ปัง!
เสียงทุบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับคนด้านนอกไม่ได้ตั้งใจจะเคาะขออนุญาต แต่จงใจจะพังมันให้ราบเป็นหน้ากลอง แรงสั่นสะเทือนสะท้อนผ่านผิวไม้มาถึงแผ่นหลังของรินที่แนบชิดอยู่กับชั้นหนังสือเก่าแก่ภายในห้องลับใต้ดิน บรรยากาศอบอวลที่เคยเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและกลิ่นอายอันน่าหลงใหลของคีย์มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของความจริงที่กำลังจะถูกกระชากออกมาจากเงา
“คุณริน! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! ผมรู้ว่ามันอยู่ในห้องนั้น!”
เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวของเวกัสแผดลอดเข้ามาในความเงียบงัน มันไม่ใช่แค่เสียงเรียก แต่เป็นประกาศิตแห่งการทำลายล้าง รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ดันแผ่นอกกว้างของคีย์ให้ออกห่าง ทว่าชายหนุ่มกลับนิ่งเฉยราวกับรูปปั้นหินสลัก ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังลุกโชนด้วยโทสะ
“เขาหมายถึงอะไร... คีย์” รินเค้นเสียงถาม ลำคอตีบตันจนแทบเปล่งเสียงไม่เป็นคำ “คุณเวกัสพูดถึงอะไรอยู่ในห้องนี้... และไอ้สมุดบันทึกเล่มนั้น... มันคืออะไรกันแน่”
คีย์ไม่ตอบทันที ดวงตาสีเข้มมองสำรวจใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของรินอย่างพินิจพิจารณา ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นไล้กรอบหน้าของรินแผ่วเบา สัมผัสนั้นทั้งอ่อนโยนและเย,ือกเย็นในเวลาเดียวกัน
“อย่าไปฟังมัน ริน” เสียงทุบประตูด้านนอกยังคงดังต่อเนื่อง แต่คีย์กลับกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน “สัญญาระหว่างเราไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น”
“แต่เขากำลังพังประตูเข้ามา!” รินปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างเหลืออด ความอึดอัดระคนหวาดระแวงตีรันอยู่ในอก ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘คู่สัญญา’ “คุณกำลังซ่อนอะไรไว้ คีย์? ทำไมเวกัสถึงรู้ว่าผมอยู่ที่นี่? และทำไม... ทำไมเอกสารในลิ้นชักลับนั่นถึงมีชื่อของผมตั้งแต่ก่อนที่เราจะเจอหน้ากันเสียอีก!”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงไปอีก คีย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มหยันที่มักจะประดับอยู่มุมปากจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงันที่น่ากลัวกว่าเสียงทุบประตูนับร้อยเท่า
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายพร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่พุ่งทะยานเข้ามาจากระเบียงด้านหลัง แรงลมกระโชกวูบใหญ่พัดพาเอาฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เวกัสในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในดวงตาคมปลาบ มือหนาถือเอกสารปึกหนึ่งที่ยับยู่ยี่จากการยื้อแย่ง
“เก่งมากที่หลบมาถึงนี่ได้... คีย์ แกคิดเหรอว่าซ่อนหลักฐานไว้ใต้ดินแล้วฉันจะหาไม่เจอ” เวกัสหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองชายหนุ่มทั้งสองก่อนจะมาหยุดที่ริน “ว่าไงครับ คุณริน... สนุกไหมกับการเป็นตัวแทนของความทรงจำที่ตายไปแล้ว”
รินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ร่างกายชาดิกตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดโคนผม คำว่า ‘ตัวแทน’ วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ดวงตาคู่สวยหันขวับกลับไปมองหน้าคีย์ทันทีเพื่อค้นหาคำปฏิเสธ
ทว่า... สิ่งที่รินเห็นในแววตาของคีย์ คือความนิ่งงันที่ยอมรับทุกอย่างโดยปริยาย
“คุณโกหกผม...” รินพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นภาษา “เรื่องทั้งหมด... รอยยิ้มของคุณ แววตาของคุณ สัญญาบ้าๆ นั่น... ผมเป็นแค่เงาของใครอีกคนอย่างนั้นเหรอ คีย์!”
