แก้วไวน์ทรงสูงในมือของมินตราถูกวางลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่จงใจให้เกิดเสียงกระทบดังชัดเจน รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเธอ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยความสะใจ
คำพูดประกาศิตเรื่องงานแต่งงานจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ บีบอัดบรรยากาศรอบตัวให้แน่นทึบจนแทบหายใจไม่ออก
ธีรดนย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่เกือบจะหลุดลอย รอยยิ้มสุภาพแบบพนักงานดีเด่นถูกยกขึ้นมาประดับริมฝีปากทันที แม้ในอกข้างซ้ายจะรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงก็ตาม เขาไม่ได้เป็นอะไรกับคณินทร์สักหน่อย... เขาบอกตัวเองเช่นนั้นซ้ำๆ ในใจ
"ยินดีด้วยนะคะคุณมินตรา... แล้วก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับคุณคินน์ด้วยค่ะ ได้ข่าวดีแบบนี้ บริษัทเราคงต้องเตรียมซองขาวไว้รอต้อนรับงานใหญ่กันยาวๆ เลยสินะคะ"
น้ำเสียงของธีร์ราบเรียบ นิ่งสงบ จนแทบจับกระแสความสั่นไหวไม่ได้ ดวงตากลมโตมองตรงไปยังอดีตคู่หมั้นของเจ้านายด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
คณินทร์ที่ยืนนิ่งเป็นหินมาตั้งแต่ต้น ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวธีรดนย์อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของคนตัวเล็กไว้แน่น ออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาดจนธีร์ต้องเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณ
"ใครบอกคุณว่าผมจะแต่งงาน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญ คณินทร์ไม่ได้มองหน้ามินตราเลยด้วยซ้ำ สายตาคมดุของเขาจดจ้องอยู่แค่ใบเนียนใสของคนที่อยู่ในอ้อมแขน
มินตราหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มบนหน้าเกือบจะรักษาไว้ไม่อยู่ "คินน์คะ... ก็ที่เราคุยกันไว้เมื่อกี้—"
"เราไม่ได้คุยอะไรกันทั้งนั้น มินตรา" คณินทร์ตัดบทเสียงแข็งกร้าว ดวงตาคมกวาดมองเธอด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย "คุณจะพูดอะไร จะมโนอะไรไปเอง นั่นมันเรื่องของคุณ อย่าเอาผมไปผูกโยงกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง"
"คุณคินน์!" มินตรากรีดเสียงร้องออกมาด้วยความอับอายต่อหน้าพนักงานคนอื่นที่เริ่มหันมามอง "คุณกล้าหักหน้าฉันเหรอคะ!"
"ผมไม่ได้หักหน้าคุณ เพราะเราไม่เคยมีหน้าให้หักตั้งแต่แรก เชิญครับ... ถ้าไม่มีเรื่องงาน ก็เชิญออกไปจากห้องทำงานผมได้แล้ว" คณินทร์ไล่ตะردอย่างไม่ไว้หน้า สมกับฉายาคุณชายผู้ไร้หัวใจที่ทุกคนในบริษัทต่างขนานนาม
มินตรากัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง ปลายเล็บจิกเข้าหากับฝ่ามือจนเจ็บ เธอมองหน้าคณินทร์สลับกับธีร์ด้วยแววตาอาฆาต ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวทันที ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง
แต่ทว่า... ความตึงเครียดยังคงไม่จางหาย
ธีรดนย์พยายามบิดข้อมือตัวเองออกจากพันธนาการที่แน่นหนายิ่งกว่าคีมเหล็ก "ปล่อยได้แล้วมั้งครับ... เอ๊ย! ค่ะ! ปล่อยค่ะคุณคินน์ ฉันเจ็บนะ"
คณินทร์ไม่ยอมปล่อย มิหนำซ้ำเขายยังออกแรงรั้งเอวบางเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ดวงตาคมกริบก้มลงมองคนปากเก่งที่ตอนนี้เริ่มหลบสายตา "เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ... ยินดีด้วยงั้นเหรอ?"
"ก็... ก็คุณมินตราเขาประกาศชัดเจนขนาดนั้น ฉันเป็นแค่ลูกน้อง จะให้ไปตบโต๊ะบอกว่าไม่ยอมเหรอคะ?" ธีร์เชิดหน้าเถียงกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ปากเก่งนักนะ" คณินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมฉายแววคาดคั้น "หึงก็บอกว่าหึง ทำไมต้องประชด?"
"ใครหึงคะ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณคินน์ ฉันจะไปหึงคุณทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!" ธีร์รีบปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาตีรื้นบนพวงแก้มขาว
"ไม่ได้เป็นอะไรกันเหรอ..." คณินทร์ทวนคำ เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนน่ากลัว ปลายนิ้วแกร่งละจากข้อมือเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยไล้กรอบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับลืมตัว สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ธีร์สะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว "งั้นคืนนี้เรามาทำให้มัน 'เป็น' ขึ้นมาดีไหมล่ะคะ... น้องธีร์"
คำว่า 'คะ' ที่ถูกจงใจดัดเสียงล้อเลียนคำพูดของเขา ทำให้ธีรดนย์หน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน "คุณคินน์! เล่นอะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะคะ!"
