"คุณกำลังพูดเรื่องอะไรคะทนายเอกชัย... เจ้าของร้านคนเก่า? มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อฉันได้รับช่วงต่อที่นี่มาด้วยสัญญาที่ชัดเจนแล้ว"
เสียงของพราวสั่นเครือ มือเรียวบางที่กำขอบเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนจนขึ้นข้อขาวสั่นเทาเล็กน้อย กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วกลางที่เคยปลอบประโลมใจ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บจนน่าใจหาย ซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะวางเด่นเป็นสง่าราวกับระเบิดเวลาที่รอจังหวะทำงาน
คินก้าวเข้ามาประชิดตัวพราวโดยไม่รู้ตัว มือหนาของเชฟขนมหวานวางลงบนหลังมือที่สั่นเทาของเธอเบาๆ เพื่อหยุดยั้งความสับสนนั้น ดวงตาคมเข้มที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำนิ่ง บัดนี้กลับวูบไหวด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด เขาไม่ได้หันไปมองทนายความ แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของพราวราวกับจะถ่ายทอดความมั่นคงทั้งหมดที่เขามีให้เธอ
"พราว... ใจเย็นๆ นะครับ" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยความหนักแน่นที่ทำให้คนฟังใจชื้นขึ้นมาบ้าง "ไม่ว่าเอกสารนั่นจะบอกอะไร หรืออดีตของร้านนี้จะเป็นอย่างไร ผมยังยืนอยู่ตรงนี้... ข้างๆ คุณเสมอ"
ทนายเอกชัยเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วเลื่อนซองเอกสารไปตรงหน้าพราว "ผมทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายครับ ชื่อในสัญญาฉบับนี้... คือกุญแจสำคัญว่าทำไม 'ร้านกาแฟสีชมพู' ถึงถูกส่งต่อมาถึงมือคุณพราวได้ในราคาที่แทบจะเรียกว่าการให้เปล่า"
พราวสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมหวานของมูสเค้กสตรอว์เบอร์รีที่คินเพิ่งอบเสร็จฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นที่เธอรักที่สุด แต่วินาทีนี้กลับปนเปไปกับความวิตกกังวล เธอเอื้อมมือไปหยิบซองนั้น ทว่าคินกลับกุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม
"ถ้าคุณยังไม่พร้อม เราจะวางมันไว้ก่อนก็ได้" คินกระซิบ
"ไม่ค่ะคิน... ความจริงก็คือความจริง ถ้าฉันเลือกที่จะเดินต่อ ฉันต้องรู้ว่ารากฐานของร้านนี้มาจากไหน"
พราวตัดสินใจเปิดซองเอกสารออกมา เอกสารหน้าแรกไม่ใช่สัญญาทั่วไป แต่มันคือบันทึกความจำลายมือคุ้นตาที่ถูกแนบมาด้วยภาพถ่ายใบเก่า... ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ในร้านนี้ เคียงข้างกับชายหนุ่มที่เธอดูออกทันทีว่าคือใคร
ใบหน้าของ 'รินรดา' ผุดขึ้นมาในความทรงจำ แม้จะเป็นเพียงภาพถ่ายเก่า แต่รอยยิ้มนั้นกลับบาดลึกถึงความรู้สึกของพราว สายตาของคินที่มองหญิงสาวในภาพ... มันเป็นสายตาที่อบอุ่น อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรักแบบที่พราวไม่เคยได้รับ
คินปล่อยมือจากพราวราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีที่เห็นภาพนั้น "พราว... ฟังผมก่อนนะ นั่นมันเรื่องของห้าปีก่อน ผม..."
