“รหัสผ่านห้องชุดหรูราคาแปดหลัก... เปลี่ยนเมื่อไหร่คะคินน์ ถึงได้กดสามรอบแล้วหน้าจอขึ้นสีแดงแป๊ดแบบนี้”
เสียงแหลมสูงที่เจือความเย่อหยิ่งจงใจลอยมาปะทะโสตประสาททันทีที่ประตูห้องเปิดอ้าออก มินตราก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของคณินทร์ราวกับเธอเป็นเจ้าของพื้นที่ หล่อนอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้ดูโดดเด่น ทว่าในสายตาของฉัน—ธีรดนย์ ซึ่งยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้วยชุดนอนลายทางย้วยๆ ภาพนี้มันช่างน่าหงุดหงิดเสียจนอยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนี้ปาใส่หัวผู้หญิงหน้าด้านคนนี้เสียจริง
ให้ตายเถอะ นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย!
ฉันเพิ่งจะตื่นจากภวังค์ความงัวเงียเพราะเสียงกดออดรัวเป็นชุด แล้วยังไม่ทันได้ล้างหน้าแปรงฟัน มินตราก็ถือวิสาสะกดรหัสเก่าที่ตัวเธอเองคงจำฝังใจผลักประตูเข้ามาซะแล้ว และที่แย่ไปกว่านั้นคือ คุณชายซึนปากร้ายเจ้าของห้องดันยืนอยู่ห่างจากฉันไม่ถึงคืบ เพราะเราเพิ่งจะแย่งกาแฟแก้วสุดท้ายกันเมื่อสองนาทีที่แล้ว
“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา”
น้ำเสียงของคณินทร์ต่ำทุบและเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องนั่งเล่นลดฮวบลงไปหลายองศา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงที่ยืนลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้ามาในห้องด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“โธ่คินน์... มินก็แค่วิตกจริต กลัวว่าคุณจะเหงาตอนไม่มีมินต่างหากล่ะคะ” มินตราตีสีหน้าเศร้าสร้อยแบบนางเอกละครหลังข่าวได้อย่างแนบเนียน หล่อนปรายตามามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจิกกัด “อุ๊ย... ตายจริง นี่มี ‘แขก’ ค้างที่นี่ด้วยเหรอคะเนี่ย หน้าตาคุ้นๆ นะคะ เหมือนเคยเห็นที่ออฟฟิศ... หรือว่าคุณคินน์จะตกต่ำลง รสนิยมเปลี่ยนมาคบเด็กฝึกงานแก้เหงาซะแล้ว”
ฉันแค่น้ำลายเหนียวๆ ติดคอ อยากจะสวนกลับด้วยประโยคเจ็บๆ สักสิบรอบ แต่คณินทร์กลับขยับตัวเข้ามาบังหน้าฉันไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเขาทำหน้าที่เป็นโล่กำบังสายตาไร้มารยาทของมินตราได้อย่างมิดชิด ทว่าคำพูดที่หลุดออกจากปากคุณชายซึนคนนี้... มันช่างน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง!
“รสนิยมฉันจะต่ำหรือสูง มันก็เรื่องของฉัน” คณินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ “แต่ที่แน่ๆ คนไร้มารยาทที่บุกรุกเข้ามาในห้องคนอื่นอย่างไร้กาลเทศะอย่างเธอ... มันต่ำตมจนฉันไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ ออกไปจากห้องฉันซะ มินตรา ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาลากตัวเธอออกไป”
“คินน์!” มินตรากรีดเสียงร้องด้วยความตกใจและไม่คาดคิด หล่อนหน้าเสียไปถนัดตาเมื่อเจอความใจร้ายของอดีตแฟนหนุ่มเสิร์ฟใส่แบบตรงไปตรงมา “คุณกลไลไล่มินเหรอคะ เราเคย... เคย—”
“เคยคบกัน แต่ตอนนี้จบไปนานแล้ว และถ้าเธอสมองปลาทองจำไม่ได้ ฉันเตือนให้ก็ได้ว่าคนที่เป็นฝ่ายบอกเลิกและทิ้งฉันไปคือกี่ปีแสงที่แล้วกันแน่” คณินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในพื้นที่ๆ เธอไม่มีสิทธิ์ มินตรา ฉันหมดความอดทนกับความหน้าด้านของเธอมามากพอแล้ว”
ฉันที่ยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างนั้น แอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน ยอมรับเลยว่าในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันมันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ประโยคเมื่อครู่... แม้จะเจือไปด้วยความโมโหจัด แต่มันก็สะท้อนชัดเจนว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้ปกป้องฉันจากคำดูถูกของแฟนเก่าอย่างเต็มใจ
แต่มีหรือที่คนอย่างคณินทร์จะยอมรับความอ่อนโยนของตัวเองตรงๆ?