“ริน ฟังผมก่อน...” คีย์ก้าวเท้าเข้าไปหา พร้อมกับเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ แต่วรินกลับถอยหลังกรูดราวกับกลัวสัมผัสนั้นเสียเต็มประดา ความรู้สึกถูกหลอกลวงกัดกินหัวใจจนเจ็บแปลบ ราวกับมีใครเอามีดมาคว้านลึกเข้าไปในอก
“อย่ามาแตะต้องตัวผม!” รินตวาดลั่น หยดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง “คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด! ผมคิดว่าผมเป็นคนเดียวสำหรับคุณ... ที่ไหนได้ ผมก็เป็นแค่เครื่องมือแก้เหงาของผีร้ายที่ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่า!”
“ฮ่าๆๆๆ ซึ้งกินใจชะมัด” เวกัสหัวเราะลั่นห้องด้วยความสะใจ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้สักแล้วโยนเอกสารปึกใหญ่ลงตรงหน้าของริน “เปิดดูสิครับ คุณริน... หน้าตาของคนที่หน้าเหมือนคุณราวกับแกะเมื่อห้าปีก่อน... คนที่ตายไปในกองเพลิงเดียวกับที่คีย์ช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน... อ้อ ไม่สิ ต้องบอกว่า ‘ตั้งใจ’ ปล่อยให้ตายเพื่อเก็บดวงวิญญาณเอาไว้ต่างหาก”
หัวใจของรินกระตุกวูบ มือเรียวยื่นไปหยิบเอกสารใบบนสุดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว ภาพถ่ายขาวดำของชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีโครงหน้า จมูก และรอยยิ้มถอดแบบมาจากเขาราวกับเป็นคนๆ เดียวกันปรากฏอยู่ตรงหน้า พร้อมชื่อที่สลักไว้ตัวเบ้อเริ่ม— *‘คิมหันต์’*
ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้ความเร่าร้อนและสัญญาลับนับร้อยข้อพังทลายลงในพริบตา รินเงยหน้าขึ้นมองคีย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและร้าวราน
“ริน... มันไม่ใช่แบบนั้น...” คีย์ขยับปากจะอธิบาย แต่สายตาที่เวกัสทอดมองกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลอันตราย
เวกัสยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปแตะไหล่ของรินเบาๆ กระซิบเสียงกระเช้าข้างใบหูที่กำลังสั่นเทา “ถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมดว่าทำไมคุณถึงหน้าเหมือนคนตายคนนั้น... และทำไมคีย์ถึงเลือก ‘คุณ’ มาทำสัญญา... คืนนี้ ไปกับผมสิครับ ริน”
รินหันขวับไปมองหน้าเวกัสสลับกับคีย์ที่กำลังกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ แววตาดุดันคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทsaขั้นสุดยอดที่พร้อมจะฆ่าคนได้จริง ๆ
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นที่หน้าห้องลับ ประตูไม้ที่ถูกพังไปครึ่งหนึ่งถูกถีบจนหลุดออกจากบานพับ ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนก้าวเข้ามาปิดล้อมทุกทางออก พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่รินไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่แห่งนี้ ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา—คนที่มีศักดิ์เป็นถึง... พี่ชายแท้ๆ ของเขาเอง
“เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ ริน” เสียงทุบทลายทุกความสงสัยดังขึ้นจากปากผู้มาใหม่ “พี่บอกแล้ว... ว่าทางออกเดียวที่จะรอดจากตระกูลนี้ คือการเอาร่างของแกมาสังเวยแทนพี่เสียตั้งแต่แรก”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งความลับนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract)•ตอนที่ 17
รอยร้าวในสัญญา
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับจับผีมาเป็นผัว (Ghostly Contract) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!