เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังเล็ดลอดผ่านริมฝีปากบางของมินตรา พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ เมื่อร่างระหงในชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงก้าวล่วงผ่านธรณีประตูเข้ามาในห้องรับรองพิเศษของงานเลี้ยงการกุศลแห่งนี้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ความโรแมนติกแบบที่เธอวาดฝันไว้ในฐานะอดีตคู่หมั้นผู้เพียบพร้อม หากแต่เป็นภาพของ ‘คินน์’—คุณชายหนุ่มทายาทตระกูลดังผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่ง—กำลังยืนประชิดตัวกับเด็กผู้ชายหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งอย่างสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง
บรรยากาศรอบตัวแทบจะหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาทีนั้น
ธีร์สะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้อง โดยเฉพาะเมื่อร่างของเขายังคงแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของคินน์อย่างช่วยไม่ได้ ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความโรแมนติกหรอกนะคะ... แต่เป็นเพราะความตกใจที่จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาทำลายบรรยากาศต่างหาก
“อุ๊ย... ตายจริง ดิฉันคงเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณคินน์สินะคะ ถึงได้ทำหน้าตกใจกันขนาดนั้น”
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเยาะเย้ยถนัดชัดเจนดังขึ้นทำลายความเงียบ มินตราก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้ด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจธีร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองมดปลวกที่บังaาญมาเกาะแกะดอกฟ้าสูงค่า
ธีร์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกหมั่นไส้ เขารีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของคินน์ทันที พร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีเรียบเฉย แม้ในใจจะแอบนึกเคืองคุณชายจอมซึนที่ยืนกอดอกนิ่งเป็นหินราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยก็ตาม
“อ้าว นึกว่าใครที่ไหน...” คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น ดวงตาสองชั้นคมกริบเหลือบมองอดีตคู่หมั้นสาวด้วยหางตา “ที่แท้ก็คุณมินตรา... คนที่ผมเพิ่งส่งใบยกเลิกการหมั้นไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง จำได้ว่างานนี้เขาแจกบัตรเฉพาะคนที่มี ‘เชิญ’ นะคะ ไม่คิดว่าคนไร้มารยาทจะแอบเนียนเข้ามาได้ด้วย”
คำพูดเชือดเฉือนแบบนิ่มๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงในทำเอาหน้าสวยๆ ของมินตราถึงกับกระตุก รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าเธอแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่ ดวงตาคู่โตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“คุณคินน์! พูดจาให้เกียรติมินด้วยนะคะ เราเพิ่งจะ... เลิกรากันได้ไม่นาน คุณกล้าดียังไงถึงเอาผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้มาควงออกงาน แถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ ในมุมมืดแบบนี้อีก เสียชื่อตระกูลหมดนะคะ!” มินตราตวาดแว้ดออกมาด้วยความเหลืออด พลางชี้ปลายนิ้วอันเล็บเจลยาวมาทางธีร์อย่างไม่ไว้หน้า
ธีร์กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เบอร์ใหญ่อย่างหมั่นไส้ เขาไม่ใช่คนที่จะมายืนยอมให้ใครมาจิกกัดฟรีๆ อยู่แล้วนะคะ ยิ่งเจอผู้หญิงมารยาเยอะอย่างมินตราด้วยแล้ว สัญชาตญาณความปากเก่งมันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
“ขอโทษนะคะคุณผู้หญิง...” ธีร์ก้าวออกมายืนเคียงข้างคินน์ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว “คำว่า ‘ไร้หัวนอนปลายเท้า’ นี่คุณเอามาตรฐานอะไรมาวัดเหรอคะ ใช้กะลาหรือใช้สมองคิดคะเนี่ย ถึงได้ตัดสินคนอื่นส่งเดชแบบนี้ อีกอย่าง... การที่ยืนคุยกันดีๆ แต่มันไปขัดตาขัดใจคุณเนี่ย แนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะคะ เผื่อสายตาจะยาวขึ้นจนมองเห็นความจริงว่าเขี่ยคุณทิ้งไปแล้วน่ะค่ะ”
สิ้นคำพูดของธีร์ ห้องรับรองพิเศษทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง คินน์ถึงกับต้องเหลือบสายตาคมกริบมามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นนิดๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้แทบไม่ทัน
มินตราหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายร่างเป็นยักษ์กินคน เธออ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงว่าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับเธอได้เจ็บแสบขนาดนี้
“นี่แก! เป็นแค่เด็กกะโปโลไม่มีหัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงมาปากดีใส่ฉัน!” มินตราปรี่เข้ามาหมายจะเงื้อมือตบสั่งสอนให้หายแค้น
หมับ!
