กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาที่ลอยอวลเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ให้ความรู้สึกหรูหราน่าหลงใหลเลยสักนิด สำหรับฉันแล้ว มันคือกลิ่นอายของความน่ารำคาญที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างประณีต
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็รุ่นพี่ธีร์นี่เองค่ะ ยืนใกล้คุณคินน์เสียชิดขนาดนั้น เกือบเข้าใจผิดคิดว่ากำลังตรวจงานกันบนโต๊ะซะอีกนะคะ"
เสียงหวานใสที่จงใจลากเสียงยาวอย่างเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองสภาพของเราสองคนที่ยังยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น รอยยิ้มเคลือบยาพิษที่ประดับอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีพีชนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนฉันต้องเผลอกัดกรามกรวด
มินตรา... ผู้หญิงที่หน้าตาถอดแบบมาจากฉันราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความพยายามที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทุกอย่างที่ขวางหน้า
ฉันค่อยๆ ขยับถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างเนิบนาบ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้ในใจจะเริ่มคุกรุ่นด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดติดขึ้นมาง่ายดาย "ถ้าสายตาสั้นจนแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือการตรวจงานกับอันไหนคือการยืนคุยธรรมดา แนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะคะคุณมินตรา เงินเดือนคุณคินน์น่าจะพอจ่ายค่าตัดแว่นแพงๆ ให้ได้อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แหละเนอะ"
"อุ๊ย! ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะรุ่นพี่" มินตราหัวเราะคิกคักในลำคอ ทว่าดวงตากลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้สนใจฉันแม้แต่น้อยก่อนจะเบนสายตาไปหาเจ้าของห้องที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างฉัน "คุณคินน์คะ มินตราเอาแฟ้มโปรเจกต์รีสอร์ตมาให้เซ็นค่ะ พอดีคุณพ่อบอกว่าอยากให้คุณคินน์ช่วยดูเป็นกรณีพิเศษ... แบบว่า คนกันเองน่าจะคุยกันง่ายกว่าคนนอกเนอะคะ"
คำว่า 'คนกันเอง' ถูกเน้นเสียงเสียชัดเจนจนฉันเกือบจะกลอกตามองบนให้หลุดวงโคจร ทว่าก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากพ่นคำแสบสันใส่หน้าอดีตคู่หมั้นจอมzusแสนน่ารำคาญคนนี้ เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"วางไว้ตรงนั้น แล้วก็ออกไปได้แล้วมินตรา ผมยุ่งอยู่"
คินน์เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบมองแฟ้มในมือเธอนิ่งสนิทโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าคนเอามาส่ง ทว่าท่าทีเย็นชาแบบฉบับคุณชายซึนปากร้ายกลับไม่ได้ทำให้มินตราสะิสะท้านเลยสักนิด เธอกลับระบายยิ้มหวานหยดย้อยเข้าไปอีก เดินนิ่มนวลเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนเกือบจะเบียดไหล่คินน์
"แหม คุณคินน์ก็... งานยุ่งแค่ไหน มินตราก็รู้ว่าคุณคินน์แบ่งเวลาให้มินตราได้เสมอนี่คะ จริงไหมเอ่ย?" เธอยื่นมือเรียวไปแตะแขนเสื้อสูทของเขาอย่างถือวิสาสะ
ฉันยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก มันไม่ใช่ความหึงหวงแบบไร้เหตุผล แต่มันคือความกระžอากกระอ่วนใจที่บอกไม่ถูก คินน์ขยับตัวหลบสัมผัสนั้นทันทีอย่างรังเกียจ ใบหล่อเหลาบึ้งตึงลงจนน่ากลัว เขากวาดตามองเธอด้วยแววตาที่คมกราบราวกับใบมีด
"ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะมินตรา ว่าที่นี่ที่ทำงาน กรุณาให้เกียรติสถานที่และให้เกียรติคนอื่นด้วย" คินน์เน้นเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางระหว่างมินตรากับโต๊ะทำงานของฉันโดยอัตโนมัติ ราวกับต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวไม่ให้ใครหน้าไหนล้ำเส้นเข้ามาอีก "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเด็กไร้สาระสักที ผมกับคุณเราจบกันไปนานแล้ว"
มินตราหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกเกร็ง ทว่าไม่นานเธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยหันกลับมามองฉันด้วยแววตาร้ายกาจขึ้นกว่าเดิม
"ค่ะ... อาจจะจบไปแล้วสำหรับสถานะเดิม แต่เรื่องธุรกิจระหว่างครอบครัวเรา มันไม่มีวันจบง่ายๆ หรอกนะคะคุณคินน์" เธอยักไหล่อย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะหันมาส่งยิ้มพิมพ์ใจให้ฉัน "งั้นมินตราไม่กวนเวลา 'ทำงาน' ของรุ่นพี่กับคุณคินน์แล้วนะคะ เชิญตามสบายค่ะ"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินน่องเรียวออกไปจากห้องอย่างมั่นอกมั่นใจ ทิ้งกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกให้ลอยวนอยู่ในอากาศชวนเวียนหัว
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับอึมครึมจนหายใจแทบไม่ออก ฉันยืนกอดอกมองเอกสารในมือตัวเองนิ่งๆ ไม่ยอมสบตากับคนตัวสูงที่ยืนอยู่ใกล้กัน ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินความรู้สึกอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งมือหนายื่นเข้ามาดึงแฟ้มงานออกจากมือฉันไปวางไว้บนโต๊ะ
"ยืนบื้ออะไรอยู่ เหนื่อยนักหรือไง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงยังคงห้วนจัดตามนิสัยเดิม
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสร้งทำเป็นยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองหมั่นไส้ "ก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอกค่ะ แค่รู้สึกว่าห้องคุณนี่เนื้อหอมจังเลยเนอะ มีทั้งแฟนเก่าหน้าตาเหมือนฉันแวะเวียนมาหาไม่เว้นแต่ละวัน แบบนี้ฉันชักจะไม่แน่ใจแล้วสิคะว่าตัวเองเป็น 'เพื่อนสนิท' หรือเป็นแค่ 'คนรู้จัก' ที่ผ่านทางมาแก้ขัดกันแน่"
คินน์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม เขาขยับเข้ามาใกล้จนฉันต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผงอกกว้างกั้นขวางทางหนีไว้ทุก Alleys จนแทบไม่มีอากาศหายใจ
"อยากรู้เหรอว่าเธอเป็นอะไรสำหรับฉัน..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูจนขนลุกซู่ "ถ้ายังพูดจาประชดประชันแบบนี้อีกทีเดียว ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด... ธีรดนย์"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ นัยน์ตาคมกริบของเขาที่มองมาเต็มไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมานิยาม และก่อนที่ฉันจะได้ทันตั้งตัวหรืออ้าปากเถียงกลับ ทันใดนั้น...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสتيกใจ ตามด้วยการผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้
"คินน์ลูก... แม่แวะเอาของโปรดมาให้... อ้าว หนูธีร์ก็อยู่ด้วยเหรอจ๊ะ ดีเลย แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยพอดี"
ร่างของท่านผู้หญิงอรวีร์ มารดาบังเกิดเกล้าของคุณชายซึนก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้คินน์ถึงกับหน้าถอดสี ส่วนฉัน... ได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับประโยคถัดมาที่แม่ของเขากำลังจะเอ่ย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของพี่คินน์นะคะ!
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 10
เพื่อน (สนิท) หรือแค่คนรู้จัก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!