้อรั้นกลับมาครอบงำอีกครั้ง "คนหวังดีด้วยแท้ๆ ยังจะมีปากหมาใส่ได้อีกนะคุณชาย! รู้แบบนี้ปล่อยให้โดนแจกันฟาดหัวแตกไปซะก็ดี!" "นี่นายแช่งฉันเหรอไอ้ตัวแสบ!" คินน์ทำท่าจะขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความโมโห แต่เพราะแผลที่ข้อศอกและรอยฟกช้ำตามตัวทำให้เขาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ "อุ๊ย! ระวังหน่อยสิครับคุณชาย เจ็บตัวขนาดนี้ยังจะทำเป็นเก่งอยู่ได้ นอนลงไปเลยนะ!" ธีร์ลืมตัว เผลอขยับเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือไปกดไหล่กว้างให้นอนราบลงไปบนเตียงตามเดิม แรงสัมผัสเพียงเล็กน้อยทำให้คินน์ชะงักกุน เผลอมองใบใสที่อยู่ใกล้แค่คืบด้วยหัวใจที่กระหน่ำเต้นราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดๆ ของคินน์ผสมกับกลิ่นยาอ่อนๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของธีร์ ทำเอาคนปากเก่งถึงกับพูดไม่ออก ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ เมื่อตระหนักได้ว่าตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวปลายจมูกคงจะชนกันพอดี "E... เอえ... มองอะไรเล่า ถอยไปห่างๆ เลยนะ" ธีร์รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหู ร่างบางผละถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งเพื่อรักษา ระยะห่าง คินน์ไม่ได้ตอบโต้อะไร ร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างนึกเอ็นดูระคนหมั่นไส้ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดร้ายกาจอะไรออกมาเหมือนทุกครั้ง บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความประหลาด ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความซึนและความปากแข็งของทั้งคู่ เริ่มก่อตัวและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะปิดบังไว้ไม่มิด ธีร์เม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ภาพที่คินน์คอยช่วยเหลือแต่ปากก็ปฏิเสธ ภาพที่คินน์แสดงความหึงหวงแต่ก็ฟอร์มจัดใส่ และภาพที่คินน์ยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องเขา... ทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่การแสดงออกของคนเกลียดกันเลยสักนิด "นี่..." ธีร์ตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมมาก ไม่มีความแข็งกระด้างหลงเหลืออยู่เลย "ที่ทำไปทั้งหมด... เพราะเป็นห่วงผมเหรอครับ" คินน์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามฟอร์ม แต่อาการกระตุกของมุมปากนั้นปฏิเสธความจริงไม่ได้เลย "เพ้อเจ้ออะไรของนาย ใครเป็นห่วงนายกัน ทัศนคติเพี้ยนไปใหญ่แล้วมั้งธีรดนย์" "ปากแข็งชะมัด..." ธีร์บ่นอุบอิบ แต่กลับยิ้มออกมาบางๆ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ รอยยิ้มนั้นทำเอาคินน์ถึงกับหายใจสะดุด หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกภายในห้อง ก่อนที่บานประตูกระจกฝ้าจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ก้าวเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ ธีร์หันขวับไปมองตามเสียงเปิดประตูทันที และเมื่อดวงตากลมโตได้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ ช็อตนั้น... เลือดในกายของเขาก็เย็นเฉียบลงในพริบตา ความอบอุ่นเมื่อครู่วันมลายหายไปจนหมดสิ้น "สวัสดีครับคุณคินน์... อ้าว ธีร์? นายนายมาทำอะไรที่นี่" เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยทักทายทำเอาธีร์แทบหยุดหายใจ สมองขาวโพลนขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า คนที่ก้าวเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยเวลานี้คือใคร—คนที่เขาพยายามหลบหน้ามาตลอดทั้งสัปดาห์ "พี่กรณ์..." ธีร์พึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน ดาวตกคืนคริสต์มาส 🎄✨ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%