"ถ้าคุณคิดว่าการพาผู้หญิงคนนี้เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว แล้วทำเป็นลืมว่าฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้จะทำให้ฉันรู้สึกอะไรล่ะก็... บอกไว้เลยนะคะว่าคุณประเมินฉันต่ำเกินไปแล้ว คุณคินน์"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและกรุ่นโกรธดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดลงอย่างไร้เสียง มินตราไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาคมกริบที่วัดรอยเท้าใส่เลยสักนิด เธอทอดน่องเข้ามาด้วยท่าทางของเจ้าของพื้นที่ รอยยิ้มเคลือบยาพิษนั่นตวัดมองธีร์ที่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกสมเพชแกมเยาะเย้ย
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่รอยยิ้มของมินตรา... มันคือความเงียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของคณินทร์ต่างหาก
คินน์ยังคงยืนนิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ดวงตาคู่คมกวาดมองระหว่างมินตรากับธีร์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความตกใจระคนหัวเสียแบบเมื่อครู่แล้ว แต่มันคือความอึดอัดระเบิดระเบิดที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นพายุลูกใหญ่ในอก
"มินตรา คุณมาทำไมที่นี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทจนน่ากลัว แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"ทำไมเหรอคะ? พูดจาใจร้ายจังนะคินน์ ฉันเป็นคู่หมั้น... อ้อ, อดีตคู่หมั้นของคุณนะ จะมาหาว่าที่สามีเก่าสักหน่อยไม่ได้หรือไงคะ" มินตราจงใจเน้นคำว่า 'คู่หมั้น' พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้คินน์ มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างถือวิสาสะ แต่ถูกปัดออกอย่างไร้เยื่อใยด้วยหลังมือของชายหนุ่ม
คินน์ถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบตึง "อย่าล้ำเส้น มินตรา เราเคลียร์กันจบไปนานแล้ว และผมไม่มีวันกลับไปจุดนั้นอีก"
"จบเหรอคะ? แต่คุณแม่ของคุณไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะคินน์ ท่านเพิ่งโทรหาฉันเมื่อเช้านี้เอง... บอกว่าอยากให้เราไปทานข้าวด้วยกัน" มินตราลอยหน้าลอยตาพูด พร้อมกับชำเลืองหางตามาทางธีร์ที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ "และท่านก็คงไม่ปลื้มแน่ๆ ถ้าเห็นว่าลูกชายคนโปรดกำลังเอาเวลามาคลุกคลีอยู่กับ... เด็กกะโปโลที่ไหนก็ไม่รู้ ไร้หัวนอนปลายเท้า"
"หยุดพูดจาทุเรศๆ แบบนี้เถอะค่ะ"
เสียงใสๆ ที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้นัยน์ตาคมของคินน์วาวโรจน์ขึ้นทันที ธีร์ก้าวออกมาจากมุมโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้น ตอนนี้กลับมีประกายหยาดน้ำใสคลอหน่วยด้วยความคับแค้นใจ แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับเหยียดยิ้มหยันได้อย่างเจ็บแสบ
"ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างฉันเนี่ยแหละค่ะ ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ในขณะที่คุณต้องมาคอยเดินตามตื๊อเขาเป็นหมาหางตกอยู่ได้ทุกวัน!" ธีร์หันไปเผชิญหน้ากับมินตราเต็มตัว ไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย "ถ้ามีความละอายใจหลงเหลืออยู่บ้าง ช่วยกรุณาถอนสายตาแล้วไสมือไสตีนออกไปจากห้องนี้เถอะค่ะ ไม่มีใครเขาต้อนรับคุณหรอก นอกจากความหน้าด้านของคุณเอง"
"กรี๊ด! นิมันปากดีเกินไปแล้วนะ!" มินตราหน้าเสีย ปรี่เข้ามาหมายจะงלבตบสั่งสอน แต่มีหรือที่คนอย่างธีร์จะยอมยืนเป็นกระสอบทรายให้
"ถ้ากล้าแตะฉันแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและประจานให้บริษัทสะเทือนเลือนลั่นแน่!" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดจนมินตราต้องชะงักฝีเท้า ปลายนิ้วที่ยกขึ้นสั่นระริกด้วยความแค้น
"ธีร์ พอได้แล้ว!"
เสียงคำรามต่ำจากคินน์ดังขึ้นขัดจังหวะ ร่างสูงก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสอง ดวงตาคู่คมตวัดมองนายเอกของเขาด้วยความเกรี้ยวกราดไม่แพ้กัน "ใครอนุญาตให้เธอใช้น้ำเสียงแบบนั้นพูดจาหยาบคายใส่แขกของฉัน!"
คำพูดนั้น... เหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของธีร์
ดวงตาที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำสะท้อนความเจ็บปวดออกมาชัดเจน ธีร์หัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง
"อ๋อ... แขกเหรอคะ?" ธีร์ทวนคำ ช้อนตามองผู้ชายใจร้ายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่พังทลาย "ใช่สิ ฉันมันก็เป็นแค่ลูกจ้าง เป็นแค่คนไร้ค่าในสายตาคุณนี่นา อยากจะไล่ก็ไล่ อยากจะด่าก็ด่า แถมพอผู้หญิงคนนี้โผล่มา คุณก็พร้อมจะปกป้องหล่อนโดยที่ไม่สนเลยว่าฉันรู้สึกยังไง!"