"ห้าปีก่อน... ช่วงเวลาเดียวกับที่ฉันกำลังสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปใช่ไหมคะ?" พราวถามเสียงแผ่ว สายตายังคงจับจ้องที่รูปถ่าย
"ใช่ครับ" คินขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาไม่ได้แก้ตัว แต่กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาเก็บงำไว้ในใจมาตลอดหลายเดือน ตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้ามาเป็นเชฟในร้านนี้ "แต่สิ่งที่เกิดขึ้น 'หลังจากนั้น' ต่างหากที่สำคัญ พราว... ผมเคยเป็นคนหลงทางในอดีตจนกระทั่งผมได้เจอคุณ กลิ่นขนมที่คุณอบ ความพยายามที่คุณทุ่มเทแม้จะเจ็บปวด... สิ่งเหล่านั้นมันปลุกให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริง"
บรรยากาศในร้านดูเหมือนจะเงียบงันลงทันตาเห็น กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังยังดูเชื่องช้า คินมองพราวด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำนิยามใดๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำลายความเย็นชาของตัวเองจนหมดสิ้น
"ผมสารภาพกับคุณตอนนี้เลยนะพราว... ผมไม่ได้มาที่นี่เพราะความบังเอิญ และไม่ได้อยู่เพราะแค่สัญญาจ้าง แต่ผมอยู่ที่นี่เพราะผมตกหลุมรักคุณ... ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นคุณวางจานเค้กใบนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ผมอยากเป็นคนที่คอยประคองมือคุณไว้ไม่ให้สั่นอีกต่อไป"
พราวชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัด หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะเจ็บหน้าอก คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจของคินทำเอาทนายความที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงกับลอบยิ้มและเบนสายตาไปทางอื่นอย่างรู้มารยาท
"คิน... คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวไหมคะ" พราวพึมพำ
"ผมรู้ตัวดีครับ" คินก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนเกือบชิด "อดีตของผมกับรินรดา มันจบไปตั้งแต่วันที่เธอเดินออกไปจากร้านนี้ แต่วันที่ผมเริ่ม 'มีอนาคต' คือวันที่ผมได้ก้าวเข้ามาในร้านนี้... และพบกับคุณ"
ขณะที่พราวจะเอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น กระดิ่งหน้าร้านที่เงียบสงัดมานานกลับส่งเสียง 'กรุ๊งกริ๊ง' ดังสนั่นกังวานขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ประตูไม้สีขาวถูกผลักออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีหรูหราที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี
รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้ทุกคนในร้านต้องหยุดชะงัก เธอเดินตรงเข้ามาในร้านโดยไม่สนใจสายตาของใคร ก่อนจะหยุดยืนข้างๆ พราวแล้วยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ทนายเอกชัยมาถึงก่อนฉันสินะคะ" รินรดาเอ่ยเสียงใส ทว่าแฝงความร้ายกาจ "ขอโทษนะคะที่มาขัดจังหวะช่วงเวลาหวานๆ แต่ดูเหมือนว่า... พราวจะยังเข้าใจอะไรผิดไปหลายอย่างเกี่ยวกับ 'เจ้าของที่แท้จริง' ของร้านนี้"
เธอก้มลงมองซองเอกสารในมือพราว ก่อนจะกระซิบข้างหูของหญิงสาวเบาๆ จนคินต้องรีบก้าวเข้ามาขวาง
"สิ่งที่อยู่ในนั้นน่ะ... เป็นแค่เศษเสี้ยวของความลับที่คินปกปิดคุณไว้หรอกนะพราว"
รินรดาหยิบสมุดบันทึกอีกเล่มออกมาจากกระเป๋าถือของเธอ แล้ววางลงบนโต๊ะด้วยท่าทางมั่นใจ "และถ้าอยากรู้ว่าทำไมห้าปีที่แล้วถึงต้องปิดร้านนี้... ก็ลองอ่านหน้าสุดท้ายของสมุดเล่มนี้ดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าคำสารภาพที่คินเพิ่งบอกคุณไปน่ะ มันเป็นแค่เรื่องตลกสำหรับเขาคนเดียวเท่านั้น"
พราวใจสั่นรัว สายตาเหลือบมองสมุดบันทึกเล่มนั้นสลับกับใบหน้าของคินที่ดูตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ความเชื่อมั่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจกลับถูกสั่นคลอนด้วยหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คินเอื้อมมือจะคว้าสมุดเล่มนั้น แต่รินรดากลับชักมือกลับแล้วหัวเราะเบาๆ "อย่าลืมสิคะคิน... ความลับที่ฝังกลบไว้ห้าปี วันนี้ถึงเวลาต้องขุดมันขึ้นมาให้ 'เจ้าของร้านตัวจริง' เขาตัดสินใจเองแล้ว"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านกลิ่นหอมกรุ่นของขนมและหัวใจที่กำลังสั่นไหวไปกับพราวและคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 18
คำสารภาพท่ามกลางกลิ่นขนม
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!