เสียงกราวของแก้วคริสตัลที่ถูกบดขยี้ด้วยแรงบีบมหาศาลดัง ‘เพล้ง!’ สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ เศษเสี้ยวโปร่งใสกระเด็นบาดฝ่ามือหนาจนเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาผสมกับของเหลวสีอำพันที่นองเต็มพื้น แต่เจ้าของร่างสูงสง่ากลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าเสียดแทงที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของคณินทร์ในวินาทีนี้
*“ตอนนี้รถบรรทุกคันนั้นคงพุ่งชนประสานงากับแท็กซี่ที่น้องธีร์นั่งอยู่เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะคุณคินน์!”*
ประโยคกรีดแทรกโสตประสาทของมินตราเมื่อครู่ยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมา ราวกับแผ่นเสียงตกร่องที่จงใจทรมานคนฟังให้เป็นบ้า โทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือสั่นระริก ก่อนจะร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมหนานุ่มจนหน้าจอดับมืดลง คินน์ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสาป ร่างกายทุกส่วนชาดิก ลมหายใจสะดุดติดขัดอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่ซัดเข้าฝั่งอย่างไร้ความปรานี
นี่น่ะหรือ... ผลลัพธ์ของการที่เขาเลือกจะดึงดันฟอร์มจัด ปากไม่ตรงกับใจ และไล่ไสส่งอีกฝ่ายให้ออกไปจากชีวิตเพียงเพราะกลัวว่าความรู้สึกที่แท้จริงจะทำให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้?
"โกหก... มันต้องเป็นแผนบ้าๆ ของเธอแน่ๆ มินตรา"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจำไม่ได้ คินน์พยายามหลอกตัวเอง ปฏิเสธความจริงที่โหดร้ายด้วยการคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วพุ่งตัวออกจากห้องทำงานราวกับคนเสียสติ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วจนเจ็บแปลบไปหมด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามั่นใจมาตลอดว่าตัวเองคือผู้ควบคุมเกม เป็นคุณชายผู้เพียบพร้อมที่สามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้ แต่ในวินาทีที่ตระหนักว่าโลกใบนี้อาจไม่มีรอยยิ้มกวนๆ สายตาคมที่ชอบมองค้อนเขา หรือเสียงบ่นงึมงำยามที่เขาแกล้งขัดใจ... หายลับไปตลอดกาล โลกทั้งใบของคณินทร์ก็พังทลายลงในพริบตา
ชีวิตที่ไร้สีสัน... มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ตลอดทางที่ขับรถฝ่าสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ภาพความทรงจำระหว่างเขากับธีรดนย์ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ตั้งแต่วันแรกที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาในชีวิตด้วยรอยยิ้มจอมกวนประสาท สงครามประสาทเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันบนโต๊ะทำงาน กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ จากเสื้อเชิ้ตของอีกคนยามที่โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อเสนองาน และสัมผัสอุ่นจัดยามที่บังเอิญแตะโดนกัน... ทุกรายละเอียดที่เขาเคยทำเป็นเมินเฉยและคิดว่ามันน่ารำคาญ บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดที่เขาอยากแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี เพื่อขอให้อีกฝ่ายกลับมาต่อปากต่อคำกับเขาอีกสักครั้ง
"อย่าเป็นอะไรนะ... ธีร์... ได้ยินไหมว่าฉันไม่อนุญาตให้เป็นอะไรเด็ดขาด!"
คินน์คำรามลั่นรถ ล้อรถยนต์ราคาแพงเหยียบฝ่าน้ำเจิ่งนองบนถนนอย่างไม่กลัวตาย สายตาคมกวาดมองหาซากความเสียหายเบื้องหน้าด้วยความกระวนกระวายใจขั้นสุด ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายโง่เง่าคนหนึ่งที่กำลังสำนึกเสียใจอย่างสายเกินแก้
ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมือง บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ร่างเพรียวบางของใครบางคนกำลังยืนกอดอกพิงผนังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววสะใจลึกๆ มินตรากวาดสายตามองความวุ่นวายรอบตัวด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอกดโทรศัพท์ส่งข้อความหาลูกน้องคนสนิทเพื่อเช็กความเรียบร้อยของแผนการที่เพิ่งดำเนินไป
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้... เกือบทั้งหมดแล้วเชียว ถ้าไม่ใช่เพราะ...
"หลีกทางหน่อยค่ะ! คนไข้ต้องการความช่วยเหลือด่วน!"