"ไม่ได้เล่น... ผมจริงจัง" คณินทร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าใจหาย "คืนนี้บริษัทเรามีงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จโปรเจกต์ใหญ่... และคุณในฐานะผู้ช่วยมือขวา ต้องอยู่ร่วมงานกับผมจนหยดสุดท้าย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะนี่คือคำสั่ง"
พูดจบ คณินทร์ก็ผละออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้ธีร์ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่กลางห้องด้วยความงุนงงระคนหงุดหงิด
งานเลี้ยงฉลองบริษัทจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในห้องบอลroomหรูหราของโรงแรมชื่อดัง แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์สะท้อนกับชุดสูทและชุดราตรีของพนักงานนับร้อยชีวิต เสียงเพลงคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงพูดคุยจอแจ แต่สำหรับธีรดนย์แล้ว งานเลี้ยงครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังเดินอยู่กลางสนามรบมากกว่ามาสนุกสนาน
ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา คณินทร์ก็ทำตัวราวกับจงใจประกาศความเป็นเจ้าของ สายตาคมกริบคู่นั้นคอยจับจ้องมองตามทุกฝีก้าว ไม่ยอมปล่อยให้เขาคลาดสายตา แถมยังคอยกันท่าบรรดาหนุ่มๆ สาวๆ ออฟฟิศที่พยายามเดินเข้ามาชนแก้วกับธีร์ด้วยรอยยิ้มพิฆาต จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หนุ่มหน้าใสคนนี้อีกเลย
"คุณคินน์คะ เลิกมองฉันแบบนี้สักทีได้ไหม คนอื่นมองกันใหญ่แล้วนะ" ธีร์กระซิบกระซาบขณะเดินเข้าไปใกล้เจ้านายหนุ่มที่นั่งจิบไวน์เงียบๆ อยู่มุมห้อง
"ให้มองก็ดีแล้ว คนอื่นจะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของพื้นที่ตรงนี้" คณินทร์ตอบหน้าตายโดยไม่ละสายตาออกจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อ่อนๆ
"ใครเป็นเจ้าของไม่ทราบ ฉันยังโสดและสวย— เอ๊ย หล่อมากค่ะ!"
คณินทร์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาให้เห็น ร่างสูงวางแก้วไวน์ในมือลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดี ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวกระซิบข้างหูคนปากเก่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ปากดีแบบนี้... สงสัยต้องหาอะไรมาปิดปากสักหน่อยแล้วล่ะ"
ธีร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องจัดเลี้ยงที่ค่อนข้างลับตาคน คณินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งกั้นขอบผนังไว้ ขังคนตัวเล็กให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ บนตัวคณินทร์ทำให้ธีร์สติกระเจิง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้เขาพูดไม่ออก ได้แต่เงยหน้าสบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับด้วยประกายความต้องการบางอย่างที่ปิดไม่มิด
"คุณคินน์... จะทำอะไร ที่นี่คนเยอะนะ..." เสียงหวานสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
"กลัวเหรอคะ... หืม?" คณินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ ปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนธีร์ต้องหลับตาปี๋ด้วยความหวั่นไหว
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้ประทับลงบนกลีบปากนุ่มตามใจปรารถนา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูนั้นลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
คณินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาผละออกจากตัวธีร์อย่างเสียดาย ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูกล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียด "มีอะไร..."
แต่เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาจากลำโพง แม้จะเบาหูแต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ทั้งคณินทร์และธีรดนย์ต้องชะงักงัน
*(คุณคินน์คะ... รีบมาที่ห้องรับรองด่วนเลยค่ะ ตอนนี้มินกำลังคุยกับท่านประธานเรื่องคุณใหม่อยู่... ถ้าไม่อยากให้เรื่องแต่งงานของเรากลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้า รีบมาซะนะคะ)*
คณินทร์หน้าตึงขึ้นทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาวางสายทันทีโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลา แล้วหันขวับมามองหน้าธีรดนย์ที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น
"ธีร์... รอผมตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด" คณินทร์สั่งเสียงเข้มด้วยความร้อนรน ก่อนจะหมุนตัวก้าวฉับๆ เดินหายเข้าไปในความมืดของทางเดินชั้นวีไอพีทันที
ธีรดนย์ยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพัง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ ในอก รอยยิ้มเยาะหยันตัวเองผุดขึ้นมาบนมุมปากช้าๆ
ก็บอกแล้วไง... ว่าคนอย่างคณินทร์ ไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงาของอดีตได้หรอก
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ธีร์กำลังจะหันหลังเดินกลับเข้างาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือปริศนาที่เอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาอย่างแรงก่อนที่ผ้าเช็ดหน้าชุ่มยาบางอย่างจะถูกกดปิดลงมาที่จมูกและปากของเขาอย่างไร้ความปรานี!
โลกทั้งใบหมุนคว้าง ปฏิกิริยาต่อต้านหยุดชะงักลงในพริบตา... และสติสัมปชัญญะของธีรดนย์ก็ดับวูบลงในอ้อมแขนของคนแปลกหน้า!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" เสมอมานะคะ!
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 12
กับดักของคินน์
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!