กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 15

หลังจากนั้นเราเป็นอะไรกัน

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของคณินทร์ดังหึ่งแข่งกับความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บรรยากาศเมื่อครู่ที่ยังอשนระอุไปด้วยไอร้อนจากริมฝีปากที่เพิ่งผละออกจากกัน กลับถูกแช่แข็งด้วยสายตาคมกริบดั่งใบมีดของคนตัวสูงที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า ธีรดนย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง มือเรียวยกขึ้นจัดปกเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นของตัวเองอย่างลิบลับ ลนลานจนเกือบทำกระดุมเม็ดบนหลุดติดมือ ให้ตายเถอะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! "มองหน้าฉันแบบนั้น หมายความว่ายังไง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ คินน์ปรายตามองคนตรงหน้าที่ตอนนี้ถอยก้นไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลังเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์ แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ใบหูข้างขวาที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นกำลังฟ้องความจริงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างสุดชีวิต "แล้วคุณ..." ธีรดนย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเค้นเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณถอยไปไกลๆ เลยนะ! เมื่อกี้มัน... มันอุบัติเหตุชัดๆ!" "อุบัติเหตุ?" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดๆ อย่างหมั่นไส้ "อุบัติเหตุบ้าบออะไร หน้าเธอพุ่งมาชนปากฉันเองว่างั้นเถอะ ธีรดนย์... หัดยอมรับความจริงซะบ้างว่าเธอก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน" "ใครตกใจไม่ทราบ!" นายเอกของเราสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงหน้าคมคายด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ "ปากเสียไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะคุณคณินทร์! คนเขามีน้ำใจช่วยแก้ปัญหาเรื่องเอกสารให้ แต่คุณกลับ... กลับฉวยโอกาสตอนเผลอต่างหาก!" "ฉวยโอกาส?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละนิด จนธีรดนย์ต้องแผ่นหลังแนบติดชั้นหนังสืออย่างไร้ทางหนี "ถ้าฉันจะฉวยโอกาสจริงๆ มันจะไม่หยุดอยู่แค่การแตะริมฝีปากหรอกนะ... อยากลองพิสูจน์ดูหน่อยไหมล่ะ ว่าฉันทำได้มากกว่านั้นแค่ไหน" คำพูดกำกวมพร้อมกับสายตาร้อนแรงที่ทอดมองลงมาทำเอาธีรดนย์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน พวงแก้มเนียนซับสีเลือดโดยอัตโนมัติ แต่วิสัยคนปากเก่งมีหรือจะยอมจำนน "คุณ... คุณมันอันตรายชะมัด!" ธีรดนย์ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้มากกว่านี้ สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นผ่านเนื้อผ้าทำให้ต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน "ถอยไปเลยนะ หลังจากนี้เราไม่มีอะไรต้องเคลียร์กันแล้ว เอกสารก็เซ็นให้แล้ว ฉันขอตัว!" ร่างเพรียวทำท่าจะมุดลอดใต้แขนแกร่งเพื่อหนีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงรั้งกลับมาให้อยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างง่ายดาย แรงปะทะทำให้ธีรดนย์เซถลาเข้าไปซบกับแผงอกกว้างอีกรอบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความอบอุ่นจากตัวเขากำลังเล่นงานสติของธีรดนย์ให้หลุดลอย "ปล่อยนะ!" "ยังพูดไม่จบ จะรีบไปไหน" คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคนฟังขนลุกซู่ "หลังจากจูบนั้น... เธอยังกล้าถามอีกเหรอว่าเราเป็นอะไรกัน" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของคนฟังอย่างจัง ธีรดนย์ชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความสับสนระคนคาดไม่ถึง สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับตื้อตันไปหมด คำว่า *'เราเป็นอะไรกัน'* วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง นี่เขากำลังหมายความว่า... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต ธีรดนย์รีบใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักอกคินน์ออกเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ในขณะที่เจ้าของห้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ดวงตาดำมืดฉายแววหงุดหงิดชัดเจนที่ถูกมารผจญมาขัดจังหวะสำคัญ "เข้ามา!" คินน์ตะโกนเสียงเข้ม ลบสีหน้าเมื่อครู่ออกแล้วกลับมาเป็นท่านประธานมาดนิ่งไร้ความรู้สึกคนเดิมในเสี้ยววินาที ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง เส้นผมยาวสลวยถูกเซ็ตมาอย่างดี ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มหวานหยด แต่แววตาที่กวาดมองมาภายในห้องกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง "คินน์คะ... มินรบกวนเวลาทำงานหรือเปล่า" มินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารทรงสวยในมือ หล่อนส่งยิ้มให้คินน์ก่อนจะปรายตามองธีรดนย์ที่ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่มุมห้องด้วยสายตาประเมินค่าและไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความหวานปนความอึดอัด กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในพริบตาเดียว ธีรดนย์ลอบถอนหายใจเบาๆ นึกขอบคุณผู้มาใหม่ในใจที่ช่วยดึงเขาออกจากสถานการณ์ชวนใจวายเมื่อครู่ แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณบางอย่างก็บอกว่าการปรากฏตัวของแฟนเก่าคนนี้ไม่ได้มาดีแน่ๆ ร่างโปร่งจึงก้าวถอยหลังเพื่อเตรียมตัวจะปลีกตัวออกจากห้องนี้เสียที "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์งานข้างนอกก่อนนะครับ" ธีรดนย์เอ่ยขึ้นเรียบๆ พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด "เ디๋ยวก่อน..." เสียงทุ้มของคินน์เอ่ยรั้งไว้ ธีรดนย์ชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองเจ้าของห้องที่ตอนนี้ใบหน้ากลับมาเรียบตึง เยชาชาดไร้ความรู้สึกอีกครั้งราวกับเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น คินน์ไม่ได้มองหน้าธีรดนย์ สายตาคมกริบของเขาเบนไปมองมินตราครู่หนึ่ง ก่อนจะย้ายกลับมาสบตาคนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "เรื่องของเรา... ยังคุยกันไม่จบ" คินน์เน้นเสียงทีละคำอย่างจงใจ "อยู่เคลียร์ให้เสร็จก่อน... แล้วค่อยไปไหน" มินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าสวยแข็งค้างไปทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งพูดออกไป ส่วนธีรดนย์... หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอกจนแทบทะลุออกมานอกอก! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%