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..." คินน์ชะงัก สีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของอีกฝ่าย มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กมาจับ "ธีร์ ฟังฉันก่อน..."
"อย่ามาจับฉัน!" ธีร์สะบัดแขนออกสุดแรง เกิดเสียงเนื้อกระทบกันเบื้องล่างความเงียบ ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานนับเดือนระเบิดออกมาเป็นน้ำตาหยดแรกที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือ "คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุดเลยคินน์! ปากก็บอกว่าเกลียดฉัน ปากก็บอกว่ารำคาญฉัน แต่ก็ทำตัวเหมือนหวงก้าง คอยตามกวนใจ คอยผูกมัดฉันไว้กับความสัมพันธ์บ้าๆ นี่... พอถึงเวลาที่มีตัวจริงโผล่มา คุณก็เลือกที่จะผลักไสฉันให้ออกไปยืนอยู่ในจุดที่น่าสมเพชที่สุด!"
"ธีรดนย์!" คินน์ตะคอกกลับด้วยความโมโหที่ถูกจี้ใจดำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความอัดอั้นตันใจ "เธอรู้อะไรบ้างวะ! เธอรู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันต้องแบกรับไว้บ้างไหม!"
"ฉันไม่จำเป็นต้องรู้!" ธีร์ตะโกนกลับเสียงดังลั่นห้อง น้ำตารินไหลอาบแก้มแต่แววตายังคงดื้อรั้นและแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ "รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันเกลียดคุณ! เกลียดผู้ชายปากร้าย นิสัยเสีย เอาแต่ใจตัวเองคนนี้ที่สุดเลย!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงในทันที มินตราที่ยืนมองอยู่มุมห้องถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่เคยเห็นคุณชายคินน์ผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาคนนี้ถูกตะคอกใส่จนหน้าเสียมาก่อน
คินน์ยืนนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึกเมื่อได้ยินคำว่า 'เกลียด' จากปากของคนที่เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ แม้ว่าวิธีมันจะงี่เง่าและปากไม่ตรงกับใจแค่ไหนก็ตาม
ความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก แต่วิธีการแสดงออกของคนปากแข็งอย่างคินน์ กลับกลเป็นการสร้างเกราะกำบังที่แหลมคมขึ้นมาแทน
"ดี..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกถูกสวมทับลงไปใหม่เพื่อปกปิดความร้าวรานข้างใน "ถ้าเธอคิดว่าฉันมันเห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจขนาดนั้น... ก็เชิญไสหัวออกไปจากชีวิตฉันตอนนี้เลยสิ!"
ธีร์สะอึก เฮือกใหญ่ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตมองหน้าคินน์อย่างไม่เชื่อสายตา
"ได้..." ธีร์พยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มเยาะเย้ยตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย "จำคำนี้ไว้ให้ดีนะคะคุณคินน์... เพราะต่อจากนี้ ต่อให้คุณมาคุกเข่าขอร้อง ฉันก็จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแน่นอน!"
พูดจบ ธีร์ก็หมุนตัววิ่งหนีออกไปจากห้องทำงานทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนใจร้ายข้างหลัง
"ธีร์!"
คินน์ตะโกนเรียกสุดเสียง ร่างสูงก้าวพรวดตามไปหมายจะคว้าตัวไว้ แต่มินตรากลับเอื้อมมือมาคว้าแขนเขา1ไวเสียก่อน
"คินน์คะ จะตามเด็กนั่นไปทำไม ปล่อยให้มันไป..."
"หุบปาก!" คินน์สะบัดแขนหลุดจากมินตราอย่างแรง ดวงตาดุดจدพญามราชวาวโรจน์จนมินตราผถอยหลังกรูดด้วยความกลัว "ถ้าคุณยังไม่อยากออกไปจากบริษัทนี้สภาพไม่สวย... ก็ไสหัวออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้!"
มินตราหน้าซีดเผือด รีบหันหลังเดินจ้ำอخرجจากห้องไปอย่างลิบลี้ ทิ้งให้คินน์ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าและความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบแหลกสลาย
เขายืนนิ่งอยู่กลางห้อง มองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของธีร์ สมุดบันทึกเล่มเล็กที่เจ้าตัวชอบลืมไว้ และปากกาแท่งโปรด... ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ยกเว้นเจ้าของรอยยิ้มแสนดื้อรั้นคนนั้น
คินน์ยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย ความรู้สึกผิดและความกลัวที่จะสูญเสียกำลังกัดกินหัวใจเขาจนแทบบ้า
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะวิ่งตามออกไปนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น... *กริ๊ง!*
คินน์ชะงักฝีเท้า หันขวับกลับไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความสลัวของห้องทำงานที่ม่านยังปิดอยู่
ชื่อผู้ส่งข้อความทำเอาเลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบลงในพริบตา... มันไม่ใช่ข้อความจากธีร์ แต่เป็นข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับรูปถ่ายใบเสร็จการจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินด่วนปลายทางต่างประเทศ... และชื่อผู้โดยสารบนนั้น คือ "ธีรดนย์"
ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เด้งตามมาติดๆ
*[คุณคินน์คะ... น้องธีร์มาเช็คอินที่สนามบินแล้วนะคะ ท่าทางเหมือนจะไม่กลับมาอีกแล้วล่ะค่ะ]*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะยังไม่โกรธคุณชายซึนของเราน้า (ถึงจะน่าหยิกแค่ไหนก็ตาม!) แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 31
พายุอารมณ์
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!