กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 23

ค่ำคืนที่แสนยาวนาน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวมสาดส่องลงบนใบหน้าตึงเครียดของคนทั้งคู่ ราวกับจังหวะชีวิตที่ถูกกดปุ่มหยุดชั่วขณะหลังจากที่ลิฟต์ตัวหรูของตึกใหญ่เกิดอาการกระตุกรุนแรงแล้วดิ่งวูบลงมาก่อนจะนิ่งสนิทที่ชั้นกลางระหว่างชั้นสิบห้าและสิบห่ายล "เกมนี้เธอยังเล่นไม่จบหรอกนะ... เพราะคนที่จะชนะในเกมนี้ มีแค่ฉันคนเดียว" ประโยคท้าทายจากปากของคณินทร์ยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ธีรดนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนกที่ตีรวนขึ้นมาในอก ขณะที่แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังเย็นเฉียบของตัวลิฟต์ พื้นที่แคบๆ นี้บีบให้ระยะห่างระหว่างเขากับคุณชายซึนปากร้ายลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "ถ้าคุณยังคิดจะเล่นเกมบ้าๆ นี่ตอนที่ลิฟต์ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศแบบนี้ล่ะก็... ฉันว่าสมองของคุณคงต้องให้ช่างเทคนิคมาตรวจเช็คดูใหม่แล้วล่ะค่ะ คุณคินน์" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะมีความสั่นพร่าเจืออยู่เล็กน้อย แต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีก็ยังคงแสดงถึงความพยศที่ไม่เคยลดลง คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่ตอนนี้เอียงเล็กน้อยจ้องมองร่างโปร่งตรงหน้าด้วยประกายวาวโรจน์ เขาขยับกายเข้าประชิดอีกนิดจนไหล่กว้างแทบจะเบียดชนกับร่างของอีกฝ่าย มือหนายกขึ้นเท้ากับผนังลิฟต์ด้านหนึ่ง กักขังธีร์ให้อยู่ในอาณัติของเขาอย่างสมบูรณ์ "ปากเก่งนักนะ... ทีเมื่อกี้ตอนลิฟต์ร่วงลงมาทำไมไม่เห็นเก่งแบบนี้เลยล่ะ หืม? หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" คินน์เย้าด้วยน้ำเสียงที่จงใจกวนประสาท เพื่อกลบเกลื่อนความตระหนกที่เขาเองก็เกือบตั้งรับไม่ทันในตอนแรกเช่นกัน "ก็ไม่ได้หน้าซีดเพราะกลัวตายหรอกค่ะ แต่หน้าซีดเพราะต้องมาติดอยู่ในที่แคบๆ กับคนปากเสียอย่างคุณต่างหาก!" ธีร์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาววับไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง ไม่ใช่เพราะความกลัวลิฟต์... แต่เป็นเพราะสัมผัสจากไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างหนาของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ต่างหากที่ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งเมื่อไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรต่อ มีเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นของคนทั้งคู่ ในพื้นที่ที่จำกัดและมืดสลัว ประสาทสัมผัสอื่นๆ กลับทำงานเด่นชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของคินน์ลอยวนอยู่รอบตัวธีร์ ทำให้สมองที่เคยปราดเปรื่องเริ่มตื้อตัน คินน์ก้มมองคนตรงหน้า นัยน์ตาคมเข้มอ่อนแสงลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ภาพของธีร์ที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่มือเรียวข้างนั้นกำลังกำชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ มันสะกิดความรู้สึกบางอย่างในใจของเขาอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับและซ่อนเร้นมันไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนมาตลอด "ทำไมถึงดื้อนักวะ..." คินน์พึมพำออกมาเบาๆ ราวกับละเมอ น้ำเสียงที่มักจะแข็งกร้าวกลับเจือความอ่อนล้าและตัดพ้ออย่างประหลาด "ฉันไม่ได้ดื้อ... ฉันแค่ปกป้องตัวเองจากคนเจ้าเล่ห์อย่างคุณ" ธีร์ตอบเสียงเบาลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่เริ่มมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่ยากจะควบคุม เมื่อใบหน้าคมคายนั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่1ข้างแก้ม "แล้วถ้าไม่ได้เจ้าเล่ห์... แต่ 'คลั่งรัก' จนแทบจะบ้าอยู่แล้วล่ะ เธอจะเชื่อไหม" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกในความมืดสลัว ทำให้ธีร์ชะงักกุน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วราวกับจะกระโดดออกมานอกอก คินน์ในโหมดนี้... คินน์ที่ยอมถอดเกราะป้องกันและสารภาพความรู้สึกตรงๆ แบบนี้ คือสิ่งที่ธีร์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต "คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย" ธีร์เบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้ คินน์กลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวแน่นขึ้น จนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกันสนิท "ฉันไม่ได้บ้า... และฉันก็ไม่ได้เล่นเกมนี้เล่นๆ เหมือนที่เธอคิด" คินน์ขยับริมฝีปากกระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของธีร์ทำให้สติที่เหลืออยู่ของเขาแทบขาดผึ่ง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแต่เธอนั่นแหละที่มองไม่เห็น... หรือแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นกันแน่ว่าฉันแคร์เธอมากแค่ไหน" "แล้วคุณเลือกมินตราทำไมล่ะ..." ธีร์โพล่งออกไปในที่สุด ความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานระเบิดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วยตา "ถ้าคุณรู้สึกแบบนั้นจริง... แล้วผู้หญิงคนนั้นเข้ามามีบทบาทอะไรในชีวิตคุณ ทำไมคุณต้องปล่อยให้เธอเข้ามาปั่นป่วนจนทำให้ฉันต้องเจ็บอยู่คนเดียวด้วยล่ะคะ!" น้ำเสียงที่สั่นเครือและแววตัดพ้อในดวงตาคู่สวยนั้น ทำให้คินน์นิ่งงันไป เขาลืมไปสนิทว่ายังมีเรื่องของมินตราอดีตคู่หมั้นที่คอยตามรังควานและสร้างความเข้าใจผิดให้คนตรงหน้า มือหนายกขึ้นประคองใบหน้าเนียนของธีร์ให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ นิ้วโป้งเกลี่ยไล่หยาดน้ำตาที่ปริ่มจะร่วงหล่นออกจากแพขนตางอนอย่างทะนุถนอมโดยสัญชาตญาณ "เรื่องมินตรา... มันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเจอเธอ" คินน์สบตาเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยอย่างจริงจัง ไม่มีแววเจ้าเล่ห์เพทุบายใดๆ มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ฉันไม่เคยมีใจให้ใครอื่นนอกจากเด็กดื้ออย่างเธอเลยสักครั้งเดียว... เชื่อฉันเถอะนะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นพยานให้แก่ความรู้สึกที่ถูกเปิดเปลือยออกจนหมดสิ้น ธีร์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้น ความลังเลและกำแพงที่เคยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงทีละน้อย ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยเตรียมจะเอื้อนเอยถ้อยคำบางอย่างตอบกลับไป ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าของทั้งคู่โน้มเข้าหากันจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยของลิฟต์ก็ดังลั่นขึ้นพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่กลับมาติดพรึบอย่างกะทันหัน *กริ๊งงงงงงง!* แรงกระตุกเบาๆ ของตัวลิฟต์ที่เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นเป้าหมายทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว ธีร์รีบใช้มือผลักอกคินน์ออกสุดแรงด้วยความตกใจ ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคืองที่จังหวะเวลาช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย ประตูลิฟต์ด้านหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นแสงไฟสว่างจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด "คุณคินน์คะ! เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมถึงติดอยู่ในนี้นานจัง..." เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดีดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น มินตราก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาในลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง โดยไม่รอให้เจ้าของพื้นที่อนุญาต สายตาคมกริบกวาดมองสภาพของคินน์และธีร์ที่ยืนชิดติดกันจนเกินงามด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่เธอจะชะงักก้างเมื่อเห็นมือของคินน์ที่ยังคงค้างอยู่ใกล้เอวของธีร์ คินน์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นชาเฉียบขาด รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนมินตราต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ใครอนุญาตให้เธอขึ้นมาPandaชั้นนี้... มินตรา" คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟันอย่างหมดความอดทน แต่มินตรากลับไม่ได้สนใจสีหน้าถมึงทึงของอดีตคู่หมั้น เธอกลับหันมาจ้องหน้าธีร์ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธีร์เย็นเฉียบลงในพริบตา "มินตราคงไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาสวีทหรอกค่ะ... แต่พอดีว่ามีเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งที่ผู้บริหารระดับสูงฝากมาให้คุณคินน์ดู เป็นเอกสารเกี่ยวกับ 'สัญญาแต่งตั้งคู่หมั้น' ที่คุณปู่ของคุณเพิ่งเซ็นอนุมัติไปเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ..." ธีร์ชะงักงัน ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตากลมโตหันขวับกลับไปมองหน้าคินน์ทันทีด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวแห่งความสับสนและความเจ็บปวดระลอกใหม่ที่ซัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ดาวตกคืนคริสต์มาส ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมฟินจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%