“คุณจะทิ้งทุกอย่างที่ปูทางไว้ให้ เพื่อไปกอดเตาอบในร้านกาแฟกระจอกๆ นั่นจริงๆ เหรอคะคิน?”
เสียงของรินรดาคมกริบเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของคิน กลิ่นอายของกาแฟพรีเมียมที่มักจะอบอวลอยู่ในบรรยากาศกลับกลายเป็นกลิ่นความเย็นเยียบที่ชวนอึดอัด คินยืนหันหลังให้ผู้มาเยือน มือหนาเกาะขอบโต๊ะไม้ราคาแพงแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขานิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะคำพูดของรินรดามีน้ำหนัก หากแต่เป็นเพราะเงาของพราวที่ยังคงติดตาในความรู้สึก ความผิดหวังในแววตาของเธอเมื่อครู่ที่ผ่านพ้นไป มันสั่นคลอนหัวใจเขามากกว่าคำขู่ใดๆ ในโลก
“มันไม่ใช่ร้านกระจอก และมันไม่ใช่ที่ที่ผมจะ ‘ทิ้ง’ ทุกอย่างเพื่อไปกอดเตาอบ แต่มันคือที่ที่ผมจะสร้างตัวตนของผมขึ้นมาจริงๆ” คินหมุนตัวกลับมา น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้รินรดาสะอึก
รินรดาหัวเราะแผ่วเบา เธอเดินกรีดกรายเข้าไปใกล้เขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึกจนน่าเวียนหัว “คุณคินคะ โลกความจริงไม่ได้ใช้ใจอบขนมแล้วจะอิ่มท้องนะคะ คุณพ่อคุณกำลังรอคำตอบเรื่องการควบรวมกิจการโรงแรมกับเครือต่างชาติ ถ้าคุณยังเอาเวลาไปจมปลักกับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเลยสักนิด... อย่าหาว่ารินไม่เตือนนะคะว่าพราวจะไม่ได้เจอแค่คำพูดของรินแน่ๆ”
คินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตคนรัก แววตาของเขาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลายเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัว “ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงเลิกกับคุณตั้งแต่วันนั้น”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าเริ่มสั่นคลอน
“เพราะคุณมองเห็นแต่ ‘คุณค่า’ ของตัวเลขและชื่อเสียง แต่ไม่เคยเห็น ‘ความหมาย’ ของสิ่งที่ผมลงมือทำเลย” คินเดินผ่านเธอไปอย่างไม่แยแส หัวใจเขาร่ำร้องหาคำอธิบายที่จะให้กับพราว แต่ในใจอีกด้านหนึ่ง ความกดดันมหาศาลจากผู้เป็นบิดากำลังถาโถมเข้าใส่เหมือนคลื่นยักษ์ หากเขาเลือกทำตามหัวใจ ร้านกาแฟสีชมพูเล็กๆ แห่งนั้นอาจต้องพังทลายลงเพราะอำนาจเงินของผู้เป็นพ่อ แต่หากเขาถอยหลังกลับไปสวมหน้ากากนักธุรกิจ ความฝันที่จะอบขนมด้วยความรักร่วมกับพราวก็คงเป็นได้เพียงแค่เศษเสี้ยวของความทรงจำ
เขาสาวเท้าออกจากตึกสูงมุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟสีชมพูด้วยใจที่สับสน ขณะเดียวกัน ภายในร้านบรรยากาศกลับเงียบงันอย่างน่าประหลาด พราวยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือของเธอที่กำลังหยิบจับอุปกรณ์ทำขนมสั่นเทาเล็กน้อย กลิ่นหอมของวนิลาที่เคยเยียวยาใจบัดนี้กลับทำให้เธอรู้สึกขมปร่าในลำคอ เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือจดหมายซองสีน้ำเงินตราสัญลักษณ์โรงแรมหรูที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเดิม ซึ่งเป็นตัวแทนของโลกที่คินจากมา
“พราว...” เสียงทุ้มต่ำของคินดังขึ้นที่หน้าประตู ทำให้เธอกระตุกไหวไปทั้งร่าง
“คุณกลับมาทำไมคะ?” พราวไม่หันไปมอง เธอพยายามรวบรวมสติ จดจ่ออยู่กับการแต่งหน้าเค้กชิ้นเล็กๆ ที่ดูไม่เป็นรูปเป็นร่างเอาเสียเลย
คินเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงเคาน์เตอร์หินอ่อนกั้น แต่ความรู้สึกของเขากลับเหมือนอยู่คนละฟากฟ้าของโลก “เรื่องรินรดา... ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอใช้คุณเป็นเครื่องมือ”
พราวหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นพร่า “คุณไม่ต้องขอโทษรินรดาหรอกค่ะคิน สิ่งที่ฉันเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่เธอพูด แต่มันคือการที่ฉันเห็นว่าคุณยังคงลังเล... คุณยังคงมีความกดดันจากโลกใบเก่าที่ฉันไม่มีวันเอื้อมถึง แล้วแบบนี้เราจะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างไรในเมื่อคุณยังมีพันธนาการที่หนักอึ้งขนาดนั้นรัดตัวอยู่”
คินนิ่งไป เขารู้สึกเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่จุกอยู่ที่คอ “ถ้าผมบอกว่าผมพร้อมจะตัดทุกอย่าง เพื่อให้เหลือแค่เราสองคนกับร้านกาแฟนี้ คุณจะเชื่อผมไหม?”
“เชื่อไหมเหรอคะ...” พราวเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำใสๆ “คำถามคือคุณจะทำได้จริงไหม ในเมื่อคนในครอบครัวคุณยืนรออยู่ตรงนั้น และฉัน... เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ได้มีค่าพอจะให้คุณสละบัลลังก์ธุรกิจเหล่านั้นมาได้เลย”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านกาแฟจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน คินกำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามือของพราว แต่เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของใครบางคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ทั้งคู่หันไปมองทางประตูที่เพิ่งเปิดออก
ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาของเขาเย็นชาและเด็ดขาดมองกวาดผ่านพราวราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผง ก่อนจะหยุดลงที่คิน “คิน... พ่อให้เวลาแกมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่แกต้องกลับไปทำหน้าที่ของแกที่โรงแรมได้แล้ว”
คินหน้าถอดสี มือที่กำลังจะเอื้อมไปหาพราวชะงักค้างกลางอากาศ ขณะที่พราวถอยหลังกรูดไปจนชิดผนัง เธอมองเห็นความสิ้นหวังในแววตาของคินที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยความต้องการของผู้เป็นพ่อ และวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคินก็ดังขึ้นบนเคาน์เตอร์ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาพราวต้องกลั้นหายใจ... มันคือชื่อของ ‘รินรดา’ ที่ส่งข้อความทิ้งท้ายไว้ว่า ‘ถ้าคุณไม่เลือกฉันตอนนี้ พ่อของคุณจะประกาศตัดหางปล่อยวัดพราวในวันพรุ่งนี้’
คินมองหน้าพราว สลับกับชายตรงหน้า มือเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเดิมปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน ในขณะที่คินกำลังจะกดรับสาย พราวตัดสินใจเอื้อมมือไปกดตัดสายนั้นทิ้งต่อหน้าทุกคน ท่ามกลางความตกตะลึงของชายผู้เป็นพ่อและคินเอง
"ถ้าคุณรับสายนั้น... ก็เท่ากับว่าเราจบกันที่ตรงนี้ค่ะคิน"
เมฆหมอกสีชมพูขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ และหวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังคงเต้นไปกับพราวและคินนะคะ
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 32
ความกดดันจากคนรอบข้าง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!