“ถ้าการขุดอดีตคือวิธีที่คุณรินเลือกใช้เพื่อทำลายความสงบสุขของที่นี่ ฉันว่ามันน่าเสียดายนะคะ เพราะกาแฟที่ชงด้วยความขมขื่น... ต่อให้เติมน้ำตาลเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันหวานหยดลงไปถึงก้นแก้วหรอกค่ะ”
พราวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เธอไม่ได้เดินเข้าไปแย่งสมุดเล่มนั้น แต่ยืนตัวตรง กอดอกแน่นเพื่อซ่อนอาการสั่นไหวของปลายนิ้ว ดวงตาเรียวสวยจับจ้องไปยังรินรดาด้วยสายตาที่เรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แม้แต่เจ้าตัวยังแปลกใจ
คินที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคนดูเหมือนจะกลายเป็นรูปปั้นไปชั่วขณะ เขามองรินรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ก่อนจะเบนสายตามาที่พราว—สายตาที่เคยเย็นชาคู่นั้น บัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง
รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปาก เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างถือดี พลางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามสันสมุดเก่าคร่ำคร่านั่น “ความหวานที่ปรุงแต่งขึ้นมาใหม่น่ะค่ะพราว มันก็แค่ของปลอม... เหมือนกับสถานะ ‘คนคุย’ ของคุณกับคิน ที่ไม่มีใครรู้ว่าควรเรียกว่าอะไรในตอนจบของวัน”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงทะลุหัวใจของพราว พราวเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอไม่ได้กลัวการเผชิญหน้ากับรินรดา แต่สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือความจริงที่คินไม่เคยเอ่ยปากบอก ความเงียบของเขาในช่วงที่ผ่านมาคือคำตอบที่น่ากลัวที่สุด
“ริน... พอเถอะ” คินเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด “เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งแต่วันที่ฉันตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้ว”
“จบเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะพลางวางสมุดเล่มนั้นลงบนโต๊ะไม้ตัวกลาง เสียงกระทบของมันดังสะท้อนก้องไปทั่วร้านกาแฟที่เงียบสงัด “ถ้ามันจบจริง คุณจะเก็บ ‘บันทึกสูตรลับ’ เล่มนี้ไว้ทำไมคะคิน ถ้าไม่ใช่มันเป็นสิ่งเดียวที่เตือนว่าคุณยังติดค้างอะไรฉันไว้... หรือจริงๆ แล้ว คุณแค่ใช้มันเป็นข้ออ้างเพื่อจะเก็บเรื่องของฉันไว้ในใจตลอดมากันแน่”
พราวมองไปยังสมุดเล่มนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความเจ็บปวด เธอหันหลังเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ หยิบผ้าเช็ดโต๊ะขึ้นมาเช็ดคราบกาแฟที่จางหายไปนานแล้ว เพียงเพื่อจะหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เคยทำให้เธอมีความสุข บัดนี้กลับตลบอบอวลไปด้วยความรู้สึกหน่วงในอก
คินเดินตามพราวมาที่เคาน์เตอร์ เขาเว้นระยะห่างพอสมควร ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปจับขอบบาร์ใกล้ๆ มือของพราว “พราว... ฟังผมก่อน”
พราวหยุดมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ เธอไม่หันไปมองเขา เพราะกลัวเหลือเกินว่าหากสบตากันตอนนี้ เธอจะร้องไห้ออกมา “คุณมีอะไรจะบอกฉันจริงๆ ใช่ไหมคะคิน? ไม่ใช่เรื่องของรินรดา แต่เป็นเรื่องของ ‘เรา’... คุณช่วยนิยามคำว่าเราให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ว่ามันมีความหมายในเชิงไหนกันแน่”
คินเงียบไปนาน ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังของเขาดูเหมือนจะแตกสลาย พราวรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่จ้องมองแผ่นหลังของเธออย่างหนักแน่น “ผม... ผมแค่ยังไม่พร้อม”
“คุณไม่พร้อมที่จะบอกเธอ หรือคุณไม่พร้อมที่จะให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณกันแน่คะ?” พราวหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาของเธอรื้นไปด้วยน้ำใสๆ แต่เธอยังคงเชิดหน้าไว้อย่างหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่พราวคุ้นเคยดีก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาเดินตรงมาที่หน้าเคาน์เตอร์โดยไม่สนใจรินรดาที่ยืนงงอยู่ตรงนั้น
“พี่พราวครับ!” ชายหนุ่มคนนั้นร้องเรียก “ผมไปเจอจดหมายฉบับนี้ในตู้จดหมายที่บ้านเก่าของพี่... มันประทับตรา ‘ถึงเจ้าของร้านกาแฟสีชมพูคนใหม่’ และดูเหมือนว่า... มันจะส่งมาถึงมือพี่ตั้งแต่วันที่พี่เริ่มเปิดร้านวันแรก แต่พี่ไม่เคยได้รับมันเลย”
คินชะงักไปเมื่อเห็นจดหมายในมือชายหนุ่ม เขารีบหันไปมองรินรดาที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีราวกับคนถูกจับได้ว่าทำความผิดร้ายแรง ส่วนพราวรับจดหมายซองสีครีมเก่าคร่ำนั่นมาถือไว้ มือของเธอสั่นเทาเมื่อเห็นตราประทับขี้ผึ้งสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ใครบางคน’ ที่เธอพยายามลืมมาตลอดห้าปี
จดหมายฉบับนี้... คือคำตอบของความลับทั้งหมดที่ร้านกาแฟแห่งนี้พยายามปกปิดเอาไว้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางไปกับพราวและคินจนถึงจุดที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ เมฆหมอกสีชมพูจะรอพบทุกคนในตอนถัดไปค่ะ
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 19
รักที่ยังไม่ชัดเจน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!