กระดาษแผ่นหนาในมือรินรดายับย่นลงทันทีที่ปลายนิ้วจิกเกร็ง แรงกดนั้นมากพอจะทำให้ขอบกระดาษคมๆ บาดผิวเนื้อจนขึ้นรอยแดงจางๆ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่รู้สึกเจ็บ ความชาหนึบแล่นลามจากปลายนิ้วดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจเมื่อเผชิญหน้ากับรอยยิ้มเย็นเยียบของชายหนุ่มผู้มาใหม่
"คุณ..." รินรดาครางเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยที่เคยพยายามฉาบแววเว้าวอนเมื่อครู่ กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด "คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง... แล้วเรื่องหมายศาลอะไร บ้าบออะไรกัน!"
กรณ์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของร้าน ‘Pink & Brew’ อย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง กลิ่นอายของความอับชื้นจากสายฝนปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ลอยมาแตะจมูก ร่างสูงโปรดปรานการคุมเกม เขากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจไปทั่วร้าน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของพราว ซึ่งยืนแข็งทื่ออยู่ข้างเคียงเตอร์เบเกอรี่ด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน
แววตาของกรณ์ที่มองพราวมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ มันไม่ใช่ความใคร่รู้แบบคนแปลกหน้า แต่เป็นความเห็นใจผสมความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง... ชนิดที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนนอกที่น่าสมเพชขึ้นมาทันที
"ผมเป็นสามีของเธอ" กรณ์เอ่ยทวนคำเดิม น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองลงบนเค้กช็อกโกแลตหนาหนุ่มที่คินเพิ่งอบเสร็จ "และในฐานะที่ผมจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย... ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการจัดการ ‘ภาระ’ ที่ภรรยาผมเผลอปล่อยปละละเลยไปนานเกินไป"
คินที่ยืนเงียบมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวมาบังหน้าพราวไว้โดยสัญชาตญาณ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและหญิงสาวจะเพิ่งผ่านพ้นเส้นแบ่งเขตความเกรงใจมาหมาดๆ แต่สัญชาตญาณดิบของความเป็นมนุษย์ก็สั่งให้เขาปกป้องคนข้างหลังทันที สายตาสองคู่—เชฟหนุ่มมาดนิ่งผู้เยือกเย็นกับสามีตามกฎหมายผู้กร้าวแกร่ง—ปะทะกันกลางอากาศ ประกายไฟแห่งความตึงเครียดคุกรุ่นจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิด
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ" คินเอ่ยเสียงเรียบ ต่ำ และเจือไปด้วยความกดดัน "นี่คือร้านของพราว และปัญหาที่คุณเอามาด้วย... กรุณาเอาออกไปเคลียร์กันข้างนอก"
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะ "โอ้... เชฟคินสินะครับ คนที่ภรรยาผมพยายามวิ่งโร่มาหาถึงที่นี่บ่อยๆ ขอบอกตามตรงว่า ขนมของคุณอร่อยดีนะ... แต่รสชาติคงจะกร่อยลงพิลึก ถ้าผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่สามในคดีชู้สาวด้วยอีกคน"
คำว่า ‘ชู้สาว’ หลุดออกมาจากปากของกรณ์ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบ พราวสะดุ้งสุดตัว หน้าชาดิ่ง ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ความอับAายและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก มือเล็กๆ เอื้อมไปควชายเสื้อเชิ้ตของคินไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบนั้นสั่นเทาจนคินรู้สึกได้
ชายหนุ่มก้มมองมือเรียวที่กำเสื้อเขาไว้ ความเย็นชาในแววตาของคินละลายหายไปในเสี้ยววินาที ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความเดือดดาลที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งมานาน
"หุบปากซะ" คินพูดเสียงลอดไรฟัน ร่างหนาก้าวประชิดตัวกรณ์จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว แรงกดดันจากตัวเชฟหนุ่มที่มักจะสุขุมมาตลอด ทำให้แม้แต่กรณ์ยังต้องชะงักไป "ถ้าคุณยังมีสมองเหลือพอที่จะคิดได้บ้าง ก็ควรจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เขาต้องการหย่ากับคุณมานานแค่ไหนแล้ว และไอ้เอกสารบ้าๆ ในมือนั่น... มันก็เป็นแค่เครื่องมือที่คุณใช้ยื้อความน่าสมเพชของตัวเองไว้เท่านั้น"
รินรดาหน้าเสียจนบิดเบี้ยว เธอรีบคว้าแขนของกรณ์ไว้ ลืมมาดคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ไปจนหมดสิ้น "กรณ์คะ... อย่าไปฟังเขา คุณอย่าไปบ้าตามเขานะ เราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ ฉันไม่อยาก..."
"เงียบไปเลยรินรดา!" กรณ์สะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี แรงเหวี่ยงทำให้รินรดเซถลาไปชนกับเก้าอี้ไม้จนเกิดเสียงดังลั่น สายตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความสมเพชระคนเกลียดชัง "เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอมาที่นี่ทำไม? คิดจะมาเกาะแกะผู้ชายคนใหม่เพื่อประชดฉัน หรือคิดว่าจะมาสูบเงินจากร้านนี้ไปใช้หนี้การพนันของเธอกันแน่!"
