เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากกลอนประตูที่ไม่ได้ถูกเลื่อนปิดสนิทดังขึ้นในความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงของลมโชยผ่าน แต่เป็นแรงผลักจากปลายนิ้วที่ใครบางคนจงใจเปิดมันออก เพื่อก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตความเป็นส่วนตัวเข้ามาในอาณาเขตของผม
ผมเบิกตากว้าง หัวใจกระดอนไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า… ประตูห้องไม่ได้ถูกล็อค!
ความมืดสลัวภายในห้องนอนถูกเจือด้วยแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียง ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยในชุดสูทเนื้อดีแต่ยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทางและผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งคืน ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองผมที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ความนิ่งงันของเขาแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้ผมหายใจไม่ทั่วท้อง
"ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนี้... ยังมีแก่จิตแก่ใจมานอนเปิดช่องทางให้วิญญาณเร่ร่อนเล็ดลอดเข้ามาอีกเหรอครับ คุณริน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็น แต่มันกลับสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย ประโยคเหน็บแนมที่เป็นเอกลักษณ์ของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาย่อตัวลงช้า ๆ จนใบหน้าคมคายอยู่ในระดับเดียวกับผมที่นอนอยู่บนหมอน กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นอายของความเย็นยะเยือกปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และความดุดันแบบผู้ชายอันตราย—ลอยอวลอยู่ปลายจมูกจนผมรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณ... เข้ามาได้ยังไง" ผมเอ่ยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากแห้งผากจนต้องเม้มเข้าหากัน "ผมจำได้ว่า..."
"ล็อคห้องงั้นเหรอ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ผมตั้งแต่เรือนผมยุ่งเหยิงที่ชื้นเหงื่อ ไปจนถึงปลายนิ้วที่กำผ้าห่มแน่น "สำหรับคนอื่นมันอาจจะล็อค แต่สำหรับผม... ไม่มีประตูบานไหนในตึกนี้ที่ปิดตายจากเจ้าของที่แท้จริงได้หรอกครับ โดยเฉพาะห้องของคนที่ชอบทำตัวให้ผมต้องตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดจาดีๆ กับผมได้เกินสามประโยคเลยสินะ!
ผมกัดฟันกรอด แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการใช้พลังงานจิตขับไล่สัมผัสอาถรรพ์เมื่อหัวค่ำ จนตอนนี้แทบจะขยับตัวไม่ไหว แต่ปากเจ้ากรรมกลับยังดื้อรั้นสวนกลับทันควัน "ถ้าเป็นห่วงนัก... ก็ไม่ต้องมาสซิครับ ใครใช้ให้คุณมาเดินตรวจห้องคนอื่นยามวิกาลกันเล่า ปล่อยให้ผมโดนผีอำตายไปเลยสิ จะได้ไม่ต้องมานั่งทนฟังผมบ่น"
คีย์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววูบลงชั่วพริบตา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่มันมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่จนผมต้องหลบสายตา
"ถ้าผมไม่มา... คืนนี้คุณคงไม่ได้นอนจนถึงเช้าแน่ครับ" คีย์พูดเสียงเบา มือหนาเอื้อมออกมาช้า ๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงเบา ๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อของผมโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัวสัมผัสรุนแรงแต่นุ่มนวลนั้นทำให้ร่างกายผมสะท้านเฮือก เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ดวงวิญญาณของคุณดึงดูดพวกมันเกินไปแล้วนะริน... รู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับอะไร"
"ผม... รู้ตัวดีน่า" ผมปัดมือเขาออกเบรกความวุ่นวายในอก แต่แรงที่มีมันช่างน้อยนิดเหลือเกิน จนมือของผมถูกรวบเอาไว้ด้วยมือใหญ่ที่อบอุ่นและแข็งแกร่งกว่าได้อย่างง่ายดาย
"รู้ตัว แต่ก็ยังรั้น" คีย์ถอนหายใจยาว ขยับกายเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดติดกัน กลิ่นกายของเขาโอบล้อมผมไว้ทุกทิศทาง จนพื้นที่แคบนบนเตียงดูเหมือนจะแคบลงไปถนัดตา "ดื้อด้าน ปากเก่ง ไม่เคยฟังคำเตือน... แต่เวลาเจอเรื่องเข้าจริง ๆ กลับทำหน้าเหมือนเด็กหลงทางทุกที"
"ผมไม่ใช่เด็กนะ!" ผมเถียงเสียงแข็ง พยายามจะดึงมือกลับแต่ถูกเขากุมไว้แน่นขึ้น แรงบีบไม่ได้เจ็บปวด แต่มันเด็ดขาดจนผมดิ้นไม่หลุด
"ครับ... ไม่ใช่เด็ก แต่เป็นคนดื้อที่น่าจับตีให้เข็ดเสียจริง" คีย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำของเขาพัดผ่านใบหูผมจนขนลุกซู่ "รู้ไหมว่าตอนที่ผมรู้ว่าเวกัสส่งสัมภาระชิ้นนั้นมาหาคุณ ผมแทบอยากจะพังประตูเข้ามาจัดการไอ้พวกเศษสวะนั่นให้สิ้นซากตั้งแต่วินาทีแรก"
หัวใจของผมกระตุกวูบเมื่อได้ยินชื่อนั้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง เวกัส... คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบทุกอย่างที่คีย์ครอบครอง รวมถึงตัวผมที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย
"คุณ... หมายความว่ายังไง" ผมถามเสียงสั่น ความตึงเครียดกลับมาเกาะกุมจิตใจอีกครั้ง "เวกัสเขา..."
