เสียงกระแทกของถ้วยเซรามิกราคาแพงที่กระทบลงบนเคาน์เตอร์บาร์ดังสนั่นจนก้องกังวานไปทั่วร้านกาแฟสีชมพูพาสเทลที่ครั้งหนึ่งเคยอบGวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข น้ำกาแฟสีเข้มกระฉอกออกมาเลอะเปรอะเปื้อนผิวไม้ขัดเงา แต่ไม่มีใครสนใจไยดีหยดของเหลวนั้นเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อหยดน้ำตาที่กำลังคลอหน่วงอยู่ในดวงตาคู่สวยของพราวนั้นมีน้ำหนักมากกว่าความเสียหายทั้งหมดในร้านรวมกันเสียอีก
"คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ คิน..." เสียงของพราวสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ลมหายใจของเธอติดขัดราวกับมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพตรงหน้าคือหลักฐานอันเจ็บปวดที่เธอลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้า รินรดาอดีตคนรักของผู้ชายตรงหน้ากำลังยืนอยู่เคียงข้างเขาในพื้นที่ส่วนตัวของร้าน พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด
คินยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน กรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยอ่อนโยนและมองมาที่เธอด้วยความอบอุ่นเสมอ บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความอึดอัดระคนรำคาญใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่พราวไม่เคยคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายคนนี้
"ผมอธิบายไปแล้วนะพราว ว่ารินแค่แวะมาคุยเรื่องงานแต่งร้านสาขาใหม่ คุณจะตีโพยตีพายไปถึงไหนกัน" น้ำเสียงของคินแหบพร่าแต่นิ่งสนิท มันเป็นความนิ่งที่บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนฟังเสียยิ่งกว่าการตะโกนใส่กัน
"เรื่องงานเหรอคะ?" พราวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน "แล้วเรื่องงานจำเป็นต้องกอดกันแนบชิดขนาดนั้นด้วยไหมคะ คิน! จำเป็นต้องใช้สายตาแบบนั้นมองกันด้วยเหรอคะ! พราวยืนมองอยู่ตรงนั้น พราวไม่ใช่คนโง่นะคะคิน!"
รินรดาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ขยับตัวเล็กน้อย แววตาพราวระยับด้วยความสะใจลึกๆ แต่ริมฝีปากกลับปั้นแต่งคำพูดออกมาด้วยความน่าสงสารอย่างแนบเนียน "อย่าไปโทษคุณคินเลยนะคะพราว รินต่างหากที่เป็นคนเข้ามาหาเขาก่อน... เราแค่คุยกันเรื่องความหลังเก่าๆ เผื่อว่าบางที ประสบการณ์ของรินอาจจะช่วยให้ร้านนี้ดีขึ้นได้บ้าง"
"เงียบไปเลยนะคะรินรดา!" พราวหันไปตวาดใส่ผู้หญิงคนนั้นด้วยความเหลืออด สัญชาตญาณของการปกป้องหัวใจตัวเองกรีดร้องเสียงดังลั่น อดีตที่เธอเคยพยายามลืม แผลเป็นจากความรักครั้งเก่าที่เคยเกือบทำลายชีวิตเธอให้พังทลาย กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาซ้ำเติมด้วยฝีมือของคนใกล้ตัวที่สุด
แต่ปฏิกิริยาของคินกลับทำให้โลกทั้งใบของพราวดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวในเสี้ยววินาทีนั้น
"อย่าขึ้นเสียงใส่รินนะพราว!" คินก้าวเข้ามาขวางหน้าพราว พร้อมกับเอ่ยปกป้องผู้หญิงอีกคนอย่างชัดเจน สายตาที่เขามองพราวในเสี้ยววินาทีนั้นเต็มไปด้วยความตำหนิ "รินเขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่หวังดีกับร้านนี้... ทำไมคุณถึงกลายเป็นคนไร้เหตุผลและขี้หึงไร้สาระแบบนี้ไปได้ พราว?"