ทว่า... มือเรียวยังไม่ทันได้แตะโดนปลายผมของธีร์ด้วยซ้ำ ข้อมือของเธอกลับถูกมือหนาของคินน์คว้าหมับเอาไว้เสียก่อน แรงบีบที่ข้อมือนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้มินตราต้องชะงักและหันขวับไปมองหน้าอดีตคนรักด้วยความตกใจ
ดวงตาของคินน์ในยามนี้เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ความอบอุ่นขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความดุดันน่าเกรงขามตามประสาCEOหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
“อย่าแม้แต่จะคิดนะคะ มินตรา” คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังอดีตคู่หมั้นสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ต่อหน้าผม... คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องคนของผมแม้แต่ปลายเล็บเดียว ถ้ารังเกียจที่จะอยู่ในงานนี้เชิญออกไปซะ ก่อนที่ผมจะให้ รปภ. เชิญคุณออกไปแบบไร้เกียรติมากกว่าเดิม”
คำว่า ‘คนของผม’ กระแทกเข้าเต็มเป้ากลางหัวใจของธีร์เข้าอย่างจัง จนความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มใส ธีร์รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของตัวเอง เจ้าคนบ้า... จู่ๆ ก็มาพูดจาอะไรแบบนี้เล่า ใครเป็นคนของเขา0กัน!
มินตราเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจและอับอาย เธอกวาดสายตามองคินน์ที่ยืนบังร่างของธีร์ไว้มิดชิดอย่างปกป้อง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธเกรี้ยวแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงส้นสูงที่กระทบพื้นดังสะท้อนก้อง
เมื่อร่างของมินตราลับหายไปจากสายตา ความอึดอัดก็เข้าปกคลุมแทนที่ ธีร์แกล้งกระแอมไอเบาๆ แล้วหันไปมองคินน์ที่ยังคงยืนนิ่งด้วยใบหน้าบึ้งตึงตามฟอร์ม
“มองอะไรคะ? จะขอบคุณที่ฉันช่วยปกป้องเมื่อกี้ หรือจะหาเรื่องบ่นฉันต่อดีล่ะคุณชายปากปีจอ” ธีร์เชิดหน้าถามเสียงใส พยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก
คินน์หรี่ตามองคนปากเก่งที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาเมื่อครู่ รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้าไปประชิดตัวธีร์อีกครั้ง จนแผ่นหลังบางต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ
“ใครกันแน่ที่ปากปีจอหึ... ธีรดนย์” คินน์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม “เมื่อกี้ปากดีนักนะ กล้าดียังไงไปต่อปากต่อคำกับแขกผู้ใหญ่... รู้ไหมว่าฉันต้องเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้เด็กดื้ออย่างเธอ”
“ใครเด็กดื้อกันคะ! แล้วใครใช้ให้คุณมาช่วยเล่า ฉันจัดการเองได้ตั้งนานแล้ว!” ธีร์เถียงเสียงแข็ง พยายามดันอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่คินน์กลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดุดัน เอาแต่ใจ... และซ่อนความห่วงใยเอาไว้ลึกซึ้งจนคนมองใจสั่นระรัว
“งั้นเหรอ...” คินน์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มร้ายกาจ “ในเมื่อเก่งนัก... งั้นคืนนี้เธอต้องรับผิดชอบความวุ่นวายทั้งหมดที่เธอเป็นคนก่อ... ด้วยการเป็นคู่ควงของฉันตลอดงานเลี้ยงนี้ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น... ฉันจะจูบทำโทษเธอตรงนี้แหละ”
“คุณคินน์! คุณมันคนเอาแต่ใจที่สุด!” ธีร์ตาดาวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู
ทว่า... ก่อนที่ธีร์จะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนจากพิธีกรด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาในห้องรับรอง พร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราวที่บ่งบอกว่าประธานในพิธีคนสำคัญกำลังจะก้าวขึ้นสู่เวที
“และในค่ำคืนนี้... แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ เราได้รับเกียรติจากสุภาพบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในค่ำคืนนี้... มร. คณินทร์ พร้อมด้วย... คู่หมั้นคนปัจจุบันของเขา ที่จะมาเปิดฟลอร์เต้นรำร่วมกันเป็นคู่แรกครับ!”
สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร... คินน์และธีร์ต่างก็ชะงักค้างไปพร้อมๆ กัน ดวงตากลมโตของธีร์เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อหันไปสบตากับคินน์ที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาเรียบสนิท แต่ในดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่คาดเดาไม่ได้!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซึนและเคมีที่พุ่งกระฉูดของคินน์กับธีร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 2
คุณชายปากปีจอ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!