กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 28

ความสุขที่สั้นเกินไป

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
จังหวะการหายใจของคินน์สะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยประกายความสุขเมื่อครู่ กลับแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดในมือหนาสั่นครืดคราดติดต่อกันจนปลายนิ้วที่กำมันไว้แน่นเริ่มซีดขาว ธีร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่น สังเกตเห็นความผิดปกติวิสัยนั้นได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มพึงใจจากการปะทะคารมเมื่อครู่เลือนหายไปจากริมฝีปากบางทันที ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาสองคนในเสี้ยววินาที "คินน์..." ธีร์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่ลดความกวนประสาทลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่สบายใจ "หน้าคุณซีดเป็นไก่ต้มแล้วนะ นั่นใครโทรมา... หน้าตาเหมือนคนเพิ่งรู้ว่าหุ้นที่ซื้อกำลังจะล้มละลายเลย" คำแซะที่ปกติควรเรียกเสียงฮึดฮัดจากคนปากแข็ง กลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาโต้ตอบ คินน์ไม่แม้แต่จะชายตากลบเกลื่อนด้วยคำพูดกวนประสาทเหมือนเคย เปลือกตาสั่นระริกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกดรับสาย น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจกลับแห้งผากจนน่าใจหาย "ครับ... แม่" คำว่า 'แม่' หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ธีร์ชะงักกึก บรรยากาศรอบตัวคินน์ดิ่งฮวบลงจนสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของความเครียดที่แผ่ซ่านออกมา ครอบครัวฝั่งคินน์... คำนี้ไม่เคยนำพาความสงบสุขมาให้คุณชายตระกูลดังผู้นี้เลยสักครั้ง และธีร์ก็รู้ดีว่าทุกครั้งที่มีสายเรียกเข้าจากบ้านใหญ่ มันมักจะมาพร้อมกับพายุลูกใหญ่เสมอ "เกิดอะไรขึ้นคะ... เอ๊ย หมายถึง..." ธีร์เผลอหลุดปากถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกระด้างเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ฉันหมายความว่า... นายเป็นอะไร หน้าตาดูไม่ได้เลย เอาโทรศัพท์มานี่ซิ ฉันจะช่วยฟังให้เอง เผื่อแม่นายจะโทรมาบ่นเรื่องน่าเบื่ออะไรอีก" มือเรียวยื่นออกไปหมายจะคว้าสมาร์ตโฟนเครื่องนั้น แต่คินน์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วแกร่งกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย หน้าจอสีดำสนิทสะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดของเขาที่ดูราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ "ไม่ต้องยุ่งเรื่องของฉันน่า ธีร์" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปกติ แต่มันกลับสั่นพร่าจนคนฟังจับพิรุธได้ทันที ดวงตาคมที่มักจะมองมาด้วยแววตาดื้อรั้นและเจ้าเล่ห์ ตอนนี้กลับหลบตา ปิดกั้น และซ่อนเร้นความเปราะบางไว้อย่างมิดชิด "ไม่ต้องยุ่ง?" ธีร์ทวนคำเสียงสูง ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นมาแทนที่ความกังวลชั่วขณะ เมื่อเห็นท่าทีผลักไสที่คุ้นเคย "นี่คุณ! เราเพิ่งจะ... เอ่อ นั่งคุยกันดีๆ อยู่แท้ๆ พ่อคุณเกิดผีเข้าอะไรขึ้นมา อยู่ๆ ก็ทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวีอกหักรักคุดซะงั้น ถ้ารักษาภาพลักษณ์คุณชายซึนไม่ได้ ก็เลิกทำเถอะค่ะ มันน่ารำคาญ!" "ฉันบอกว่าไม่มีอะไรไง!" คินน์ตวาดกลับเสียงกร้าว เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงนั้นไม่ได้เจือความหยอกล้อหรือความกวนประสาท แต่มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นและแรงกดดันมหาศาลที่เขาแบกรับไว้คนเดียว ดวงตาคมหันกลับมามองธีร์ด้วยแววตาที่ไหววับ ชั่วขณะหนึ่งธีร์เห็นร่องรอยของความหวาดกลัวซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น... ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองสูงลิ่วคนนี้ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว แต่กลับไม่ได้ช่วยคลายความร้อนรุ่มในอกของคนทั้งคู่ได้เลย ธีร์เม้มริมฝีปากแน่น ความพยายามที่จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา เมื่อเห็นไหล่กว้างของคนตรงหน้าห่อลงเล็กน้อย คินน์ยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ ก่อนจะหลับตาลงพ่นลมหายใจยาวเหยียดเพื่อตั้งสติ แต่ดูเหมือนว่าสติที่เขากำลังพยายามรวบรวมกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า "ตระกูลฉันกำลังจะมีปัญหาใหญ่..." ในที่สุด คินน์ก็ยอมเปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ "ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ... แต่มันคือเรื่องของ 'ทางเลือก' ที่ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่เกิด" หัวใจของธีร์กระตุกวูบ คำว่า 'ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก' ทำให้เขานึกถึงยัยมินตรา แฟนเก่าตัวแสบที่เพิ่งจะกลับมาประกาศสงครามประสาทเมื่อไม่กี่วันก่อน หรือบางที... อาจจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น เรื่องที่เกี่ยวพันกับหน้าตาทางสังคมและการคลุมถุงชนที่คนรวยเขาทำกัน "หมายความว่ายังไงคะ" ธีร์ถามเสียงแผ่ว ความแข็งกระด้างเมื่อครู่ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความกังวลที่เริ่มเกาะกินหัวใจ "ทางเลือกอะไร... ที่ทำให้คุณทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แบบนี้" "แม่บอกว่า... ฉันต้องกลับไปจัดการเรื่องหมั้นหมายให้เรียบร้อยภายในสิ้นเดือนนี้" คินน์ลืมตาขึ้นมองหน้าธีร์ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ท่านนัดหมายผู้หญิงคนนั้นไว้แล้ว... คนที่เหมาะสม คู่ควร และเป็นใบเบิกทางให้ตระกูลเราก้าวไปข้างหน้า" เพล้ง! ราวกับมีแก้วใสใบใหญ่แตกละเอียดอยู่ในอกของธีร์ ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วร่าง แม้จะพอเดาได้ว่าชีวิตของคุณชายตระกูลดังคงไม่พ้นเรื่องการแต่งงานทางธุรกิจ แต่วินาทีที่ได้ยินจากปากของคินน์เอง มันกลับเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างประหลาด ความสุขที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ช่างสั้นเสียเหลือเกิน สั้นเสียจนน่าขัน "อ๋อ..." ธีร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามดึงศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมาด้วยการเชิดหน้าขึ้น "เรื่องแค่นี้เอง คุณชายคินน์ผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับต้องทำหน้าเหมือนโลกจะแตกเลยเหรอคะ? ก็ไปสิคะ ไปทำหน้าที่ลูกชายที่แสนดี ไปแต่งงานกับผู้หญิงคู่ควรคนนั้น แล้วก็ปล่อยฉันให้เป็นแค่คนนอกที่บังเอิญผ่านมาซะ!" "ธีร์!" คินน์ตะคอกลั่น ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงจนโซฟาสั่นสะเทือน เขาพุ่งเข้ามาคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของธีร์ไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ "เธอพูดบ้าอะไรออกมา! คิดว่าฉันอยากไปงั้นเหรอ คิดว่าฉันอยากแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ได้รักงั้นเหรอ!" "แล้วจะให้ฉันพูดว่าอะไรล่ะคะ!" ธีร์ตวาดกลับบ้าง น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามกลั้นไว้สุดชีวิต ไม่ยอมให้ความอ่อนแอไหลออกมาประจานความโง่เขลาของตัวเอง "ในเมื่อคุณขัดคำสั่งที่บ้านไม่ได้ คุณก็ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมไม่ใช่เหรอคะ! ปล่อยฉันนะ! อย่ามาทำท่าทางเหมือนหวงก้างทั้งที่ตัวเองกำลังจะเดินไปเข้าพิธีกับคนอื่น!" "ฉันไม่แต่ง!" คินน์ตะโกนลั่นห้อง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธีร์ ประโยคประกาศิตนั้นหนักแน่นและจริงจังจนไม่มีข้อกังขา "ฉันไม่มีวันแต่งงานกับยายมินตราหรือผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น... เพราะคนเดียวที่ฉันจะแต่งด้วย มีแค่คนปากเก่ง นั่งเถียงฉันอยู่ตรงนี้คนเดียวเท่านั้น!" บรรยากาศหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที ธีร์เบิกตากว้าง อึ้งค้างกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนซึน ใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความโกรธและความน้อยใจมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความหวานที่ซัดสาดเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน คินน์หายใจหอบถี่ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ร่างสูงกำลังจะเอื้อiนเอ่ยคำพูดหวานซึ้งเพื่อขยี้หัวใจคนฟังให้จมดิ่งลงไปในหลุมพรางที่เขาสร้างขึ้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังจะก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "คินน์คะ มินตราเองค่ะ พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะ..." ร่างบางชรอนิดๆ ของมินตราในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย แต่รอยยิ้มนั้นกลับค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองมาเห็นภาพบาดตา... ภาพที่คุณชายคินน์ผู้เย็นชา กำลังยืนประชิดตัว คร่อมทับ และกุมแขนของนายธีร์ไว้ในระยะประชิดตัวชนิดที่แทบจะรวมร่างกันอยู่แล้ว! ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับแขกอีกครั้ง พร้อมกับสายตาของมินตราที่เปลี่ยนจากความตกใจกลายเป็นความเกรี้ยวกราดจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ "นี่พวกคุณ..." มินตรากรีดเสียงแหลมด้วยความเหลืออด "กำลังทำอะไรกันอยู่!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%