คำว่า 'ไร้สาระ' พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกของพราวอย่างจัง ราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและแป้งพายอบใหม่ที่เคยลอยฟุ้งอยู่ในร้าน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่
พราวส่ายหัวช้าๆ ถอยหลังกรูดราวกับไม่รู้จักผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกต่อไป หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัว ความกลัวที่จะต้องเปิดใจรักใครสักคนอย่างหมดหัวใจแล้วสุดท้ายก็ต้องถูกทิ้งให้เผชิญความโดดเดี่ยวลำพังเหมือนในอดีต
"ถ้าพราวมันไร้สาระนัก... แล้วคุณมาคบกับพราวทำไมตั้งแต่แรกคะ?" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงเหลือเพียงเสียงกระซิบ แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงันของบรรยากาศที่ตึงเครียด "หรือว่าสำรับขนมหวานสูตรพิเศษของคุณ มันก็แค่เครื่องมือแก้เหงาในวันที่คุณยังไม่มีเธอกลับมา... บอกพราวมาสิคะคิน!"
คินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำถามนั้น แต่ความทิฐิและความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมทำให้เขาเลือกที่จะปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาอีกครั้ง เขาไม่ปฏิเสธ เขาไม่แก้ตัว และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับพราว
ความเงียบที่โรยตัวลงมามันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการกรีดเนื้อเถือหนัง รินรดาแอบอมยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ขณะที่คินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหมดความอดทน
"ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้น... ถ้าคุณไม่เคยเชื่อใจผมเลยตั้งแต่แรก..." คินพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนน่ากลัว ก่อนที่เขาจะถอดผ้ากันเปื้อนสีชมพูอ่อนประจำตัวออก แล้วโยนมันลงบนเคาน์เตอร์บาร์อย่างไร้เยื่อใย "เราคงต้องทบทวนกันใหม่แล้วล่ะพราว... ผมเหนื่อย"
สิ้นคำพูดนั้น คินก็หันหลังให้ทันที เขาสกิดไหล่รินรดาก่อนจะสาวเท้ายาวๆ มุ่งตรงไปยังประตูหน้าร้านโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผู้หญิงที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย
"คิน! คินคะ!" พราวตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจและเจ็บปวด เธอก้าวขาจะวิ่งตามออกไป แต่หัวเข่ากลับอ่อนแรงลงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นร้าน เสียงเปิดและปิดประตูกระจกดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระดิ่งลมหน้าร้านที่สั่นไหวเบาๆ ราعกับจะร่วมไว้อาลัยให้กับเศษซากความสัมพันธ์ที่กำลังแตกสลาย
รินรดายืนมองพราวที่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียเฉย ก่อนจะก้าวเท้าตามคินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พราวเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าและความเงียบงันตามลำพัง
ในความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบแตกสลายนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณประตูหลังร้าน ซึ่งเป็นประตูลับที่เชื่อมต่อกับตรอกซอกซอยด้านหลัง พราวสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ นึกว่าคินอาจจะเปลี่ยนใจเดินกลับมาง้อเธอ แต่ทว่า... เงาร่างที่ทาบทับลงบนพื้นร้านกลับไม่ใช่รูปร่างสูงสง่าของเชฟหนุ่มคนรัก
เงาร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด เสียงหัวเราะเย็นเยียบที่เคยสร้างความหายนะให้กับชีวิตของเธอเมื่อหลายปีก่อน... เสียงของอดีตสามีเก่าที่ควรจะหายสาบสูญไปจากชีวิตเธอตลอดกาล!
"เซอร์ไพรส์ไหมครับที่รัก... ผมบอกแล้ว ว่าคุณไม่มีทางหนีพ้นความจริงเรื่องนั้นไปได้หรอก พราว"
เมฆหมอกสีชมพู
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พราวและคินมาจนถึงตอนนี้นะคะ)
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 49
คำพูดที่ทำร้ายใจ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!