"เขากำลังเล่นเกมสกปรก และคุณคือหมากตัวสำคัญที่มันหวังจะใช้ล่อผมออกมา" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟอันตราย ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมนุ่มลึกกำลังระอุขึ้น "แต่ฝันไปเถอะ... คนอย่างผม ไม่มีวันยอมให้ใครมาแตะต้อง 'ของ' ของตัวเองเด็ดขาด"
คำว่า *'ของของตัวเอง'* กระแทกเข้ากลางใจผมอย่างจัง หน้าของผมร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้ที่รุมเร้า หรือเพราะความหมายสองแง่สองง่ามที่เจืออยู่ในน้ำเสียงจริงจังนั้นกันแน่
"ใครเป็นของๆ คุณ... พูดจาให้มันดีๆ นะครับ" ผมพยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลเอาเสียเลย เมื่อคีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงลมหายใจกั้น
สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้กวนประสาท ไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่มันเต็มไปด้วยความลึกล้ำ ความปรารถนา และ... ความห่วงใยที่ถูกปิดบังไว้ภายใต้ความปากแข็งมาโดยตลอด ซึ่งมันอันตรายต่อหัวใจของผมมากกว่าภูตผีปีศาจตนไหนในโลกนี้เสียอีก
"ปากดีแบบนี้... น่าลองปิดปากดูสักทีเหมือนกันนะครับ" คีย์พึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบมองทอดลงมาที่ริมฝีปากของผมอย่างไม่วางตา
สมองของผมสั่งการให้ถอยหนี สั่งให้เอ่ยปากไล่เขาออกไปให้พ้นห้อง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการนิ่งค้าง ปล่อยให้ความอ่อนล้าและบรรยากาศอันชวนฝันครอบงำ สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนลงทุกทีด้วยพิษไข้ที่เล่นงานอย่างหนักหน่วง โลกทั้งใบราวกับหมุนเคว้งคว้าง จนผมแยกไม่ออกแล้วว่านี่คือความจริง หรือเป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอยที่ผมสร้างขึ้นมาเองในยามวิกาล
ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นนั้น สติส่วนสุดท้ายหลุดลอยไปอย่างไร้การควบคุม ริมฝีปากของผมขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจออกมาโดยปราศจากความลังเล
"...อย่าไปไหนเลยนะคีย์..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก มันเป็นคำสารภาพที่หลุดออกมาในยามที่จิตใจอ่อนแอที่สุด ทว่ากลับชัดเจนจนก้องกังวานไปทั่วความเงียบงันภายในห้อง
คีย์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัด เขานิ่งค้างไปหลายวินาทีราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินจากปากของคนปากเก่งอย่างผม
แต่ก่อนที่ผมจะได้ดึงสติกลับมาแก้ไขสถานการณ์ หรือก่อนที่ความอับอายจะทำให้ผมมุดผ้าห่มหนีหน้า คีย์ก็โน้มใบหน้าลงมาประกบปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของผมด้วยริมฝีปากอุ่นร้อนทันที!
สัมผัสนั้นไม่ได้รุกเร้าด้วยความดุดันเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ความโหยหา และความชัดเจนที่ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดของเขาเข้ามาในหัวใจของผม รสชาติอุ่นละมุนและสัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ดึงผมให้จมดิ่งลงไปในภวังค์แห่งความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
ผมเผลอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน เปิดทางให้ปลายลิ้นอุ่นร้อนล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ มือใหญ่ที่กุมมือผมไว้เปลี่ยนมาประคองท้ายทอยของผมให้รับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความเร่าร้อนที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหนาบเหน็บของค่ำคืน ทำให้ผมหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ลืมทั้งอันตรายจากเวกัส ลืมทั้งเรื่องราวลึกลับน่ากลัว... ลืมกระทั่งว่านี่คือความเป็นจริง
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ริมฝีปากเราแนบชิดกัน จนกระทั่งลมหายใจเริ่มขาดหช่วง คีย์ถึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ดวงตาคมกริบมองผมด้วยประกายไฟที่ระอุขึ้นจนน่ากลัว เขาก้มลงกระسิบชิดริมฝีปากผมด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยความคลั่งรัก
"จำคำพูดเมื่อครู่ของคุณไว้ให้ดีนะครับริน... เพราะต่อจากนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณถอนคำพูดเด็ดขาด"
รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความหมายเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากด้านนอกห้อง ตามด้วยเสียงทุบและเสียงตะโกนเรียกชื่อผมอย่างร้อนรนจากบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล!
"คุณริน! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! ผมรู้ว่ามันอยู่ในห้องนั้น!" เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวของ 'เวกัส' ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศหวานชื่นจนพังทลายในพริบตาเดียว!
----------------------------------------
*ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" เสมอนะครับ*
ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract)•ตอนที่ 16
รอยจูบที่ไม่มีวันลืม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!