เสียงตะโกนโกลาหลของบุรุษพยาบาลดังแทรกขึ้น พร้อมกับเตียงฉุกเฉินที่ถูกเข็นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนเตียง ใบหน้าเนียนใสมีรอยฟกช้ำและคราบเลือดเลอะเปรอะเปื้อน เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง แต่โครงหน้าและเส้นผมที่คุ้นเคยนั้นทำให้นัยน์ตาของมินตราเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ไม่ใช่แท็กซี่คันนั้น... แต่เป็นรถคันอื่นต่างหากที่เข้ามาขวางอุบัติเหตุไว้ได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด!
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธเกรี้ยวแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อแผนการที่อุตส่าห์วางหมากไว้อย่างแยบยลกลับเกือบจะล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวเข้าไปดูอาการใกล้ๆ เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าเหยื่อปากเก่งคนนี้จะรอดชีวิตไปได้สักกี่น้ำ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินยาว
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เงาร่างสูงโปร่งที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนไม่แพ้กันปรากฏขึ้นที่มุมทางเดิน แววตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในชีวิตของคุณชายคณินทร์ ลมหายใจหอบกระชั้นบ่งบอกถึงการขับรถด้วยความเร็วสูงเพื่อแลกกับการมาให้ถึงที่นี่ให้เร็วที่สุด
คินน์กวาดสายตาดุจเหยี่ยวไปรอบบริเวณ จนกระทั่งมาสะดุดเข้ากับร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเข็นที่กำลังจะถูกเคลื่อนย้ายเข้าห้องผ่าตัด
หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"ธีร์..."
เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับกระซิบหลุดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด คินน์พุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้ามือเรียวที่ห้อยลงมาข้างเตียงเอาไว้ แต่กลับถูกร่างของมินตราที่ก้าวเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน
"คุณคินน์คะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ เด็กนั่นแค่..."
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินที่เงียบสงบ มินตราเซถลาไปตามแรงตบจนหน้าหัน ใบหน้าสวยเฉี่ยวขึ้นรอยแดงเป็นปื้นด้วยฝ่ามือของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเคยเป็นคนรักเก่า เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
"คุณคินน์! กล้าตบฉันเหรอคะ?!" มินตราหวีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด
คินน์ไม่ได้สนใจไยดีผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่น้อย แววตาคมกริบที่เคยมีความอบอุ่นซ่อนอยู่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนรอบบริเวณแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ เขาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มที่เต็มไปด้วยโทสะและคำขู่ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเธอ
"ถ้าวันนี้... คนของฉันเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บล่ะก็..." คินน์เว้นจังหวะ ปลดปล่อยแววตานักล่าที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลقคามือ "ฉันนี่แหละ จะเป็นคนลากคอมึงกับพวกพ้องทั้งหมดลงนรก... ไปชดใช้ให้สาสมกับสิ่งที่ทำเอง!"
มินตราหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจนแทบทรงตัวไม่อยู่เมื่อเห็นสายตาจริงจังและอำมหิตของคณินทร์ในยามนี้ มันไม่ใช่การขู่เล่นๆ แต่มันคือคำประกาศิตจากซาตานที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ
แต่ก่อนที่สถานการณ์หน้าห้องฉุกเฉินจะปะทุเดือดไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณชีพจรที่ดังติ๊ดๆ อยู่บนเตียงคนไข้ก็เกิดสะดุดกึกขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของคนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงขยับนิ้วมือเบาๆ สัญชาตญาณบางอย่างดึงให้คินน์หันขวับกลับไปมองทันที
เปลือกตาบางที่ปิดสนิทค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเข้มที่แม้จะอิดโรยและเจือไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยประกายความดื้อรั้นและฝีปากกล้าที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ธีรดนย์กะพริบตาไล่ความพร่ามัว ปรับโฟกัสภาพตรงหน้าก่อนจะพบกับใบหน้าหล่อเหลาที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อและหยาดน้ำตาของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลกกำลังมองมาที่ตนด้วยสายตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความรู้สึกนับล้านคำที่อัดแน่นอยู่ในอก
ริมฝีปากแห้งผากของคนเจ็บขยับยิ้มเยาะน้อยๆ อย่างยากลำบาก ก่อนจะเปล่งเสียงแหบแห้งออกมาเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงัน
"มอง... อะไรเล่าคุณชาย... หน้าฉัน... มีรอยกาวตราช้างแปะอยู่หรือไง... ถึงได้ทำหน้าเหมือนหมาหงอยขนาดนั้น..."
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ
--- **ดาวตกคืนคริสต์มาส** ---
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 35
ชีวิตที่ไร้สีสัน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!