"ถ้าคุณจะยืนกรานเลือกทางเดินสายนี้ ก็เชิญไปใช้ชีวิตลำพังในฐานะเชฟขนมหวานตามใจชอบเถอะค่ะคิน แต่จำไว้ว่าตระกูลอัครเดโช ไม่เคยมีที่ว่างให้กับคนที่ไม่รู้จักสถานะของตัวเอง"
เสียงแหบพร่าแต่เฉียบคมของหญิงวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หรู พราวรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น มือของเธอที่เพิ่งจะถูกคินปล่อยออกไปนั้น ยังคงสั่นเทาอยู่ข้างลำตัว
พราวเงยหน้ามองคินที่ยืนนิ่ง เขาไม่ได้ตอบโต้ผู้เป็นแม่ แต่แผ่นหลังกว้างของเขากลับเกร็งแน่นจนเห็นสันกล้ามเนื้อชัดเจนผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่มักจะติดตัวเขาเสมอในร้านกาแฟ บัดนี้กลับถูกกลบด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอเย็นเยือกของความกดดันที่พุ่งเข้าปะทะ
"แม่ครับ... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออนุญาต แต่ผมมาเพื่อบอกว่าผมมีความสุขกับสิ่งที่ทำ" คินหันกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวของเขา แววตาที่พราวเคยเห็นว่าอ่อนโยนยามหยิบจับอุปกรณ์ทำขนม บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่เธอยังไม่เคยรู้จัก "และพราว... เธอเป็นคนสำคัญของผม"
สายตาคู่คมดุจเหยี่ยวของชายสูงวัยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะตวัดมาทางพราวทันที ราวกับมีดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงตัวตนของเธอ ความรู้สึกเหมือนคนนอกที่หลงเข้ามาในสมรภูมิรบทำให้พราวต้องขยับเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"สำคัญงั้นหรือ?" คุณหญิงวิภาวรรณ แค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาจิกกัดสำรวจพราวตั้งแต่หัวจรดเท้า "ก็แค่เจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม คุณคิดว่าคนอย่างคุณจะช่วยสนับสนุนธุรกิจของครอบครัวเราได้จริงๆ หรือคะคุณคิน หรือว่าคุณแค่หลงมัวเมากับกลิ่นแป้งกลิ่นเนย จนลืมไปแล้วว่าตัวเองเกิดมาในตระกูลไหน"
"แม่ครับ!" คินก้าวข้ามหน้าพราวไปเผชิญหน้ากับแม่ของเขาโดยตรง ความโกรธเคืองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบระเบิดออกมาในจังหวะที่หัวใจของพราวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ผมไม่เคยต้องการเงินของที่บ้าน และผมก็ไม่เคยต้องการให้ใครมาตัดสินค่าของคนอื่นด้วยไม้บรรทัดของแม่"
บรรยากาศในห้องรับรองตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ขึงตึงเกินไป พราวมองเห็นความเจ็บปวดลึกๆ ในแววตาของคิน แม้เขาจะแสดงออกว่าเข้มแข็ง แต่มันคือการปะทะที่ไม่มีใครได้รับชัยชนะ
"ถ้าอย่างนั้น..." เสียงทุ้มต่ำของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากนิ่งเงียบมานาน ท่านวางถ้วยชาในมือลงช้าๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบนั่นดังบาดหูราวกับเสียงปืนที่ขึ้นลำ "ถ้าเธอยืนยันจะทิ้งอนาคตที่ฉันปูไว้ให้ เพื่อไปวนเวียนอยู่กับเตาอบและถุงแป้ง ก็จงออกไปจากบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้ แต่จำไว้ว่าสิ่งที่คุณกำลังกอดไว้น่ะ... มันไม่ได้มีค่าพอจะแลกกับทุกอย่างที่คุณกำลังจะเสียไป"
พราวรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกบีบคั้น เธอหันไปมองคินที่กำลังขบกรามแน่น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของอาชีพเชฟ แต่มันคือเรื่องของตัวตนและอิสรภาพที่เขาพยายามไขว่คว้า เธอไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องแตกหักกับครอบครัวถึงเพียงนี้
"คินคะ..." พราวรวบรวมความกล้าเอื้อมมือไปแตะแขนของเขาเบาๆ เธอรับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวของผิวหนังภายใต้เนื้อผ้าที่บ่งบอกว่าเขากำลังเดือดดาลแค่ไหน
"ไปกันเถอะพราว" คินหันมามองเธอ แววตาของเขาอ่อนแสงลงในพริบตา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเศร้าที่พราวเพิ่งเคยสัมผัสได้เป็นครั้งแรก
ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะหันหลังเดินออกจากห้องนั้น ประตูบานคู่ก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างระหงที่คุ้นตาของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีถือวิสาสะ
รินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษ เธอหยุดยืนอยู่ข้างๆ คุณหญิงวิภาวรรณก่อนจะปรายตามองพราวด้วยความเย้ยหยัน
"ดิฉันไม่ได้มาเสียมารยาทนะคะ เพียงแต่คุณป้าโทรตามให้รินมาคุยเรื่อง... 'สูตรลับ' ที่คินเขาลืมไปแล้วว่ามันสำคัญแค่ไหน" รินรดาหันไปหาคิน "คินคะ ถ้าคุณยอมวางมือจากร้านกาแฟนั่น แล้วกลับมาบริหารธุรกิจของครอบครัวและแต่งงานกับรินตามข้อตกลงเดิม... คุณป้าจะยอมให้คุณเก็บร้านกาแฟนั่นไว้เป็นงานอดิเรก แต่ถ้าไม่..."
รินรดาหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ "ข้อมูลเรื่อง 'หนี้สินก้อนโต' ที่ร้านกาแฟของพราวมีอยู่... ดิฉันคิดว่าคุณคงยังไม่รู้ใช่ไหมคะว่าพราวปิดบังอะไรคุณไว้บ้าง?"
คินชะงักไปทันที สายตาของเขาหันกลับมามองพราวด้วยความสับสนและความไม่เชื่อมั่นที่วูบผ่านเข้ามาในแววตา พราวตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความลับที่เธอพยายามเก็บงำไว้ไม่ให้เขารู้เพื่อไม่ให้เขากังวลใจ บัดนี้มันถูกนำมาใช้เป็นอาวุธหักหลังเธอต่อหน้าครอบครัวของเขาแล้ว
คินขยับตัวเข้ามาใกล้พราว เขาไม่ได้กุมมือเธอไว้อย่างเคย แต่กลับถามคำถามที่ทำให้พราวเจ็บปวดรวดเร้าไปถึงกระดูก "พราว... เรื่องที่รินพูด มันหมายความว่ายังไงครับ?"
ขอบตาของพราวร้อนผ่าว เธอไม่อาจหาคำตอบมาแก้ต่างให้กับความจริงที่รินรดากำลังแฉออกมาได้เลย แม้แต่เงาแห่งความไว้ใจในแววตาของคินก็ดูจะเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาเธอ
เมฆหมอกสีชมพูขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเอาใจช่วยพราวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้นะคะ
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 31
ครอบครัวของคิน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!