พอไล่มินตราออกไปได้สำเร็จ (ด้วยการที่หล่อนยอมถอยทัพออกไปพร้อมน้ำตาคลอเบ้าและเสียงกรีดร้องด้วยความอับอาย) บรรยากาศภายในห้องก็กลับมาเงียบกริบอีกครั้ง ทว่าความอึดอัดระลอกใหม่กลับพุ่งทะยานขึ้นสูงเสียยิ่งกว่าเดิม
ฉันยืนกอดอก มองผู้ชายที่กำลังยืนหันหลังให้อย่างเคืองๆ พลางกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ “Ego สูงจนล้นห้องขนาดนี้ ระวังฝ้าเพดานจะพังลงมาทับหัวเอาบ่อยๆ นะคะคุณคินน์”
คณินทร์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินเข้าห้องครัว เขาหมุนตัวกลับมามองฉันด้วยหางตา ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์ แต่หูทั้งสองข้างของเขากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าสงสัย—ให้ตายเถอะ นี่เขาเขินหรือแค่เลือดลมสูบฉีดผิดปกติกันแน่?
“เธอพูดมากไปแล้วนะธีรดนย์” เขาเอ่ยเสียงห้วนจัด เดินดุ่มๆ เข้ามาประชิดตัวฉันจนฉันต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ “แล้วก็นะ หัดแต่งตัวให้มันมิดชิดกว่านี้หน่อย ชุดนอนอะไรของเธอ ลายทางแบบนี้มันทุเรศลูกตาเป็นบ้า รู้ตัวไหมว่ายืนอยู่ต่อหน้าผู้ชายอันตรายน่ะ”
“อ๋อเหรอคะ?” ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกราบกรานมองตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวยกขึ้นกอดอกแน่นกว่าเดิมเพื่อท้าทาย “ผู้ชายอันตรายที่ไหนกันคะ ยืนปากจัดอยู่ได้ ไม่เห็นจะมีพิษภัยอะไรตรงไหนเลย... หรือที่พูดนี่เพราะกลัวใจตัวเองคะคุณชาย?”
ดวงตาคมกริบของคณินทร์วาวโรจน์ขึ้นในทันที เขายื่นมือหนามาวางทาบลงบนผนังด้านข้างศีรษะของฉัน กักขังร่างฉันไว้ในอาณาเขตของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของฉันจนหัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองเพล
“ปากดีนักนะ...” เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำลงและแหบพร่าจนน่ากลัว “คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอหรือไง หื้ม?”
ฉันกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการสั่นไหวให้เขาเห็น ปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะยิ้มหวานเยาะ “ก็ลองดูสิคะ... ถ้ากล้าพอก็—”
กริ๊งงงงง!
เสียงกริ่งหน้าห้องดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียดในระยะประชิดนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ คณินทร์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ส่วนฉันก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก (ที่ผสมความเสียดายลึกๆ แบบไม่น่าให้อภัยตัวเอง)
คุณชายซึนถอนใบหน้าออกห่างด้วยความหงุดหงิด เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน “เดี๋ยวฉันมา อย่าเพิ่งหนีไปไหนล่ะ ยัยตัวแสบ”
เขาหันหลังเดินไปที่ประตูหน้าด้วยสีหน้าถมึงทึง พร้อมกับกระชากประตูเปิดออกอย่างไร้ความปรานี โดยไม่รู้เลยว่า... แขกผู้มาเยือนในยามวิกาลคนนี้ ไม่ได้มาเพื่อสร้างความรำคาญเหมือนผู้หญิงคนก่อนหน้า
แต่เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ที่กำลังจะพัดพาความลับทั้งหมดในอดีตของเขาให้พังทลายลงในพริบตาเดียว!
“สวัสดีค่ะคุณคินน์... จำฉันได้ไหมคะ?”
เสียงหวานใสที่เอ่ยทักทายขึ้น ทำให้ร่างสูงของคณินทร์แข็งค้างไปทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าของเขาซีดเผือกราวกับคนเห็นผี
และเมื่อฉันชะโงกหน้ามองผ่านไหล่กว้างของเขาออกไปมองผู้หญิงแปลกหน้าที่ยืนยันตัวตนอยู่หน้าห้อง... หัวใจของฉันก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เพราะผู้หญิงคนนั้น... หน้าตาเหมือนกับฉันไม่มีผิดเพี้ยน!
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน!
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 8
ปากร้ายแต่ใจสั่น
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!