ความลับถูกกระชากออกมากลางร้าน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทิ้งให้เสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของกรณ์ดังสะท้อนไปทั่ว พราวยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังคิน เธอไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังความหรูหราของรินรดาจะมีความเน่าเฟะซ่อนอยู่ขนาดนี้ และที่สำคัญ... เธอกลับดึงตัวเองเข้ามาพัวพันกับโคลนตมเหล่านี้ได้อย่างไร
คินถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอื้อมมือไปกุมมือของพราวที่ยังคงกำเสื้อเขาไว้ แผ่วเบาแต่มั่นคง นิ้วอุ่นๆ ของเขาค่อยๆ แกะนิ้วเรียวที่เกร็งแข็งให้ออกคลายลง ก่อนจะพลิกมือของพราวขึ้นแล้วกุมไว้ในอุ้งมือใหญ่ของตนเองอย่างปกป้อง
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคินไหลซึมผ่านผิวเนื้อ เข้าไปถึงหัวใจที่กำลังแตกสลายของพราว ชวนให้เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเจ้านายหนุ่มผู้เยือกเย็น... กลายเป็น ‘เพื่อน’ คนแรกที่ก้าวเข้ามาจับมือเธอไว้ในยามที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย
"ร้านผมใกล้เวลาปิดแล้ว" คินหันกลับมามองกรณ์ด้วยแววตาที่สงบลงอย่างน่าประหลาด แต่เด็ดเดี่ยวเกินกว่าจะมีใครกล้าท้าทาย "ถ้าคุณสองคนยังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันด้วยกฎหมาย เชิญไปทำกันที่สถานีตำรวจหรือศาล แต่ถ้ายังไม่ไป... ผมคงต้องเรียกตำรวจมาข้อหาบุกรุกและสร้างความวุ่นวายในยสถานที่ประกอบการ"
กรณ์จ้องหน้าคินเขม็ง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากวาดสายตามองพราวที่ยืนอยู่เคียงข้างเชฟหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
"ก็ได้... เชฟคิน" กรณ์ยิ้มเหี้ยม พลางดึงซองเอกสารกลับมาถือไว้ "หวังว่าคุณจะยังใจกล้าแบบนี้... ในวันที่หมายศาลส่งไปถึงหน้าบ้านของคุณจริงๆ นะ"
พูดจบ กรณ์ก็หันหลังเดินลิ่าออกจากร้านไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่หญิงสาวจะส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่พราวและคิน แล้วรีบวิ่งตามสามีของเธอออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง
กระดิ่งหน้าร้านส่งเสียงกริ๊งเบาๆ เป็นสัญญาณสุดท้ายแห่งความวุ่นวาย
ภายในร้านกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและเนยสดลอยวนอยู่ในอากาศ เยียวยาความตึงเครียดเมื่อครู่ให้เจือจางลง พราวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ใกล้เคียงอย่างไร้เรียี่ยวแรง สองมือยกขึ้นปิดหน้า ไหล่บางสั่นเทาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม
คินไม่พูดอะไร เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าพราว เอื้อมมือไปแตะที่ข้อศอกของเธออย่างแผ่วเบา ความนุ่มนวลนั้นขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกโดยสิ้นเชิง
"พราว..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอเบาๆ ราวกับขนนกสัมผัส "มองหน้าผมหน่อย"
พราวค่อยๆ ลดมือกลมมนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาและดวงตาแดงก่ำ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของคิน ที่ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความห่วงใยที่จริงใจจนเธอบรรยายไม่ถูก
"ฉัน... ฉันขอโทษนะคิน" พราวสะอื้นเบาๆ "เพราะฉันแท้ๆ ร้านของคุณถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้..."
คินส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่พราวเคยเห็นจากผู้ชายคนนี้
"โง่จริง" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงล้อเลียนเจือความเอ็นดู "ตั้งแต่วันที่เราตกลงจะช่วยกันทำร้านนี้... เรื่องของคุณก็คือเรื่องของผมเหมือนกัน เราเป็น ‘เพื่อน’ กันแล้วนะพราว... ลืมไปแล้วหรือไง?"
คำว่า ‘เพื่อน’ ที่ออกจากปากของคิน ทำให้หัวใจของพราวที่กำลังหวาดกลัว กลับเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความอบอุ่นวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับเบาๆ ทั้งน้ำตา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาเป็นครั้งแรกในรอบวัน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความสัมพันธ์กำลังก้าวข้ามผ่านกำแพงความรู้สึกเดิมๆ ไปสู่ความลึกซึ้งยิ่งขึ้นนั้นเอง
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก*
ทั้งพราวและคินชะงัก หันไปมองพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลเรียบร้อย ใบหน้าคุ้นตาที่พราวไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกในชีวิตนี้ กำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่หลังประตูกระจกใส พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมืออีกซอง... และรอยยิ้มของเขา ช่างเยือกเย็นเสียยิ่งกว่ารอยยิ้มของกรณ์หลายเท่า
"สวัสดีครับ... คุณพราว ลูกค้าขาประจำคนใหม่... มาส่งเทียบเชิญครับ"
- เมฆหมอกสีชมพู -
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 7
ลูกค้าขาประจำคนใหม่
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!